๔. ปฏิรูปสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ ปฏิรูปสุตฺตํ
๔๕๕เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ เอกสาลายํ พฺราหฺมณคาเม ฯ เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ฯ อถ โข มารสฺส ปาปิมโต เอตทโหสิ อยํ โข สมโณ โคตโม มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสติ ยนฺนูนาหํ เยน สมโณ โคตโม เตนุสงฺกเมยฺยํ วิจกฺขุกมฺมายาติ ฯ
๔๕๖อถ โข มาโร ปาปิมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌาภาสิ เนตํ ตว ปฏิรูปํ ยทญฺญมนุสาสสิ อนุโรธวิโรเธสุ มา สชฺชิตฺถ ตทาจรนฺติ ฯ
๔๕๗หิตานุกมฺปี สมฺพุทฺโธ ยทญฺญมนุสาสติ อนุโรธวิโรเธหิ วิปฺปมุตฺโต ตถาคโตติ ฯ อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ มํ ภควา ชานาติ มํ สุคโตติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๔. มารสังยุต] ๒. ทุติยวรรค ๔. ปฏิรูปสูตร ๔. ปฏิรูปสูตร ว่าด้วยสิ่งที่สมควร
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ หมู่บ้านพราหมณ์ชื่อเอกสาลา แคว้นโกศล สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคมีคฤหัสถ์บริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อม ทรงแสดงธรรมอยู่ ครั้งนั้น มารผู้มีบาปได้มีความคิดดังนี้ว่า “พระสมณโคดมนี้มีคฤหัสถ์บริษัทหมู่ใหญ่แวดล้อม แสดงธรรมอยู่ ทางที่ดีเราพึงเข้าไปหาพระสมณโคดมถึงที่ประทับเพื่อให้บริษัทหลงเข้าใจผิดเถิด” ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ท่านพร่ำสอนธรรมใดแก่ผู้อื่น ธรรมนั้นไม่สมควรแก่ท่านเลย เมื่อท่านกล่าวสอนธรรมนั้น อย่าได้ข้องในความยินดียินร้าย พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พระสัมพุทธเจ้าทรงมีจิตเกื้อกูลอนุเคราะห์ ทรงพร่ำสอนธรรมใดแก่ผู้อื่น ตถาคตหลุดพ้นจากความยินดียินร้ายในธรรมนั้นแล้ว ครั้งนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “พระผู้มีพระภาคทรงรู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเรา” จึงหายตัวไป ณ ที่นั้นเอง ปฏิรูปสูตรที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๙๑}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปฏิรูปสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในปฏิรูปสูตรที่ ๔ ต่อไป :-
บทว่า อนุโรธวิโรเธสุ ได้แก่ ในความยินดียินร้าย.
บทว่า มา สชฺชิตฺถ ตทาจรํ ได้แก่ อย่ามัวยึดการกล่าวธรรมติดอยู่เลย.
ด้วยว่า เมื่อท่านกล่าวธรรมกถาอยู่ คนบางพวกถวายสาธุการ ก็เกิดความยินดีในคนพวกนั้นคนบางพวกฟังไม่เคารพ ก็เกิดความยินร้ายในคนพวกนั้น ดังนั้น พระธรรมกถึก ชื่อว่าข้องอยู่ในความยินดียินร้าย ขอท่านอย่าข้องอย่างนั้นเลยมารกล่าวดังนี้.
บทว่า ยทญฺญมนุสาสติ แปลว่า ย่อมสั่งสอนคนอื่นใด.
พระสัมพุทธะย่อมอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ชื่อว่า หิตานุกมฺปี ผู้อนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูลก็เพราะเหตุที่ทรงอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์เกื้อกูล ฉะนั้น พระตถาคตจึงทรงหลุดพ้นจากความยินดียินร้ายแล.
จบอรรถกถาปฏิรูปสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------