๙. อารัญญกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
นวมํ อารญฺญกสุตฺตํ
๘๙๕สาวตฺถีนิทานํ ฯ ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว สมฺพหุลา อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา อรญฺญายตเน ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺติ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก จ เทวานมินฺโท เวปจิตฺติ จ อสุรินฺโท เยน เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา เตนุปสงฺกมึสุ ฯ
๘๙๖อถ โข ภิกฺขเว เวปจิตฺติ อสุรินฺโท อฏลิโย อุปาหนา อาโรหิตฺวา ขคฺคํ โอลคฺเคตฺวา ฉตฺเตน ธาริยมาเนน อคฺคทฺวาเรน อสฺสมํ ปวิสิตฺวา เต อิสโย สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม อปพฺยามโต กริตฺวา อติกฺกมิ ฯ อถ โข ภิกฺขเว สกฺโก เทวานมินฺโท อฏลิโย อุปาหนา โอโรหิตฺวา ขคฺคํ อญฺเญสํ ทตฺวา ฉตฺตํ อปณาเมตฺวา ทฺวาเรเนว อสฺสมํ ปวิสิตฺวา เต อิสโย สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม อนุวาตํ ปญฺชลิโก นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ ฯ
๘๙๗อถ โข ภิกฺขเว เต อิสโย สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา สกฺกํ เทวานมินฺทํ คาถาย อชฺฌภาสึสุ คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตน อิโต ปฏิกฺกมฺม สหสฺสเนตฺต คนฺโธ อิสีนํ อสุจิ เทวราชาติ ฯ
๘๙๘คนฺโธ อิสีนํ จิรทกฺขิตานํ กายา จุโต คจฺฉติ มาลุเตน สุจิตฺรปุปฺผํ สิรสฺมึว มาลํ คนฺธํ เอตํ ปฏิกงฺขาม ภนฺเต น เหตฺถ เทวา ปฏิกฺกูลสญฺญิโนติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑๑. สักกสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๙. อารัญญกสูตร ๙. อารัญญกสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ในป่า
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมจำนวนมากอาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงด้วยใบไม้ในราวป่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพกับท้าวเวปจิตติจอมอสูร เข้าไปหาฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นถึงที่อยู่ ครั้งนั้น ท้าวเวปจิตติจอมอสูร ทรงฉลองพระบาทหนาหลายชั้น ทรงพระขรรค์ มีผู้กั้นฉัตรให้ เข้าไปสู่อาศรมทางประตูพิเศษ เข้าไปใกล้ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นห่างไม่ถึงวา ส่วนท้าวสักกะจอมเทพทรงถอดฉลองพระบาท ประทานพระขรรค์ให้แก่ผู้อื่น รับสั่งให้ลดฉัตร เสด็จเข้าไปทางอาศรมโดยทางประตูเข้าออก ประคองอัญชลีนอบน้อมฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้นแล้วอยู่ใต้ลม ครั้งนั้น ฤๅษีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรมเหล่านั้น ได้กล่าวกับท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า กลิ่นของฤๅษีผู้ประพฤติพรตมานาน ย่อมฟุ้งจากกายไปตามลม ท้าวสหัสนัยน์ พระองค์จงถอยไปจากที่นี้ ท้าวเทวราช กลิ่นของพวกฤๅษี ไม่สะอาด ท้าวสักกะตรัสตอบว่า กลิ่นของพวกฤๅษีผู้ประพฤติพรตมานาน ย่อมฟุ้งจากกายไปตามลม ท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าต่างก็มุ่งหวังกลิ่นนี้ เหมือนคนมุ่งหวังระเบียบดอกไม้อันวิจิตรบนศีรษะ ฉะนั้น พวกเทพหามีความสำคัญในกลิ่น ของผู้มีศีลนี้ว่า เป็นสิ่งปฏิกูลไม่ อารัญญกสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ท้าวสหัสนัยน์ หมายถึงท้าวสักกะจอมเทพผู้ทรงคิดเนื้อความได้ตั้งพันโดยครู่เดียว (ดูข้อ ๒๕๘/๓๗๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๗๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอารัญญกสูตรที่ ๙
พึงทราบวินิจฉัยในอารัญญกสูตรที่ ๙ ต่อไปนี้ :-
บทว่า ปณฺณกุฏีสุ สมฺมนฺติ ความว่า ฤาษีทั้งหลายอาศัยอยู่ในบรรณศาลา สมบูรณ์ด้วยที่พักกลางคืนที่พักกลางวัน และที่จงกรมเป็นต้นในราวป่า อันน่ารื่นรมย์ในหิมวันตประเทศ. เทพทั้งสองเหล่านี้คือ ท้าวสักกะจอมเทพและท้าวเวปจิตติเป็นลูกเขยพ่อตากัน บางครั้งก็ทะเลาะกัน บางครั้งก็เที่ยวไปด้วยกัน แต่ในครั้งนี้เที่ยวไปด้วยกัน.
บทว่า อฏลิโย ได้แก่ รองเท้าหนาหลายชั้น.
บทว่า ขคฺคํ โอลคฺเคตฺวา ได้แก่ สะพายดาบ.
บทว่า ฉตฺเตน ได้แก่ กั้นเศวตฉัตรทิพย์ไว้เบื้องสูง.
บทว่า อปพฺยามโต กริตฺวา แปลว่า ห่างไม่ถึงวา.
บทว่า จิรทกฺขิตานํ แปลว่า ประพฤติพรตมานาน.
ฤาษีทั้งหลายกล่าวว่า ท่านจงถอยไปเสียจากที่นี้ จงเว้นเสียจากที่นี้ อย่ายืนเหนือลม.
บทว่า น เหตฺถ เทวา ความว่า พวกเทวดาหามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลนี้ว่า ปฏิกูลไม่. ท่านแสดงไว้ว่า ก็พวกเทวดามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลว่า น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจทั้งนั้น. จบอรรถกถาอารัญญกสูตรที่ ๙ -----------------------------------------------------
๙. อารัญญกสุตตวัณณนา [ฉบับมหาจุฬาฯ] พรรณนาพระสูตรว่าด้วยภิกษุผู้อยู่ในป่า
[๒๕๕] ในพระสูตรที่ ๙ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้
คำว่า อาศัยอยู่ในกุฎีที่มุงด้วยใบไม้ (ปณฺณกุฏึสุ สมฺมนฺติ) ความว่า ฤๅษีทั้งหลายอาศัยอยู่ในบรรณศาลา สมบูรณ์ด้วยที่พักกลางคืนที่พักกลางวัน และที่จงกรมเป็นต้นในราวป่า อันน่ารื่นรมย์ในหิมวันตประเทศ
เทพทั้ง ๒ เหล่านี้ คือ ท้าวสักกะจอมเทพและท้าวเวปจิตติ เป็นลูกเขยพ่อตากัน บางครั้งก็ทะเลาะกัน บางครั้งก็เที่ยวไปด้วยกัน
คำว่า หนาหลายชั้น (ลฏลิโย) ได้แก่ รองเท้าหนาหลายชั้น
คำว่า ทรงพระขรรค์ (ขคฺคํ โอลคฺเคตฺวา) ได้แก่ สะพายดาบ
คำว่า กั้นฉัตรให้ (ฉตฺเตน) ได้แก่ กั้นเศวตฉัตรทิพย์ไว้เบื้องสูง
คำว่า ห่างไม่ถึงวา (อปพฺยามโต กริตฺวา) ได้แก่ ห่างไม่ถึงวา
คำว่า ผู้ประพฤติพรตมานาน (จิรทกฺขิตานํ) ได้แก่ สมาทานวัตรมานาน ฤๅษีทั้งหลายกล่าวว่า "ท่านจงถอยไปเสียจากที่นี้ จงเว้นเสียจากที่นี้ อย่ายืนเหนือลม"
คำว่า พวกเทพ ... ในกลิ่นของผู้มีศีลนี้ ... ไม่ (น เหตฺถ เทวา) ความว่า พวกเทวดาหามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลนี้ว่า ปฏิกูลไม่ ท่านแสดงไว้ว่า "ก็พวกเทวดามีความสำคัญในกลิ่นของผู้มีศีลว่า น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจทั้งนั้น" พระสูตรที่ ๙ จบ -----------------------------------------------------