๖. ปัชโชตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ปัชโชตสูตรที่ ๖
๖๘ท. โลกย่อมรุ่งเรืองเพราะแสงสว่างทั้งหลายใด แสงสว่าง ทั้งหลายนั้นย่อมมีอยู่เท่าไรในโลก ข้าพระองค์ทั้งหลายมา เพื่อจะทูลถามพระผู้มีพระภาค ไฉนจะรู้จักแสงสว่างที่ทูล ถามนั้น ฯ
๖๙ภ. แสงสว่างทั้งหลายมีอยู่ ๔ อย่างในโลก แสงสว่างที่ ๕ มิได้มีในโลกนี้ ดวงอาทิตย์สว่างในกลางวัน ดวงจันทร์ สว่างในกลางคืน อนึ่ง ไฟย่อมรุ่งเรืองในกลางวันและกลางคืน ทุกหนแห่ง พระสัมพุทธเจ้าประเสริฐกว่าแสงสว่างทั้งหลาย แสงสว่างของพระสัมพุทธเจ้า เป็นแสงสว่างอย่างเยี่ยม ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๓. สัตติวรรค ๖. ปัชโชตสูตร ๖. ปัชโชตสูตร ว่าด้วยแสงสว่าง
เทวดาทูลถามว่า โลกรุ่งเรืองเพราะแสงสว่างเหล่าใด แสงสว่างเหล่านั้นมีอยู่เท่าไรในโลก พวกข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า จะรู้แสงสว่างนั้นได้อย่างไร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ในโลกมีแสงสว่างอยู่ ๔ อย่าง อย่างที่ ๕ ไม่มีในโลกนี้ คือ (๑) ดวงอาทิตย์ส่องสว่างในกลางวัน (๒) ดวงจันทร์ส่องสว่างในกลางคืน (๓) ไฟส่องสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนทุกหนทุกแห่ง (๔) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐกว่าแสงสว่างทั้งหลาย แสงสว่างนี้ เป็นแสงสว่างอย่างยอดเยี่ยม ปัชโชตสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ แสงสว่างนี้ ในที่นี้หมายถึงแสงสว่างของพระพุทธเจ้า (สํ.ส.อ. ๑/๒๖/๕๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปัชโชตสูตรที่ ๖
พึงทราบวินิจฉัยในปัชโชตสูตรที่ ๖ ต่อไป :-
บทว่า ปุฏฺฐํ แก้เป็น ปุจฺฉิตํ แปลว่า เพื่อจะทูลถาม.
บทว่า กถํ ชาเนมุ แก้เป็น กถํ ชาเนยฺยาม แปลว่า ไฉน ข้าพระองค์จักทราบ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า
แสงสว่างทั้งหลายในโลกมีอยู่ ๔ อย่าง แสงสว่างที่ ๕
มิได้มีในโลกนี้ ดวงอาทิตย์สว่างในกลางวัน ดวงจันทร์
สว่างในกลางคืน อนึ่ง ไฟย่อมรุ่งเรืองในกลางวันและ
กลางคืนทุกหนแห่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประเสริฐกว่า
แสงสว่างทั้งหลาย แสงสว่างของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เป็นแสงสว่างอย่างเยี่ยม.
บทว่า ทิวารตฺตึ แปลว่า ในกลางวันและกลางคืน.
บทว่า ตตฺถ ตตฺถ แปลว่า ทุกหนแห่ง คือสว่างไสวในที่นั้นๆ นั่นแหละ.
บทว่า เอสา อาภา แปลว่า แสงสว่างของพระพุทธเจ้านี้.
ถามว่า แสงสว่างของพระพุทธเจ้านี้ เป็นไฉน.
ตอบว่า แสงสว่างแม้ทั้งปวงเหล่านี้ คือแสงสว่างคือฌานก็ตาม แสงสว่างคือปีติก็ตาม แสงสว่างคือปสาทะก็ตามแสงสว่างคือธรรมกถาก็ตาม จงยกไว้ แสงสว่างอันเกิดขึ้นเพราะความปรากฏแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลายชื่อว่าแสงสว่างแห่งพระพุทธเจ้าแสงสว่างนี้เท่านั้นยอดเยี่ยม ประเสริฐสูงสุดกว่าแสงสว่างทั้งหมด ไม่มีแสงสว่างอื่นเทียบได้ ดังนี้แล.
จบอรรถกถาปัชโชตสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------