อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๕๒

๘. อัคคิกสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๕๒–๖๕๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 6 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 6 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อฏฺฐมํ อคฺคิกสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อัคคิกสูตรที่ ๘

ข้อ ๖๕๒

เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ เตน โข ปน สมเยน อคฺคิกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส สปฺปินา ปายาโส สนฺนิหิโต โหติ อคฺคึ ชุหิสฺสามิ อคฺคิหุตฺตํ ปริจริสฺสามีติ ฯ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเวฬุวันอันเป็นที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ฯ ก็โดยสมัยนั้นแล อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ปรุงข้าวปายาสด้วยเนยใสด้วยคิดว่า เราจักบูชาไฟ จักบำเรอการบูชาไฟ ฯ

ข้อ ๖๕๓

อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ ราชคเห สปทานํ ปิณฺฑาย จรมาโน เยน อคฺคิกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวรเสด็จเข้าไปสู่กรุงราชคฤห์ เพื่อบิณฑบาตในเวลาเช้า เสด็จไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ตามลำดับตรอก เสด็จเข้าไปยังที่อยู่ของอัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ครั้นแล้วได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

ข้อ ๖๕๔

อทฺทสา โข อคฺคิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ ปิณฺฑาย ฐิตํ ทิสฺวาน ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน ชาติมา สุตวา พหู วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โสมํ ภุญฺเชยฺย ปายสนฺติ ฯ

อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับยืน เพื่อบิณฑบาต ครั้นแล้วได้กราบทูลกะพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า พราหมณ์ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยไตรวิชชา มีชาติฟังคัมภีร์เป็น อันมาก ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ พราหมณ์นั้นควร บริโภคปายาสนี้ ฯ

ข้อ ๖๕๕

พหุมฺปิ ปลปํ ชปฺปํ น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ อนฺโต กสมฺพุสงฺกฺลิฏฺโฐ กุหนา ปริวาริโต ปุพฺเพนิวาสํ โย เวทิ สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต อภิญฺญาโวสิโต มุนิ เอตาหิ ตีหิ วิชฺชาหิ เตวิชฺโช โหติ พฺราหฺมโณ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โสมํ ภุญฺเชยฺย ปายสนฺติ ฯ ภุญฺชตุ ภวํ โคตโม พฺราหฺมโณ ภวนฺติ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พราหมณ์ผู้กล่าวถ้อยคำแม้มาก เป็นผู้เน่าและเศร้าหมอง ในภายใน อันความโกหกแวดล้อมแล้ว ย่อมไม่ชื่อว่าเป็น พราหมณ์เพราะชาติ ผู้ใดรู้ปุพเพนิวาส และเห็นทั้งสวรรค์ ทั้งอบาย อนึ่ง ถึงความสิ้นไปแห่งชาติ เป็นมุนีผู้อยู่จบ แล้วเพราะรู้ยิ่ง ผู้นั้นเป็นผู้มีไตรวิชชาด้วยวิชชาสามเหล่านี้ ชื่อ ว่าเป็นพราหมณ์ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ พราหมณ์ นั้นควรบริโภคปายาสนี้ ฯ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลว่า พระโคดมผู้เจริญ ขอเชิญบริโภคเถิด พระโคดมเป็นพราหมณ์ผู้เจริญ ฯ

ข้อ ๖๕๖

คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยํ สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺโม คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา ธมฺเม สติ พฺราหฺมณ วุตฺติ เรสา อญฺเญน จ เกวลินํ มเหสึ ขีณาสวํ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตํ อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหสฺสุ เขตฺตญฺหิ ตํ ปุญฺญเปกฺขสฺส โหตีติ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เราไม่พึงบริโภคโภชนะที่ได้เพราะการขับกล่อม ดูกรพราหมณ์ นั่นไม่ใช่ธรรมของผู้พิจารณาอยู่ พระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อม รังเกียจโภชนะที่ได้เพราะการขับกล่อม ดูกรพราหมณ์ เมื่อ ธรรมมีอยู่ ความเลี้ยงชีพนี้ก็ยังมี อนึ่ง ท่านจงบำรุงพระขีณาสพ ทั้งสิ้นผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ผู้มีความคะนองอันสงบแล้ว ด้วยข้าวน้ำอันอื่น เพราะว่าการบำรุงนั้น ย่อมเป็นเขตของผู้ มุ่งบุญ ฯ

ข้อ ๖๕๗

เอวํ วุตฺเต อคฺคิกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อญฺญตโร จ ปนายสฺมา ภารทฺวาโช อรหตํ อโหสีติ ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ก็แหละท่านพระภารทวาชได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘. อัคคิกสูตร ว่าด้วยอัคคิกพราหมณ์

ข้อ ๑๙๔

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้ เหยื่อกระแต เขตกรุงราชคฤห์ สมัยนั้น อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ปรุงข้าวปายาสด้วยเนยใสด้วยคิดว่า “เราจักบูชาไฟ จักบำเรอการบูชาไฟ” ครั้นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ เสด็จไปบิณฑบาตตามลำดับตรอก เข้าไปถึงที่อยู่ของ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์แล้วได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่สมควร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๓}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๑. อรหันตวรรค ๘. อัคคิกสูตร อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับยืนบิณฑบาตอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า บุคคลผู้เป็นพราหมณ์โดยกำเนิด จบไตรเพท เป็นพหูสูต พราหมณ์ผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะนั้น จึงควรบริโภคข้าวปายาสนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลถึงจะเป็นพราหมณ์โดยกำเนิด สาธยายมนตร์เป็นอันมาก แต่เป็นผู้เน่าและสกปรกภายใน เป็นผู้แวดล้อมไปด้วยความโกหก ไม่จัดว่าเป็นพราหมณ์ มุนีผู้บรรลุอภิญญา คือรู้ปุพเพนิวาสญาณอย่างแจ่มแจ้ง เห็นสวรรค์และอบาย ทั้งบรรลุความสิ้นชาติ แล้ว เพราะวิชชา ๓ เหล่านี้ จึงเป็นพราหมณ์ผู้จบไตรเพท มุนีผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะนั้น จึงควรบริโภคข้าวปายาสนี้ อัคคิกภารทวาชพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า “พระโคดมผู้เจริญ ขอเชิญบริโภคเถิด พระองค์เป็นพราหมณ์” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า การที่เรากล่าวคาถามิใช่เพื่ออาหาร พราหมณ์ นี้ไม่ใช่ธรรมเนียมของผู้เห็นธรรม พระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่รับอาหารที่ได้มาเพราะการกล่าวคาถา พราหมณ์ เมื่อธรรมเนียมมีอยู่ จึงมีการประพฤติอย่างนี้ @เชิงอรรถ : @ ไตรเพท ในที่นี้หมายถึงพระเวท ๓ คือ (๑) ฤคเวท (๒) ยชุรเวท (๓) สามเวท (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๔/๒๑๙)@ ความสิ้นชาติ หมายถึงพระอรหัต (สํ.ส.อ. ๑/๑๙๔/๒๑๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๗๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๑. อรหันตวรรค ๙. สุนทริกสูตร ท่านจงบำรุงด้วยข้าวและน้ำ และด้วยปัจจัยอื่น แก่พระขีณาสพ ผู้ประกอบด้วยคุณทั้งปวง ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้มีความคะนองอันสงบแล้ว เพราะศาสนานั้นเป็นเขตบุญของผู้แสวงบุญ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว อัคคิกภารทวาชพราหมณ์ได้กราบทูล ดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ” อนึ่ง ท่านพระอัคคิกภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง ในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย อัคคิกสูตรที่ ๘ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอัคคิกสูตรที่ ๘

ในอัคคิกสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-

บทว่า อคฺคิกภารทฺวาโช ได้แก่ พราหมณ์แม้นี้ ก็ชื่อว่าภารทวาชะเหมือนกัน แต่โดยที่เขาบำเรอไฟ พระสังคีติกาจารย์จึงตั้งชื่อเขาอย่างนั้น.

บทว่า สนฺนิหิโต ได้แก่ อันเขาปรุงอย่างดี.

บทว่า อฏฺฐาสิ ความว่า เพราะเหตุไร จึงยืนอยู่ในที่นั้น.

เล่ากันมาว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูโลกในเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นพราหมณ์นี้ ทรงพระดำริว่า พราหมณ์นี้ถือข้าวปายาสอันเลิศเห็นปานนี้เอาไปเผาไฟ ด้วยตั้งใจจะให้มหาพรหมบริโภค ย่อมกระทำสิ่งที่ไร้ผล ก้าวลงสู่ทางอบาย เมื่อไม่ละลัทธินี้ก็จักทำอบายให้เต็มจำเราจักไปทำลายทิฐิของเขาด้วยธรรมเทศนาแล้วให้บรรพชา ให้มรรค ๔ ผล ๔ แก่เขา เพราะฉะนั้น ในเวลาเช้าจึงเสด็จเข้ากรุงราชคฤห์ ได้ประทับยืนอยู่ ณ ที่นั้น.

บทว่า ตีหิ วิชฺชาหิ ได้แก่ ด้วยเวท ๓.

บทว่า ชาติมา ความว่า ประกอบด้วยชาติที่บริสุทธิ์ ๗ ชั่วโคตร.

บทว่า สุตวา พหู ความว่า ฟังคัมภีร์ต่างๆ เป็นอันมาก.

บทว่า โสมํ ภุญฺเชยฺย ความว่า พราหมณ์กล่าวว่า พราหมณ์นั้นได้วิชชา ๓ ควรบริโภคข้าวปายาสนี้ แต่ข้าวปายาสนี้ไม่ควรแก่พระองค์.

บทว่า เวทิ ความว่า รู้ คือแทงตลอดด้วยบุพเพนิวาสญาณ.

บทว่า สคฺคาปายํ ได้แก่ เห็นทั้งสวรรค์ทั้งอบายด้วยทิพยจักษุ.

บทว่า ชาติกฺขยํ ได้แก่ พระอรหัต.

บทว่า อภิญฺญาโวสิโต ความว่า ผู้อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว เพราะรู้ยิ่ง.

บทว่า พฺราหฺมโณ ภวํ ความว่า พราหมณ์ขีณาสพผู้สมบูรณ์ด้วยชาติเช่นพระโคดมผู้เจริญนั้น ตั้งแต่อเวจีจนถึงภวัคคพรหมไม่มี พระองค์ผู้เจริญนี่แหละเป็นพราหมณ์.

ก็แลครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว พราหมณ์ได้บรรจุข้าวปายาสเต็มถาดทอง แล้วน้อมเข้าไปถวายพระทศพล. พระศาสดาทรงแสดงอุบัติเหตุเกิด ทรงห้ามโภชนะเสีย จึงตรัสคำเป็นต้นว่า คาถาภิคีตํ เม ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คาถาภิคีตํ ได้แก่ ขับกล่อมด้วยคาถาทั้งหลาย.

บทว่า อโภชเนยฺยํ ได้แก่ ไม่ควรบริโภค.

ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า พราหมณ์ ท่านไม่อาจให้อาหารเพียงทัพพีหนึ่งแก่เรา ผู้ดำรงอยู่ด้วยภิกขาจารวัตรตลอดกาลเท่านี้ แต่บัดนี้ เราประกาศพระพุทธคุณทั้งปวงแก่ท่าน เหมือนคนหว่านงาลงบนเสื่อลำแพน ดังนั้น โภชนะนี้เหมือนได้มาเพราะขับกล่อม ฉะนั้น เราไม่ควรบริโภคโภชนะที่ได้มาด้วยการขับกล่อม.

บทว่า สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺโม ความว่า พราหมณ์ ผู้ที่พิจารณาเห็นอรรถและธรรมไม่มีธรรมเนียมนี้ว่า ควรบริโภคโภชนะเห็นปานนี้ แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงรังเกียจสุธาโภชนะที่ได้ด้วยการขับกล่อม คือพระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมทรงขจัดออกซึ่งโภชนะที่ได้มาเพราะขับกล่อม.

บทว่า ธมฺเม สติ พฺราหฺมณ วุตฺติ เรสา ความว่า พราหมณ์ เมื่อธรรมมีอยู่ เมื่อบุคคลพิจารณาธรรม ตั้งอยู่ในธรรม เลี้ยงชีพอยู่ นี้เป็นความประพฤติ คือนี้เป็นการเลี้ยงชีพว่า ควรขจัดโภชนะเห็นปานนี้เสีย แล้วบริโภคโภชนะที่ได้มาโดยธรรมเท่านั้น.

ลำดับนั้น พราหมณ์คิดว่า เมื่อก่อนเราไม่รู้ถึงคุณหรือโทษของพระสมณโคดม แต่บัดนี้ เรารู้คุณของพระสมณโคดมนั้นแล้ว จึงปรารถนาจะโปรยทรัพย์ประมาณ ๘๐ โกฏิในเรือนของเราลงในพระศาสนา. ก็พระสมณโคดมนี้จะตรัสว่า ปัจจัยที่เราถวาย เป็นอกัปปิยะ พระสมณโคดมคงไม่ทรงตำหนิเรา.

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงส่งพระสัพพัญญุตญาณ พิจารณาวารจิตของพราหมณ์นั้นทรงพระดำริว่า พราหมณ์นี้กำหนดปัจจัยที่ตนให้แม้ทั้งหมดว่าเป็นอกัปปิยะความจริง กถาเกิดขึ้นเพราะปรารภโภชนะใด โภชนะนั้นแลไม่มี กถานอกนั้นไม่มีโทษ ดังนี้เมื่อจะทรงแสดงประตูแห่งการถวายปัจจัย ๔ แก่พราหมณ์ จึงตรัสคำมีอาทิว่า อญฺเญน จ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กุกฺกุจฺจํ วูปสนฺตํ ความว่า สงบความรำคาญเสียได้ด้วยอำนาจความคะนองมือเป็นต้น.

คำว่า อนฺเนน ปาเนน นี้เป็นเพียงเทศนา.

ก็ความนี้พึงทราบดังต่อไปนี้

ท่านจงบำรุงด้วยปัจจัยเหล่าอื่นมีจีวรเป็นต้น ที่ท่านกำหนดว่าจักบริจาค ข้อนั้นเป็นเขตของผู้มุ่งบุญ.

ชื่อว่าคำสอนของพระตถาคตนี้ เป็นอันท่านผู้มุ่งบุญ คือปรารถนาบุญตกแต่งแล้ว เหมือนพืชแม้น้อยที่หว่านลงในนาดี ย่อมให้ผลมาก ดังนี้แล.

จบอรรถกถาอัคคิกสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา