๔. นันทนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. นันทนสูตร ว่าด้วยนันทนเทพบุตร
นันทนเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาว่า ข้าแต่พระโคดม ผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ถึงญาณทัสสนะ อันไม่มีสิ่งใดขวางกั้นของพระผู้มีพระภาค บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคล ประเภทใดว่าเป็นผู้มีศีล ประเภทใดว่าเป็นผู้มีปัญญา บุคคลประเภทใดล่วงทุกข์ได้ เทวดาทั้งหลายบูชาบุคคลประเภทใด @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๘๓ หน้า ๘๘ ในเล่มนี้ @ ญาณทัสสนะ หมายถึงปัจจเวกขณญาณ ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณา ทบทวน คือสำรวจรู้มรรคผล@กิเลสที่ละได้แล้ว กิเลสที่เหลืออยู่ และนิพพาน(เว้นพระอรหันต์ ไม่มีการพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่)@(องฺ.ติก.อ. ๒/๑๐๔/๒๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๕. จันทนสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลใดมีศีล มีปัญญา อบรมตนดีแล้ว มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ ละความเศร้าโศกได้หมดสิ้น สิ้นอาสวะแล้ว เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลประเภทนั้นว่า เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีปัญญา บุคคลประเภทนั้นล่วงทุกข์ได้แล้ว เทวดาทั้งหลายบูชาบุคคลประเภทนั้น นันทนสูตรที่ ๔ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ นนฺทนสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค นันทนสูตรที่ ๔
เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ปุจฺฉามิ ตํ โคตม ภูริปญฺญ อนาวฏํ ภควโต ญาณทสฺสนํ กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ กถํวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ กถํวิธํ เทวตา ปูชยนฺตีติ ฯ
นันทนเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ข้าแต่พระโคดม ผู้มีพระปัญญากว้างขวาง ข้าพระองค์ขอทูลถาม พระองค์ถึงญาณทัสสนะ อันไม่เวียนกลับแห่งพระผู้มีพระภาค บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลชนิดไรว่า เป็นผู้มีศีล เรียก บุคคลชนิดไรว่า เป็นผู้มีปัญญา บุคคลชนิดไรล่วงทุกข์ อยู่ได้ เทวดาทั้งหลาย บูชาบุคคลชนิดไร ฯ
โย สีลวา ปญฺญวา ภาวิตตฺโต สมาหิโต ฌานรโต สตีมา สพฺพสฺส โสกา วิคตา ปหีนา ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ ตถาวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ ตถาวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ ตถาวิธํ เทวตา ปูชยนฺตีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลใด มีศีล มีปัญญา มีตนอบรมแล้ว มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ เขาปราศจากความโศกทั้งหมด ละได้ขาด มีอาสวะสิ้นแล้ว ทรงไว้ซึ่งร่างกายมีในที่สุด บัณฑิตทั้งหลาย เรียกบุคคลชนิดนั้นว่า เป็นผู้มีศีล เรียกบุคคลชนิดนั้นว่า เป็นผู้มีปัญญา บุคคลชนิดนั้นล่วงทุกข์อยู่ได้ เทวดาทั้งหลาย บูชาบุคคลชนิดนั้น ฯ