๖. โรหิตัสสสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ฉฏฺฐํ โรหิตสฺสสุตฺตํ
๒๙๕สาวตฺถิยํ วิหรติ ... เอกมนฺตํ ฐิโต โข โรหิตสฺโส เทวปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ ยตฺถ นุ โข ภนฺเต น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ สกฺกา นุ โข โส ภนฺเต คมเนน โลกสฺส อนฺโต ญาตุํ วา ทฏฺฐุํ วา ปาปุณิตุํ วาติ ฯ
๒๙๖ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ
๒๙๗ภูตปุพฺพาหํ ภนฺเต โรหิตสฺโส นาม อิสิ อโหสึ โภชปุตฺโต อิทฺธิมา เวหาสงฺคโม ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูโป ชโว อโหสิ เสยฺยถาปิ นาม ทฬฺหธมฺโม ธนุคฺคโห สิกฺขิโต กตหตฺโถ กตโยคฺโค กตุปาสโน ลหุเกน อสเนน อปฺปกสิเรเนว ติริยํ ตาลจฺฉายํ อติปาเตยฺย ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูโป ปทวีติหาโร อโหสิ เสยฺยถาปิ ปุรตฺถิมา สมุทฺทา ปจฺฉิโม สมุทฺโท ฯ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต เอวรูปํ อิจฺฉาคตํ อุปฺปชฺชิ อหํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ปาปุณิสฺสามีติ ฯ โส ขฺวาหํ ภนฺเต เอวรูเปน ชเวน สมนฺนาคโต เอวรูเปน จ ปทวีติหาเรน อญฺญเตฺรว อสิตขายิต อญฺญตฺร อุจฺจารปสฺสาวกมฺมา อญฺญตฺร นิทฺทากิลมถปฏิวิโนทนา วสฺสสตายุโก วสฺสสตชีวี วสฺสสตํ คนฺตฺวา อปฺปตฺวาว โลกสฺส อนฺตํ อนฺตราว กาลกโต ฯ {๒๙๗.๑} อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามีติ ฯ
๒๙๘ยตฺถ โข อาวุโส น ชายติ น ชิยฺยติ น มิยฺยติ น จวติ น อุปปชฺชติ นาหนฺตํ คมเนน โลกสฺส อนฺตํ ญาเตยฺยํ ทฏฺเฐยฺยํ ปตฺเตยฺยนฺติ วทามิ น จ ปนาหํ อาวุโส อปฺปตฺวา โลกสฺส อนฺตํ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยํ วทามิ อปิจาหํ อาวุโส อิมสฺมึเยว พฺยามมตฺเต กเฬวเร สสญฺญมฺหิ สมนเก โลกญฺจ ปญฺญเปมิ โลกสมุทยญฺจ โลกนิโรธญฺจ โลกนิโรธคามินิญฺจ ปฏิปทนฺติ ฯ คมเนน น ปตฺตพฺโพ โลกสฺสนฺโต กุทาจนํ น จ อปฺปตฺวา โลกนฺตํ ทุกฺขา อตฺถิ ปโมจนํ ตสฺมา หเว โลกวิทู สุเมโธ โลกนฺตคู วุสิตพฺรหฺมจริโย โลกสฺส อนฺตํ สมิตาวิ ญตฺวา นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจาติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๓. นานติตถิยวรรค ๖. โรหิตัสสสูตร ๖. โรหิตัสสสูตร ว่าด้วยโรหิตัสสเทพบุตร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี โรหิตัสสเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์สามารถหรือหนอที่จะทรงรู้ ทรงเห็น หรือทรงถึงที่สุดแห่งโลกที่สัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติด้วยการไป” พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “เทพบุตร เราไม่กล่าวที่สุดแห่งโลกที่สัตว์ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติว่า ‘พึงรู้ พึงเห็น พึงถึงได้’ ด้วยการไป” โรหิตัสสเทพบุตรกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ พระผู้มีพระภาคตรัสเรื่องนี้ไว้ดียิ่งนักว่า เทพบุตร เราไม่กล่าวที่สุดแห่งโลกที่สัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติว่า ‘พึงรู้ พึงเห็น พึงถึงได้’ด้วยการไป ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เรื่องเคยมีแล้ว ข้าพระองค์เป็นฤาษีชื่อโรหิตัสสะเป็นบุตรของผู้ใหญ่บ้านเปรียบได้กับนายขมังธนู มีฤทธิ์ เหาะได้ ความเร็วของข้าพระองค์นั้นเปรียบได้กับนายขมังธนู ผู้ยิงธนูแม่นยำ ศึกษามาดีแล้ว ผู้เชี่ยวชาญช่ำชอง ฝึกซ้อมมาดี พึงยิงลูกศรเบาให้ผ่านเงาตาลด้านขวางไปได้โดยไม่ยาก ฉะนั้นการย่างเท้าแต่ละก้าวของข้าพระองค์เปรียบได้กับระยะทางจากทะเลด้านตะวันออกถึงทะเลด้านตะวันตก ฉะนั้น ความปรารถนาอย่างนี้ว่า ‘เราจักถึงที่สุดแห่งโลกด้วยการไป’ เกิดแก่ข้าพระองค์นั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์นั้นเพียบพร้อมด้วยความเร็วและการย่างเท้าอย่างนี้ เว้นจากการกิน การดื่ม การเคี้ยว การลิ้มการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ การหลับ และการบรรเทาความเหน็ดเหนื่อย มีอายุ๑๐๐ ปี ดำรงชีพอยู่ได้ตั้ง ๑๐๐ ปี ดำเนินไปได้ตั้ง ๑๐๐ ปี ยังไม่ถึงที่สุดแห่งโลกก็ตายเสียก่อนในระหว่างทาง
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๘}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๓. นานติตถิยวรรค ๖. โรหิตัสสสูตร ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ พระผู้มีพระภาคตรัสเรื่องนี้ไว้ดียิ่งนักว่า เทพบุตร เราไม่กล่าวที่สุดแห่งโลกที่สัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตายไม่จุติ ไม่อุบัติว่า ‘พึงรู้ พึงเห็น พึงถึงได้’ ด้วยการไป” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “เทพบุตร เราไม่กล่าวที่สุดแห่งโลกที่สัตว์ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติว่า ‘พึงรู้ พึงเห็น พึงถึงได้’ ด้วยการไป เราไม่กล่าวว่า การที่บุคคลยังไม่ถึงที่สุดแห่งโลกจะทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ อนึ่ง เราบัญญัติโลก ความเกิดแห่งโลก ความดับแห่งโลก และข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับแห่งโลก ในร่างกายที่มีประมาณวาหนึ่ง มีสัญญา มีใจนี้เอง ไม่ว่าเวลาไหน ที่สุดแห่งโลก ใครก็ถึงไม่ได้ด้วยการไป และเมื่อยังไม่ถึงที่สุดแห่งโลก ย่อมไม่มีการเปลื้องตนจากทุกข์ เพราะเหตุนั้นแล ผู้รู้แจ้งโลก มีปัญญาดี ถึงที่สุดแห่งโลก อยู่จบพรหมจรรย์ สงบระงับ รู้ที่สุดแห่งโลก ย่อมไม่หวังทั้งโลกนี้และโลกหน้า” โรหิตัสสสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ โลก หมายถึงทุกขสัจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๕/๓๔๕) @ ความเกิดแห่งโลก หมายถึงสมุทัยสัจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๕/๓๔๕) @ ความดับแห่งโลก หมายถึงนิโรธสัจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๕/๓๔๕) @ ข้อปฏิบัติที่ให้ถึงความดับแห่งโลก หมายถึงมัคคสัจ (องฺ.จตุกฺก.อ. ๒/๔๕/๓๔๕)@ ดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๔๕/๗๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๑๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาโรหิตัสสสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในโรหิตัสสสูตรที่ ๖ ต่อไป :-
บทว่า ยตฺถ เป็นสัตตมีวิภัติ ลงในโอกาสหนึ่งแห่งโลกจักรวาล.
คำว่า น จวติ น อุปปชฺชติ นี้ ท่านถือเอาด้วยอำนาจการจุติปฏิสนธิในภพต่อๆ ไป.
บทว่า คมเนน ได้แก่ ด้วยการเดินไปด้วยเท้า พระศาสดาตรัสว่า นาหนฺตํ โลกสฺส อนฺตํ ดังนี้ ทรงหมายถึงที่สุดแห่งสังขารโลก.
ในบทว่า ญาเตยฺยํ เป็นต้น ความว่า พึงรู้พึงเห็นพึงถึง เทพบุตรทูลถามถึงที่สุดแห่งโลกจักรวาล ด้วยประการฉะนี้ พระศาสดาตรัสถึงที่สุดแห่งสังขารโลก. แต่เทพบุตรนั้นร่าเริงด้วยสำคัญว่า คำพยากรณ์ของพระศาสดา สมกับปัญหาของตน จึงกล่าวว่า น่าอัศจรรย์เป็นต้น.
บทว่า ทฬฺหธมฺโม แปลว่า มีธนูมั่น คือประกอบด้วยธนูขนาดเยี่ยม.
บทว่า ธนุคฺคโห แปลว่า อาจารย์ฝึกธนู.
บทว่า สุสิกฺขิโต ได้แก่ ศึกษาศิลปธนูมา ๑๒ ปี.
บทว่า กตหตฺโถ ได้แก่ ชื่อว่าชำนาญมือ เพราะสามารถยิงปลายขนทรายได้ แม้ในระยะอุสภะหนึ่ง.
บทว่า กตุปาสโน ได้แก่ ยิงธนูชำนาญ ประลองศิลปะมาแล้ว.
บทว่า อสเนน ได้แก่ ลูกธนู.
บทว่า อติปาเตยฺย ได้แก่ พึงผ่าน. เทพบุตรแสดงคุณสมบัติคือความเร็วของตนว่า ลูกธนูนั้นพึงผ่านเงาตาลเพียงใด ข้าพระองค์ก็ผ่านจักรวาลไปโดยกาล [ชั่วขณะ] เพียงนั้น.
ด้วยบทว่า ปุริมา สมุทฺทา ปจฺฉิโม เทพบุตรกล่าวว่า ข้าพระองค์ย่างเท้าก้าวได้ไกล ทำนองไกลจากสมุทรด้านตะวันออกจดสมุทรด้านตะวันตก.
ได้ยินว่า เทพบุตรนั้นยืนที่ขอบปากจักรวาลทิศตะวันออก ย่างเท้าแรกก้าวเลยขอบปากจักรวาลทิศตะวันตกไป ย่างเท้าที่สองออกก็ก้าวเลยขอบปากจักรวาลอื่นๆ ไป.
บทว่า อิจฺฉาคตํ แปลว่า ความอยากได้นั่นเอง. เทพบุตรแสดงความไม่ชักช้าด้วย.
บทว่า อญฺญเตฺรว ได้ยินว่า โรหิตัสสฤษีนั้น ในเวลาไปภิกขาจาร เคี้ยวไม้ชำระฟันชื่อนาคลดาแล้วบ้วนปากที่สระอโนดาด ถึงอุตตรกุรุทวีปแล้วออกหาอาหาร นั่งที่ขอบปากจักรวาล ฉันอาหาร ณ ที่นั้นพักชั่วครู่ก็เหาะไปเร็วอีก.
บทว่า วสฺสสตายุโก ได้แก่ ยุคนั้น เป็นยุคที่มนุษย์มีอายุยืน. แต่โรหิตัสสฤษีนี้เริ่มเดินทางเมื่ออายุเหลือ ๑๐๐ ปี.
บทว่า วสฺสสตชีวี ได้แก่ เป็นอยู่โดยไม่มีอันตรายตลอด ๑๐๐ ปีนั้น.
บทว่า อนฺตราว กาลกโต ได้แก่ ยังไม่ทันถึงที่สุดโลกจักรวาลก็ตายเสียในระหว่าง ก็โรหิตัสสฤษีนั้นแม้ทำกาละในภพนั้น ก็มาบังเกิดในจักรวาลนี้นี่แล.
บทว่า อปฺปตฺวา ได้แก่ ยังไม่ถึงที่สุดแห่งสังขารโลก.
บทว่า ทุกฺขสฺส ได้แก่ วัฏฏทุกข์.
บทว่า อนฺตกิริยํ ได้แก่ กระทำที่สุด.
บทว่า กเฬวเร ได้แก่ ในอัตภาพ.
บทว่า สสญฺญมฺหิ สมนเก ได้แก่ มีสัญญา มีจิต.
บทว่า โลกํ ได้แก่ ทุกขสัจ.
บทว่า โลกสมุทยํ ได้แก่ สมุทัยสัจ.
บทว่า โลกนิโรธํ ได้แก่ นิโรธสัจ.
บทว่า ปฏิปทํ ได้แก่ มรรคสัจ ด้วยประการฉะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ดูก่อนผู้มีอายุ เราไม่บัญญัติสัจจะ ๔ นี้ลงในหญ้าและไม้เป็นต้น แต่เราบัญญัติลงในกายที่ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔ นี้เท่านั้น.
บทว่า สมิตาวี ได้แก่ สงบบาป.
บทว่า นาสึสติ ได้แก่ ไม่ปรารถนา.
จบอรรถกถาโรหิตัสสสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------