๒. อัยยิกาสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ อยฺยิกาสุตฺตํ
๓๙๙สาวตฺถีนิทานํ ฯ อถ โข ราชา ปเสนทิโกสโล ทิวาทิวสฺส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชานํ ปเสนทิโกสลํ ภควา เอตทโวจ หนฺท กุโต นุ ตฺวํ มหาราช อาคจฺฉสิ ทิวาทิวสฺสาติ ฯ {๓๙๙.๑} อยฺยิกา เม ภนฺเต กาลกตา ชิณฺณา วุฑฺฒา มหลฺลิกา อทฺธคตา วโย อนุปฺปตฺตา วีสวสฺสสติกา ชาติยา อยฺยิกา โข ปน ภนฺเต ปิยา อโหสิ มนาปา หตฺถิรตเนน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ หตฺถิรตนํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ อสฺสรตเนน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ อสฺสรตนํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ คามวเรน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ คามวรํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ ชนปเทน เจปหํ ภนฺเต ลเภยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ ชนปทํปหํ ทเทยฺยํ มา เม อยฺยิกา กาลมกาสีติ อจฺฉริยํ ภนฺเต อพฺภูตํ ภนฺเต ยาว สุภาสิตญฺจิทํ ภนฺเต ภควตา สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตาติ ฯ
๔๐๐เอวเมตํ มหาราช เอวเมตํ มหาราช สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตา ฯ เสยฺยถาปิ มหาราช ยานิกานิจิ กุมฺภการกภาชนานิ อามกานิ เจว ปกฺกานิ จ สพฺพานิ ตานิ เภทนธมฺมานิ เภทนปริโยสานานิ เภทนํ อนตีตานิ เอวเมว โข มหาราช สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณปริโยสานา มรณํ อนตีตาติ ฯ
๔๐๑อิทมโวจ ฯเปฯ สพฺเพ สตฺตา มริสฺสนฺติ มรณนฺตํ หิ ชีวิตํ ยถากมฺมํ คมิสฺสนฺติ ปุญฺญปาปผลูปคา นิรยํ ปาปกมฺมนฺตา ปุญฺญกมฺมา จ สุคตึ ตสฺมา กเรยฺย กลฺยาณํ นิจยํ สมฺปรายิกํ ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อัยยิกาสูตร ว่าด้วยพระอัยยิกาของพระเจ้าปเสนทิโกศล
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลได้เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแต่ยังวัน ถวายอภิวาทแล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควร พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกับพระเจ้าปเสนทิโกศลผู้ประทับนั่ง ณ ที่สมควรดังนี้ว่า “เชิญเถิดมหาบพิตร พระองค์เสด็จมาจากไหนแต่ยังวัน” พระเจ้าปเสนทิโกศลกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระอัยยิกาของข้าพระองค์ ทรงพระชรา แก่เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัย มีพระชนม์ ๑๒๐ ชันษาได้ทิวงคตเสียแล้ว พระองค์เป็นที่รัก เป็นที่พอใจของข้าพระองค์มาก พระพุทธเจ้าข้าหากข้าพระองค์ใช้ช้างแก้วแลกแล้วจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ ข้าพระองค์ก็พึงให้แม้ซึ่งช้างแก้วเพื่อให้ได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ หากข้าพระองค์ใช้ม้าแก้วแลกแล้วจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ ข้าพระองค์ก็พึงให้แม้ซึ่งม้าแก้วเพื่อให้ได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๖๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๓. โกสลสังยุต] ๓. ตติยวรรค ๒. อัยยิกาสูตร หากข้าพระองค์ใช้บ้านส่วยแลกแล้วจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ ข้าพระองค์ก็พึงให้แม้ซึ่งบ้านส่วยเพื่อให้ได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ หากข้าพระองค์ใช้ชนบทแลกแล้วจะพึงได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ ข้าพระองค์ก็พึงให้แม้ซึ่งชนบทเพื่อให้ได้สมหวังว่า ‘ขอพระอัยยิกาของเราอย่าได้ทิวงคตเลย’ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์จริง ไม่เคยปรากฏ พระผู้มีพระภาคตรัสเรื่องนี้ไว้ดียิ่งนักว่า ‘สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุดไม่ล่วงพ้นความตายไปได้” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “มหาบพิตร ข้อนี้เป็นอย่างนั้น มหาบพิตร ข้อนี้ เป็นอย่างนั้น สัตว์ทั้งปวงมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ มหาบพิตร ภาชนะดินชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งดิบและสุก ภาชนะดินเหล่านั้นทั้งหมด มีความแตกเป็นธรรมดา มีความแตกเป็นที่สุด ไม่พ้นความแตกไปได้ แม้ฉันใด มหาบพิตร สัตว์ทั้งปวงก็มีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้ ฉันนั้นเหมือนกัน” พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า สัตว์ทั้งปวงจักตาย เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด สัตว์ทั้งหลายจักไปตามกรรม เข้าถึงผลบุญและบาป คือ ผู้ทำบาปจักไปนรก ส่วนผู้ทำบุญจักไปสวรรค์ เพราะฉะนั้น บุคคลควรทำกรรมดี สะสมไว้เป็นสมบัติในโลกหน้า เพราะบุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า อัยยิกาสูตรที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๖๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอัยยิกาสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในอัยยิกาสูตรที่ ๒ ต่อไป :-
บทว่า ชิณฺณา ได้แก่ แก่เพราะชรา.
บทว่า วุฑฺฒา ได้แก่ เจริญโดยวัย.
บทว่า มหลฺลิกา ได้แก่ แก่เฒ่าโดยชาติ.
บทว่า อทฺธคตา ได้แก่ ล่วงกาลไกล คือกาลนาน.
บทว่า วโยอนุปฺปตฺตา ได้แก่ ถึงปัจฉิมวัย.
บทว่า ปิย มนาปา ความว่า ได้ยินว่า เมื่อพระชนนีของพระราชาทิวงคตแล้ว พระราชาก็ทรงสถาปนาพระอัยยิกาไว้ในตำแหน่งพระชนนี แล้วทรงทะนุบำรุง ด้วยเหตุนั้น ท้าวเธอจึงทรงมีความรักแรงกล้าในพระอัยยิกา เพราะฉะนั้น จึงตรัสอย่างนี้.
บทว่า หตฺถิรตเนน ความว่า ช้างมีค่าแสนหนึ่ง ประดับด้วยเครื่องประดับมีค่าแสนหนึ่ง ชื่อว่า หัตถิรัตนะ. แม้ในอัสสรัตนะก็นัยนี้เหมือนกัน. แม้บ้านส่วย ก็คือหมู่บ้านที่มีรายได้เกิดขึ้นแสนหนึ่งนั่นเอง.
บทว่า สพฺพานิ ตานิ เภทนธมฺมานิ ความว่า บรรดาภาชนะของช่างหม้อเหล่านั้นภาชนะบางอันที่ช่างหม้อกำลังทำอยู่นั่นแหละ ย่อมแตกได้. บางอันทำเสร็จแล้ว เอาออกจากแป้นหมุนก็แตก. บางอันเอาออกแล้วพอวางลงที่พื้นก็แตก. บางอันอยู่ได้เกินไปกว่านั้นก็แตก.
แม้ในสัตว์ทั้งหลายก็อย่างนั้นเหมือนกัน บางคนเมื่อมารดาตายทั้งกลม ไม่ทันออกจากท้องมารดาก็ตายบางคนพอคลอดก็ตาย บางคนอยู่ได้เกินไปกว่านั้นก็ตาย.
เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้.
จบอรรถกถาอัยยิกาสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------