๖. ปัจจนิกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ ปจฺจนิกสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปัจจนิกสูตรที่ ๖
เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ปจฺจนิกสาโต นาม พฺราหฺมโณ สาวตฺถิยํ ปฏิวสติ ฯ อถ โข ปจฺจนิกสาตสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ ยนฺนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกเมยฺยํ ยํ ยเทว สมโณ โคตโม ภาสิสฺสติ ตํ ตเทวสฺสาหํ ปจฺจนิกาสฺสนฺติ ฯ
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี สมัยนั้น พราหมณ์มีนามว่าปัจจนิกสาตะ สำนักอยู่ในกรุงสาวัตถี ปัจจนิกสาตพราหมณ์มีความดำริว่า อย่ากระนั้นเลย เราพึงเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมยังที่ประทับเถิด พระสมณโคดมจักตรัสคำใดๆ เราจักเป็นข้าศึกคำนั้นๆ ดังนี้ ฯ
เตน โข ปน สมเยน ภควา อชฺโฌกาเส จงฺกมติ ฯ อถ โข ปจฺจนิกสาโต พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ จงฺกมนฺตํ อนุจงฺกมมาโน ภควนฺตํ เอตทโวจ ภณ สมณ ธมฺมนฺติ ฯ
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง ลำดับนั้น ปัจจนิกสาตพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้ว เดินตามพระผู้มี-*พระภาคซึ่งกำลังเสด็จจงกรมอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ขอท่านพระสมณะจงตรัสธรรม ฯ
น ปจฺจนิกสาเตน สุวิชานํ สุภาสิตํ อุปกฺกิลิฏฺฐจิตฺเตน สารมฺภ พหุเตน จ โย จ วิเนยฺย สารมฺภํ อปฺปสาทญฺจ เจตโส อาฆาตํ ปฏินิสฺสชฺช สเจ ชญฺญา สุภาสิตนฺติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า คำอันเป็นสุภาษิต อันบุคคลผู้ยินดีจะเป็นข้าศึก มีจิตเศร้า หมอง มากไปด้วยความแข่งดี จะเห็นแจ้งด้วยดีไม่ได้ ส่วนว่าบุคคลใด กำจัดความแข่งดีและความไม่เลื่อมใส แห่งใจ ถอนความอาฆาตได้แล้ว ผู้นั้นแลพึงรู้คำอันเป็น สุภาษิต ฯ
เอวํ วุตฺเต ปจฺจนิกสาโต พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม อภิกฺกนฺตํ โภ โคตม ฯเปฯ อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณงฺคตนฺติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว ปัจจนิกสาตพราหมณ์กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระ-*โคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายดุจหงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด ด้วยหวังว่าคนมีจักษุจะมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาค กับพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะ ขอพระองค์จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๖. ปัจจนีกสูตร ๖. ปัจจนีกสูตร ว่าด้วยปัจจนีกสาตพราหมณ์
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี สมัยนั้น พราหมณ์ชื่อปัจจนีกสาตะ พำนักอยู่ในกรุงสาวัตถี ได้มีความคิดดังนี้ว่า “ทางที่ดีเราพึงเข้าไปเฝ้าพระสมณโคดมถึงที่ประทับเถิด พระสมณโคดมจักตรัสคำใดๆ เราก็จักคัดค้านคำนั้นๆ” สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จจงกรมอยู่ในที่กลางแจ้ง ลำดับนั้น ปัจจนีกสาต-พราหมณ์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ เดินตามพระผู้มีพระภาคซึ่งกำลังเสด็จจงกรมอยู่ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ขอพระองค์จงตรัสสมณธรรมเถิด” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ผู้ตั้งใจจะคัดค้าน มีจิตเศร้าหมอง มากไปด้วยความแข่งดี จะไม่รู้ชัดคำสุภาษิต ส่วนบุคคลใดกำจัดความแข่งดี ความไม่มีจิตเลื่อมใส และถอนความอาฆาตออกแล้วฟังอยู่ บุคคลนั้นจึงจะรู้คำสุภาษิตได้ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ปัจจนีกสาตพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนักฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ปัจจนีกสูตรที่ ๖ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัจจนิกสูตรที่ ๖
ในปัจจนิกสูตรที่ ๖ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
เมื่อเขากล่าวว่า สิ่งทั้งปวงขาว พราหมณ์นั้นก็ทำการขัดแย้งโดยนัยเป็นต้นว่าสิ่งทั้งปวงดำ ย่อมมีความสำราญ คือมีความสุขเพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปจฺจนิกสาโต.
บทว่า โย จ วิเนยฺย สารมฺภํ ความว่า ผู้ใดกำจัดความแข่งดีมีลักษณะทำให้เกินหน้ากันแล้วฟัง.
จบอรรถกถาปัจจนิกสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------