๕. อโนมิยสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อโนมิยสูตรที่ ๕
๑๔๒เทวดากราบทูลว่า ท่านทั้งหลายเชิญดูพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระนามไม่ ทราม ผู้ทรงเห็นประโยชน์อันละเอียด ผู้ให้ซึ่งปัญญา ไม่ทรงข้องอยู่ในอาลัยคือกาม ตรัสรู้ธรรมทุกอย่าง มี พระปรีชาดี ทรงก้าวไปในทางอันประเสริฐ ผู้ทรงแสวงคุณ อันใหญ่ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๕. อาทิตตวรรค ๖. อัจฉราสูตร ๕. อโนมิยสูตร ว่าด้วยพระนามไม่ต่ำต้อย
เทวดากล่าวว่า เชิญท่านทั้งหลายดูพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระนามไม่ต่ำต้อย ทรงเห็นประโยชน์อันละเอียดอ่อน ให้ซึ่งปัญญา ไม่ทรงข้องอยู่ในอาลัยคือกาม ตรัสรู้ธรรมทุกอย่าง มีพระปรีชา ดำเนินไปในทางอันประเสริฐ ทรงแสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ อโนมิยสูตรที่ ๕ จบ ๖. อัจฉราสูตร ว่าด้วยนางอัปสร
เทวดาทูลถามว่า ราวป่าน่าหลงใหล กึกก้องไปด้วยหมู่นางอัปสร เป็นป่าที่หมู่ปีศาจอาศัยอยู่ จักออกไปได้อย่างไร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ทางนั้นชื่อว่าเป็นทางตรง ทิศนั้นชื่อว่าไม่มีภัย รถชื่อว่าไม่มีเสียงดัง ประกอบด้วยล้อคือธรรม หิริเป็นฝาประทุนของรถนั้น สติเป็นเกราะกั้นของรถนั้น เรากล่าวธรรม มีสัมมาทิฏฐินำหน้าว่าเป็นนายสารถี ยานชนิดนี้มีอยู่แก่ผู้ใด จะเป็นสตรีหรือบุรุษก็ตาม ผู้นั้นไปใกล้นิพพานด้วยยานนี้แล อัจฉราสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ ผู้มีพระนามไม่ต่ำต้อย หมายถึงมีพระนามไม่บกพร่อง คือมีพระนามบริบูรณ์ เพราะประกอบด้วยคุณ@ทุกประการ (สํ.ส.อ. ๑/๔๕/๘๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๖๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอโนมิยสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในอโนมิยสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า อโนมนามํ อธิบายว่า มีพระนามอันไม่บกพร่อง มีพระนามบริบูรณ์ เพราะความที่พระองค์ทรงประกอบด้วยคุณทั้งปวง.
บทว่า นิปุณตฺถทสฺสึ อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นประโยชน์ทั้งหลายละเอียดโดยมีความแตกต่างกันแห่งขันธ์เป็นต้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าทรงเห็นประโยชน์อันละเอียด.
บทว่า ปญฺญาททํ อธิบายว่า ชื่อว่าผู้ให้ซึ่งปัญญา เพราะสามารถบอกปฏิปทาเพื่อให้บรรลุถึงปัญญา.
บทว่า กามาลเย อสตฺตํ ได้แก่ ไม่ทรงข้องในอาลัย คือกามคุณ ๕.
บทว่า กมฺมานํ อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถึงแล้วซึ่งความผ่องใสที่มหาโพธิ์นั่นแหละ ด้วยอริยมรรค มิใช่ทรงถึงในบัดนี้. ก็คำนี้ ท่านกล่าวหมายเอาอดีตกาล
บทว่า มเหสึ ได้แก่ ผู้ค้นหา ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ คือสีลขันธ์เป็นต้น ดังนี้แล.
จบอรรถกถาอโนมิยสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------