๗. ทุกกรสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. ทุกกรสูตร ว่าด้วยสมณธรรมที่ทำได้ยาก
เทวดากล่าวว่า สมณธรรม คนไม่ฉลาดทำได้ยาก อดทนได้ยาก เพราะสมณธรรมนั้นมีความคับแคบมาก สำหรับคนพาลที่อาศัยอยู่ @เชิงอรรถ : @ อริยมรรค ในที่นี้หมายถึงโลกุตตรมรรค (สํ.ส.อ. ๑/๑๖/๓๕) @ อริยมรรค ในที่นี้หมายถึงโลกิยมรรคและโลกุตตรมรรค (สํ.ส.อ. ๑/๑๖/๓๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๒. นันทนวรรค ๘. หิริสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า คนพาลประพฤติสมณธรรมเป็นเวลานาน หากไม่ห้ามจิต เขาตกอยู่ในอำนาจแห่งความดำริ ก็จะพึงติดขัดในทุกบท หากภิกษุยับยั้งความวิตกในใจไว้ได้ เหมือนเต่าหดอวัยวะไว้ในกระดองของตน ก็จะไม่มีตัณหาและทิฏฐิอาศัย ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ดับสนิทแล้ว ไม่พึงว่าร้ายใคร ทุกกรสูตรที่ ๗ จบ ๘. หิริสูตร ว่าด้วยหิริ
เทวดากล่าวว่า คนผู้กีดกัน(อกุศลธรรม)ได้ด้วยหิริ มีอยู่น้อยในโลก ภิกษุใดหลบหลีกนินทาได้ ตื่นตัวอยู่ เหมือนม้าชั้นดีหลบแส้ได้ ภิกษุเช่นนั้นมีอยู่น้อย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุเหล่าใดผู้กีดกัน(อกุศลธรรม)ได้ด้วยหิริ มีสติ ประพฤติธรรมอยู่ทุกเมื่อ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ ย่อมดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอในที่ที่ไม่สม่ำเสมอ ภิกษุเหล่านั้นมีอยู่น้อย หิริสูตรที่ ๘ จบ @เชิงอรรถ : @ บท ในที่นี้หมายถึงอารมณ์หรืออิริยาบถ ผู้ติดขัดในทุกบท คือ ผู้ติดขัดอยู่ในอารมณ์หรืออิริยาบถที่จะ@เกิดกิเลส (สํ.ส.อ. ๑/๑๗/๓๖) @ ดู ขุ.ธ. ๒๕/๑๔๓/๔๒ @ ถึงที่สุดแห่งทุกข์ หมายถึงบรรลุนิพพานอันเป็นที่สุดแห่งวัฏฏทุกข์ (สํ.ส.อ. ๑/๑๘/๓๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สตฺตมํ ทุกฺกรสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทุกกรสูตรที่ ๗
ทุกฺกรํ ทุตฺติติกฺขญฺจ อพฺยตฺเตน จ สามญฺญํ พหู หิ ตตฺถ สมฺพาธา ยตฺถ พาโล วิสีทตีติ ฯ
(เทวดากล่าวว่า) ธรรมของสมณะ คนไม่ฉลาด ทำได้ยาก ทนได้ยาก เพราะธรรมของสมณะนั้นมีความลำบากมาก เป็นที่ติดขัดของ คนพาล ฯ
กติหํ จเรยฺย สามญฺญํ จิตฺตํ เจ น นิวารเย ปเท ปเท วิสีเทยฺย สงฺกปฺปานํ วสานุโค กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล สโมทหํ ภิกฺขุ มโนวิตกฺเก อนิสฺสิโต อญฺญมเหฐยาโน ปรินิพฺพุโต นูปวเทยฺย กญฺจีติ ฯ
(พระผู้มีพระภาคตรัสว่า) คนพาล ประพฤติธรรมของสมณะสิ้นวันเท่าใด หากไม่ห้าม จิต เขาตกอยู่ในอำนาจของความดำริทั้งหลาย พึงติดขัดอยู่ ทุกๆ อารมณ์ ภิกษุยั้งวิตกในใจไว้ได้ เหมือนเต่าหด อวัยวะทั้งหลายไว้ในกระดองของตน อันตัณหานิสัยและ ทิฐินิสัยไม่พัวพันแล้ว ไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ปรินิพพาน แล้ว ไม่พึงติเตียนใคร ฯ