๖. ธีตุสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ ธีตุสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ธีตุสูตรที่ ๖
สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ อถ โข อญฺญตโร ปุริโส เยน ราชา ปเสนทิโกสโล เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา รญฺโญ ปเสนทิโกสลสฺส อุปกณฺณเก อาโรเจสิ มลฺลิกา เทว เทวี ธีตรํ วิชาตาติ ฯ เอวํ วุตฺเต ราชา ปเสนทิโกสโล อนตฺตมโน อโหสิ ฯ
สาวัตถีนิทาน ฯ ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ ลำดับนั้น ราชบุรุษเข้าไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศลถึงที่ประทับ ครั้นแล้วก็กราบทูล ณ ที่ใกล้พระกรรณของพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ พระนางมัลลิกาเทวีทรงประสูติพระธิดาแล้ว ฯ เมื่อบุรุษกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ไม่ทรงเบิกบานพระทัย ฯ
อถ โข ภควา ราชานํ ปเสนทิโกสลํ อนตฺตมนํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมา คาถาโย อภาสิ อิตฺถีปิ หิ เอกจฺจิยา เสยฺยา โปส ชนาธิป เมธาวินี สีลวตี สสฺสุเทวา ปติพฺพตา ตสฺสา โย ชายตี โปโส สูโร โหติ ทิสมฺปติ ตาทิสา สุภริยา ปุตฺโต รชฺชมฺปิ อนุสาสตีติ ฯ
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล ไม่ทรงเบิกบานพระทัย จึงได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า ดูกรมหาบพิตรผู้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าปวงชน แท้จริง แม้สตรี บางคนก็เป็นผู้ประเสริฐ พระองค์จงชุบเลี้ยงไว้ สตรีที่มี ปัญญา มีศีล ปฏิบัติแม่ผัวพ่อผัวดังเทวดา จงรักสามี ฯ บุรุษที่เกิดจากสตรีนั้น ย่อมเป็นคนแกล้วกล้า เป็นเจ้าแห่ง ทิศได้ บุตรของภริยาดีเช่นนั้น แม้ราชสมบัติก็ครอบครอง ได้ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๓. โกสลสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๖. ธีตุสูตร ๖. ธีตุสูตร ว่าด้วยพระธิดา
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลเสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่สมควร ลำดับนั้น บุรุษคนหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระเจ้าปเสนทิโกศล ถึงที่ประทับแล้วกราบทูล ณ ที่ใกล้พระกรรณของพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า “ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท พระนางมัลลิกาเทวีประสูติพระธิดาแล้ว” เมื่อราชบุรุษกราบทูลอย่างนี้แล้ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็ไม่ทรงเบิกบานพระทัยครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า “พระเจ้าปเสนทิโกศลไม่ทรงเบิกบานพระทัย” จึงได้ตรัสคาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า มหาบพิตรผู้เป็นใหญ่กว่าปวงชน แท้จริง แม้หญิงบางคนก็ยังดีกว่า ขอพระองค์จงชุบเลี้ยงไว้เถิด หญิงผู้มีปัญญา มีศีล บำรุงแม่ผัวพ่อผัวดุจเทวดา จงรักภักดีต่อสามี ยังมีอยู่ บุรุษที่เกิดจากหญิงนั้นย่อมแกล้วกล้า เป็นใหญ่ในทิศได้ บุตรของภรรยาดีเช่นนั้น ก็ครองราชสมบัติได้ ธีตุสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๕๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาธีตุสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในธีตุสูตรที่ ๖ ต่อไป :-
บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า พระเจ้าปเสนทิโกศลโปรดให้จัดเรือนประสูติ เวลาพระนางมัลลิกาเทวีประสูติ พระราชทานการอารักขา แล้วเสด็จไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า.
บทว่า อนตฺตมโน อโหสิ ความว่า ทรงเสียพระทัยว่า เราให้อิสริยะอย่างใหญ่ แก่ธิดาของตระกูลที่เข็ญใจถ้านางได้ลูกชาย ก็จักประสบสักการะอย่างใหญ่แน่แท้ บัดนี้ นางสูญสิ้นจากสักการะนั้นไปเสียแล้ว.
บทว่า เสยฺยา ความว่า สตรีบางคนถึงจะเสมอกับผู้มีปัญญาชักช้า ก็ยังประเสริฐกว่าลูกเป็นใบ้.
บทว่า โปส แปลว่า โปรดทรงชุบเลี้ยงไว้.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพระราชาผู้ปกครองประชาชนว่า ชนาธิป.
บทว่า สสฺสุเทวา ได้แก่ แม่ผัวและพ่อผัวเป็นดังเทวดา.
บทว่า ทิสมฺปติ ได้แก่ ผู้เป็นใหญ่ในทิศ.
บทว่า ตาทิสา สุภริยา แปลว่า ของภริยาที่ดีเช่นนั้น.
จบอรรถกถาธีตุสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------