๑๐. โลกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทสมํ โลกสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค โลกสูตรที่ ๑๐
กิสฺมึ โลโก สมุปฺปนฺโน กิสฺมึ กุพฺพติ สนฺถวํ กิสฺส โลโก อุปาทาย กิสฺมึ โลโก วิหญฺญตีติ ฯ
เทวดาทูลถามว่า เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมชมเชยในอะไร โลกยึดถือซึ่งอะไร โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอะไร ฯ
ฉสุ โลโก สมุปฺปนฺโน ฉสุ กุพฺพติ สนฺถวํ ฉนฺนเมว อุปาทาย ฉสุ โลโก วิหญฺญตีติ ฯ อนฺธวคฺโค สตฺตโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ นามํ จิตฺตญฺจ ตณฺหา จ สญฺโญชนญฺจ พนฺธนา อพฺภาหตุฑฺฑิโต ปิหิโต อิจฺฉา โลเกน เต ทสาติ ฯ --------
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เมื่ออายตนะ ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น โลกย่อมทำความ ชมเชยในอายตนะ ๖ โลกยึดถืออายตนะ ๖ นั่นแหละ โลกย่อมเดือดร้อนเพราะอายตนะ ๖ ฯ จบ อันธวรรค ที่ ๗ -----------------------------------------------------สูตรที่กล่าวในอันธวรรคนั้น คือ นามสูตร จิตตสูตร ตัณหาสูตร สัญโญชนสูตร พันธนสูตรอัพภาหตสูตร อุฑฑิตสูตร ปิหิตสูตร อิจฉาสูตร กับโลกสูตร รวมเป็น ๑๐ ฯ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. โลกสูตร ว่าด้วยโลก
เทวดาทูลถามว่า เมื่ออะไรเกิด โลกจึงเกิด โลกทำความเชยชิดในอะไร โลกยึดถืออะไร โลกเดือดร้อนเพราะอะไร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๗๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๗. อัทธวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เมื่ออายตนะ ๖ เกิด โลกจึงเกิด โลกทำความเชยชิดในอายตนะ ๖ โลกยึดถืออายตนะ ๖ นั่นแล โลกเดือดร้อนเพราะอายตนะ ๖ โลกสูตรที่ ๑๐ จบ อัทธวรรคที่ ๗ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นามสูตร ๒. จิตตสูตร ๓. ตัณหาสูตร ๔. สัญโญชนสูตร ๕. พันธนสูตร ๖. อัพภาหตสูตร ๗. อุฑฑิตสูตร ๘. ปิหิตสูตร ๙. อิจฉาสูตร ๑๐. โลกสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๗๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโลกสูตรที่ ๑๐
พึงทราบวินิจฉัยในโลกสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-
ในคำว่า กิสฺมึ โลโก สมุปฺปนฺโน นี้เทวดาทูลถามว่า เมื่ออะไรเกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น.
บทว่า ฉสุ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า เมื่ออายตนะภายใน ๖ เกิดขึ้น โลกจึงเกิดขึ้น.
บทว่า ฉสุ กุพฺพติ ได้แก่ ย่อมทำความชมเชยในอายตนะ ๖ เหล่านั้นนั่นแหละ.
บทว่า อุปาทาย อธิบายว่า ก็โลกยึดถือ คืออาศัยแล้ว เกี่ยวเนื่องแล้วซึ่งอายตนะเหล่านั้นนั่นแหละเป็นไป.
บทว่า วิหญฺญติ แปลว่า ย่อมเดือดร้อน คือย่อมบีบคั้นในเพราะอายตนะ ๖ เหล่านั้นนั่นเอง.
อธิบายว่า ปัญหานี้มาด้วยสามารถแห่งอายตนะอันเป็นภายในด้วยประการฉะนี้ ส่วนการนำมาด้วยสามารถแห่งอายตนะทั้งภายในและภายนอก ก็ย่อมสมควร. เพราะว่า เมื่ออายตนะภายใน ๖ เกิดขึ้นแล้ว อายตนะภายนอกนี้ก็ชื่อว่าเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าโลกย่อมทำความชมเชยในอายตนะภายนอก ๖ โลกยึดถืออายตนะภายใน ๖ โลกย่อมเดือดร้อนในเพราะอายตนะภายนอก ๖ ดังนี้.
จบอรรถกถาโลกสูตรที่ ๑๐ จบอันธวรรคที่ ๗ -----------------------------------------------------
พระสูตรที่กล่าวในอันธวรรคนั้น คือ
๑. นามสูตร
๒. จิตตสูตร
๓. ตัณหาสูตร
๔. สัญโญชนสูตร
๕. พันธนสูตร
๖. อัพภาหตสูตร
๗. อุฑฑิตสูตร
๘. ปิหิตสูตร
๙. อิจฉาสูตร
๑๐. โลกสูตร. -----------------------------------------------------