๒. สมิทธิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทุติยํ สมิทฺธิสุตตํ
๔๘๒เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ สิลาวติยํ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา สมิทฺธิ ภควโต อวิทูเร อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรติ ฯ อถ โข อายสฺมโต สมิทฺธิสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม ยสฺส เม สตฺถา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม โยหํ เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิโต ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม ยสฺส เม สพฺรหฺมจาริโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมาติ ฯ
๔๘๓อถ โข มาโร ปาปิมา อายสฺมโต สมิทฺธิสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย เยนายสฺมา สมิทฺธิ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมโต สมิทฺธิสฺส อวิทูเร มหนฺตํ ภยเภรวํ สทฺทมกาสิ อปิสฺสุทํ ปฐวี มญฺเญ อุทฺรียตีติ ฯ
๔๘๔อถ โข อายสฺมา สมิทฺธิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สมิทฺธิ ภควนฺตํ เอตทโวจ อิธาหํ ภนฺเต ภควโต อวิทูเร อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรามิ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม ยสฺส เม สตฺถา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม โยหํ เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิโต ลาภา วต เม สุลทฺธํ วต เม ยสฺส เม สพฺรหฺมจาริโน สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมาติ ตสฺส มยฺหํ ภนฺเต อวิทูเร มหาภยเภรวสทฺโท อโหสิ อปิสฺสุทํ ปฐวี มญฺเญ อุทฺรียตีติ ฯ
๔๘๕เนสา สมิทฺธิ ปฐวี อุทฺรียติ มาโร เอโส ปาปิมา ตุยฺหํ วิจกฺขุกมฺมาย อาคโต คจฺฉ ตฺวํ สมิทฺธิ ตตฺเถว อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหราหีติ ฯ เอวํ ภนฺเตติ โข อายสฺมา สมิทฺธิ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ
๔๘๖ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา สมิทฺธิ ตตฺเถว อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหาสิ ฯ ทุติยมฺปิ โข อายสฺมโต สมิทฺธิสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส ฯเปฯ ทุติยมฺปิ โข มาโร ปาปิมา อายสฺมโต สมิทฺธิสฺส เจตสา เจโตปริวิตกฺกมญฺญาย ฯเปฯ อปิสฺสุทํ ปฐวี มญฺเญ อุทฺรียตีติ ฯ
๔๘๗อถ โข อายสฺมา สมิทฺธิ มาโร อยํ ปาปิมา อิติ วิทิตฺวา มารํ ปาปิมนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ สทฺธายาหํ ปพฺพชิโต อคารสฺมา อนคาริยํ สติ ปญฺญา จ เม พุทฺธา จิตฺตญฺจ สุสมาหิตํ กามํ กรสฺสุ รูปานิ เนว มํ พฺยาธยิสฺสสีติ ฯ อถ โข มาโร ปาปิมา ชานาติ มํ สมิทฺธิ ภิกฺขูติ ทุกฺขี ทุมฺมโน ตตฺเถวนฺตรธายีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๔. มารสังยุต] ๓. ตติยวรรค ๒. สมิทธิสูตร ๒. สมิทธิสูตร ว่าด้วยพระสมิทธิ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นครศิลาวดี แคว้นสักกะ สมัยนั้นท่านพระสมิทธิเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ในที่ใกล้พระผู้มีพระภาค ครั้งนั้น ท่านพระสมิทธิหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความคิดคำนึงอย่างนี้ว่า “เป็นลาภของเราหนอที่เราได้พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระศาสดาของเรา เป็นลาภของเราหนอที่เราได้บวชในพระธรรมวินัย อันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้วอย่างนี้ เป็นลาภของเราหนอที่เราได้เพื่อนพรหมจารี ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม” ครั้งนั้นมารผู้มีบาปทราบความคิดคำนึงของท่านพระสมิทธิด้วยใจแล้ว เข้าไปหาท่านพระสมิทธิถึงที่อยู่แล้วทำเสียงดังน่าสะพรึงกลัว น่าหวาดเสียว ประดุจแผ่นดินจะถล่มณ ที่ใกล้ท่านพระสมิทธิ ลำดับนั้น ท่านพระสมิทธิเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ในที่ใกล้พระองค์ ณ ที่นี้ ข้าพระองค์หลีกเร้นอยู่ในที่สงัดเกิดความคิดคำนึงอย่างนี้ว่า ‘เป็นลาภของเราหนอที่เราได้พระ-อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นพระศาสดาของเรา เป็นลาภของเราหนอที่เราได้บวชในพระธรรมวินัย อันพระศาสดาตรัสไว้ดีแล้วอย่างนี้ เป็นลาภของเราหนอที่เราได้เพื่อนพรหมจารี ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม’ เสียงดังน่าสะพรึงกลัว น่าหวาดเสียวประดุจแผ่นดินจะถล่ม ได้มีแล้วในที่ใกล้ข้าพระองค์” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สมิทธิ นั่นมิใช่แผ่นดินจะถล่ม นั่นคือมารผู้มีบาปมาเพื่อลวงให้เธอหลงเข้าใจผิด เธอจงไปเถิดสมิทธิ จงเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียรอุทิศกายและใจอยู่ในที่นั้นเถิด”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๐๓}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๔. มารสังยุต] ๓. ตติยวรรค ๒. สมิทธิสูตร ท่านพระสมิทธิรับพระดำรัสแล้วลุกขึ้นจากอาสนะ ถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาคกระทำประทักษิณแล้วจากไป แม้ในครั้งที่ ๒ ท่านพระสมิทธิเป็นผู้ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกาย และใจอยู่ในที่นั้นนั่นเอง แม้ในครั้งที่ ๒ ท่านพระสมิทธิหลีกเร้นอยู่ในที่สงัด เกิดความคิดคำนึง อย่างนี้ว่า ฯลฯ แม้ในครั้งที่ ๒ มารผู้มีบาปทราบความคิดคำนึงของท่านพระสมิทธิด้วยใจ จึงทำเสียงดังน่าสะพรึงกลัว น่าหวาดเสียว ประดุจแผ่นดินจะถล่ม ณ ที่ใกล้ท่านพระสมิทธิ ลำดับนั้น ท่านพระสมิทธิทราบว่า “นี้คือมารผู้มีบาป” จึงกล่าวกับมาร ผู้มีบาปด้วยคาถาว่า เราออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา เรารู้สติและปัญญาแล้ว อนึ่ง จิตก็ตั้งมั่นดีแล้ว ท่านบันดาลรูปร่างให้น่ากลัวแค่ไหน ก็ทำให้เราหวั่นไหวไม่ได้ ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์เสียใจว่า “ภิกษุสมิทธิรู้จักเรา” จึงหายตัวไปณ ที่นั้นเอง สมิทธิสูตรที่ ๒ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๐๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสมิทธิสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในสมิทธิสูตรที่ ๒ ต่อไป :-
บทว่า ลาภา เม กต สุลทฺธํ วต เม ความว่า เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว เพราะเราได้พระศาสดา พระธรรม และเพื่อนพรหมจารีเห็นปานนั้น.
ได้ยินว่า ท่านสมิทธินั้น ภายหลังพิจารณามูลกัมมัฏฐานแล้ว ก็ยึดกัมมัฏฐานที่น่าเลื่อมใสไว้ก่อนด้วยหมายจะยึดเอาพระอรหัตให้ได้ ระลึกคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ให้เกิดความที่จิตเหมาะแล้วนั่งทำจิตให้ร่าเริงยินดี ด้วยเหตุนั้น ท่านสมิทธินั้นจึงคิดอย่างนี้.
บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่า มารคิดว่า พระภิกษุสมิทธินี้ก็เป็นเช่นเดียวกับภิกษุที่นั่งถือกัมมัฏฐานที่น่าเลื่อมใสตราบใด ยังถือเอาพระอรหัตไม่ได้ตราบนั้น จำเราจักทำอันตรายแก่เธอดังนี้ แล้วจึงเข้าไปหา.
บทว่า คจฺฉ ตฺวํ ความว่า พระศาสดาทรงตรวจดูทั่วชมพูทวีป ทรงพบว่า กัมมัฏฐานจักเป็นสัปปายะสำหรับภิกษุนั้น ในที่นั้นนั่นแล เพราะฉะนั้น จึงตรัสอย่างนี้.
บทว่า สติ ปญฺญา จ เม พุทฺธา ความว่า เรารู้สติและปัญญาของเรา.
บทว่า กามํ กรสฺสุ รูปานิ ได้แก่ ท่านจะทำรูปที่น่ากลัวแม้มากมาย.
บทว่า เนว มํ พฺยาธยิสฺสสิ ได้แก่ ท่านไม่ทำเราให้หวั่นไหวได้.
จบอรรถกถาสมิทธิสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------