๑๐. ปัชโชตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ ปชฺโชตสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปัชโชตสูตรที่ ๑๐
กึสุ โลกสฺมิ ปชฺโชโต กึสุ โลกสฺมิ ชาคโร กึสุ กมฺเม สชีวานํ กึสุ จสฺส อิริยาปโถ กึสุ อลสํ อนลสญฺจ มาตา ปุตฺตํว โปสติ กึสุ ภูตา อุปชีวนฺติ เย ปาณา ปฐวึ สิตาติ ฯ
เทวดาทูลถามว่า อะไรเป็นแสงสว่างในโลก อะไรหนอเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ ในโลก อะไรหนอเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วย การงาน อะไรหนอเป็นเครื่องสืบต่อชีวิตของเขา อะไรหนอ บุคคลผู้เกียจคร้านบ้าง ไม่เกียจคร้านบ้าง ย่อมพะนอเลี้ยง ดุจมารดาเลี้ยงดูบุตร เหล่าสัตว์มีชีวิตที่อาศัยแผ่นดินอาศัย อะไรหนอเลี้ยงชีวิต ฯ
ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต สติ โลกสฺมิ ชาคโร คาโว กมฺเม สชีวานํ สีตสฺส อิริยาปโถ วุฏฺฐิ อลสํ อนลสญฺจ มาตา ปุตฺตํว โปสติ วุฏฺฐึ ภูตา อุปชีวนฺติ เย ปาณา ปฐวึ สิตาติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก ฝูงโคเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ด้วยการงาน ไถเป็น เครื่องต่อชีวิตของเขา ฝนย่อมเลี้ยงบุคคลผู้เกียจคร้านบ้าง ไม่เกียจคร้านบ้าง เหมือนมารดาเลี้ยงบุตร เหล่าสัตว์มีชีวิต ที่อาศัยแผ่นดิน อาศัยฝนเลี้ยงชีวิต ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ปัชโชตสูตร ว่าด้วยแสงสว่าง
เทวดาทูลถามว่า อะไรเล่าเป็นแสงสว่างในโลก อะไรเล่าเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก อะไรเล่าเป็นสหายในการทำงานของผู้เป็นอยู่ อะไรเล่าเป็นเครื่องสืบต่อชีวิตของเขา อะไรเล่าย่อมเลี้ยงบุคคลผู้เกียจคร้านและไม่เกียจคร้าน ดุจมารดาเลี้ยงดูบุตร หมู่สัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดิน อาศัยอะไรเลี้ยงชีพ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก ฝูงโคเป็นสหายในการทำงานของผู้เป็นอยู่ ไถเป็นเครื่องสืบต่อชีวิตของเขา ฝนย่อมเลี้ยงบุคคลผู้เกียจคร้านและไม่เกียจคร้าน ดุจมารดาเลี้ยงดูบุตร หมู่สัตว์ที่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดิน อาศัยฝนเลี้ยงชีพ ปัชโชตสูตรที่ ๑๐ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๘๕}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัชโชตสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในปัชโชตสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-
บทว่า แสงสว่าง ได้แก่ แสงสว่างดุจประทีป.
บทว่า เครื่องตื่นอยู่ ได้แก่ ย่อมเป็นดุจชาคริกพราหมณ์ (พราหมณ์ผู้ตื่นอยู่).
บทว่า ฝูงโคเป็นสหายในการงานของผู้เป็นอยู่ อธิบายว่า ฝูงโคเท่านั้นเป็นสหายในการงาน ชื่อว่ามีการงานเป็นเพื่อนสอง ในการงานของพวกชนที่มีชีวิตอยู่กับการงาน คือว่า พวกเขาย่อมยังกสิกรรมเป็นต้นให้สำเร็จกับด้วยโคมณฑลทั้งหลาย.
บทว่า สิตสฺส อิริยาปโถ ได้แก่ ไถเป็นอิริยาบถ คือเป็นเครื่องสืบต่อแห่งชีวิตของหมู่สัตว์นั้น.
บทว่า สิตํ แปลว่า คันไถ. เพราะว่า นาของชาวนาคนใดแม้มีประมาณน้อย ย่อมไม่ทำการไถแล้ว เขาย่อมกล่าวว่า เราจักเป็นอยู่ได้อย่างไร ดังนี้.
จบอรรถกถาปัชโชตสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------