อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๒

๑๐. ฆฏิกรสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๒–๑๕๗พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 6 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 6 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทสมํ ฆฏิกรสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ฆฏิกรสูตรที่ ๑๐

ข้อ ๑๕๒

อวิหํ อุปปนฺนาเส วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีณา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ เย จ เต อตรุํ สงฺคํ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุนฺติ ฯ อุปโก ผลคณฺโฑ จ ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ พหุทนฺตี จ สิงฺคิโย เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุนฺติ ฯ

ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า ภิกษุ ๗ รูปผู้เข้าถึงพรหมโลกชื่อว่าอวิหา เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว มีราคะ โทสะสิ้นแล้ว ข้ามเครื่องเกาะเกี่ยวในโลกได้แล้ว ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ก็ภิกษุเหล่านั้นคือผู้ใดบ้าง ผู้ข้ามเครื่องข้องเป็นบ่วงของมารที่ ข้ามได้แสนยาก ละกายของมนุษย์แล้วก้าวล่วงซึ่งทิพย- *โยคะ ฯ ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า คือท่านอุปกะ ๑ ท่านผลคัณฑะ ๑ ท่านปุกกุสาติ ๑ รวม เป็น ๓ ท่าน ท่านภัททิยะ ๑ ท่านขัณฑเทวะ ๑ ท่านพหุ- *ทันตี ๑ ท่านสิงคิยะ ๑ (รวมเป็น ๗ ท่าน) ท่านเหล่านั้น ล้วนแต่ละกายของมนุษย์ ก้าวล่วงทิพยโยคะได้แล้ว ฯ

ข้อ ๑๕๓

กุสลี ภาสสี เตสํ มารปาสปฺปหายินํ กสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านเป็นคนมีความฉลาด กล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ ละบ่วงมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นตรัสรู้ธรรมของใครเล่า จึง ตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ

ข้อ ๑๕๔

น อญฺญตฺร ภควตา นาญฺญตฺร ตว สาสนา ยสฺส เต ธมฺมมญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนํ ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ อเสสํ อุปรุชฺฌติ ตํ เต ธมฺมมิธญฺญาย อจฺฉิทุํ ภวพนฺธนนฺติ ฯ

ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า ท่านเหล่านั้น ตรัสรู้ธรรมของผู้ใดจึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ผู้นั้นไม่มีอื่นไปจากพระผู้มีพระภาค และธรรมนั้นไม่มีอื่นไป จากคำสั่งสอนของพระองค์ ฯ นามและรูปดับไม่เหลือในธรรมใด ท่านเหล่านั้นได้รู้ธรรมนั้น ในพระศาสนานี้ จึงตัดเครื่องผูกคือภพเสียได้ ฯ

ข้อ ๑๕๕

คมฺภีรํ ภาสสี วาจํ ทุพฺพิชานํ สุทุพฺพุธํ กสฺส ตฺวํ ธมฺมมญฺญาย วาจํ ภาสสิ อีทิสนฺติ ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านกล่าววาจาลึกรู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรม ของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฯ

ข้อ ๑๕๖

กุมฺภกาโร ปุเร อาสึ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสึ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เต สคาเมยฺโย อหุวา เต ปุเร สขา โสหเมเต ปชานามิ วิมุตฺเต สตฺต ภิกฺขโว ราคโทสปริกฺขีเณ ติณฺเณ โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ

ฆฏิกรพรหมกราบทูลว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา ได้เป็นอุบาสกของพระกัสสป พุทธเจ้า เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่เกี่ยวด้วยอามิส ได้เคยเป็นคนร่วมบ้านกับพระองค์ ทั้งได้ เคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลปางก่อน ข้าพระองค์รู้จัก ภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว มีราคะและโทสะสิ้นแล้ว ผู้ข้ามเครื่องข้องในโลกได้แล้ว ฯ

ข้อ ๑๕๗

เอวเมตํ ตทา อาสิ ยถา ภาสสิ ภคฺคว กุมฺภกาโร ปุเร อาสิ เวภฬิงฺเค ฆฏีกโร มาตาเปตฺติภโร อาสิ กสฺสปสฺส อุปาสโก วิรโต เมถุนา ธมฺมา พฺรหฺมจารี นิรามิโส อหุวา เม สคาเมยฺโย อหุวา เม ปุเร สขาติ ฯ เอวเมตํ ปุราณานํ สหายานมหุ สงฺคโม อุภินฺนํ ภาวิตตฺตานํ สรีรนฺติมธารินนฺติ ฯ อาทิตฺตวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ อาทิตฺตํ กินฺททํ อนฺนํ เอกมูลํ อโนมิยํ อจฺฉรา วนโรปเชตํ มจฺเฉเรน ฆฏีกโรติ ฯ ---------------

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า แน่ะนายช่างหม้อ ท่านกล่าวเรื่องอย่างใด เรื่องนั้นได้เป็น จริงแล้วอย่างนั้นในกาลนั้น เมื่อก่อนท่านเคยเป็นช่างหม้อ ทำหม้ออยู่ในเวภฬิงคชนบท เป็นผู้เลี้ยงมารดาและบิดา เป็น อุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เป็นผู้เว้นจากเมถุนธรรม เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่เกี่ยวด้วยอามิส ได้เป็นคน เคยร่วมบ้านกันกับเรา ทั้งได้เคยเป็นสหายของเราในปาง ก่อน ฯ พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า สหายเก่าทั้งสอง ผู้มีตนอันอบรมแล้ว ทรงไว้ซึ่งสรีระมีใน ที่สุด ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ฯ จบ อาทิตตวรรค ที่ ๕ -----------------------------------------------------สูตรที่กล่าวในอาทิตตวรรคนั้น คือ อาทิตตสูตร กินททสูตร อันนสูตร เอกมูลสูตร อโนมิยสูตร อัจฉราสูตร วนโรปสูตร เชตวนสูตร มัจฉริสูตร ฆฏิกรสูตร ฉะนี้แล ฯ -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. ฆฏิการสูตร ว่าด้วยฆฏิการเทพบุตร

ข้อ ๕๐

ฆฏิการเทพบุตรกราบทูลว่า ภิกษุ ๗ รูป ผู้บังเกิดในพรหมโลกชั้นอวิหา เป็นผู้หลุดพ้น สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ภิกษุเหล่านั้นคือใครบ้าง ได้ข้ามพ้นเปือกตม คือบ่วงความตาย ที่ใครๆ ข้ามได้แสนยาก ละทิ้งกายมนุษย์ แล้วก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ ได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า ภิกษุ ๓ รูปเหล่านี้ คือ ท่านอุปกะ ท่านผลคัณฑะ และท่านปุกกุสาติ ภิกษุอีก ๔ รูป คือ ท่านภัททิยะ ท่านขัณฑเทวะ @เชิงอรรถ : @ กายมนุษย์ หมายถึงสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๑/๕๐/๘๘)@ โยคะอันเป็นทิพย์ ในที่นี้หมายถึงสังโยชน์เบื้องสูง ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๑/๕๐/๘๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๖๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๕. อาทิตตวรรค ๑๐. ฆฏิการสูตร ท่านพหุทันตี และท่านสิงคิยะ ภิกษุเหล่านั้นละทิ้งกายมนุษย์แล้ว ก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านผู้ฉลาดมักกล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น ผู้ละบ่วงแห่งมารได้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นรู้ธรรมของใครเล่า จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมของผู้ใด จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ ผู้นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากพระผู้มีพระภาค (และ) นอกจากคำสั่งสอนของพระองค์ ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมเป็นที่ดับไม่เหลือ แห่งนามรูปแล้ว จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้ พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านกล่าววาจาลึกซึ้ง ที่รู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก ท่านรู้ธรรมของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้ ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับพระองค์ ทั้งเคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลก่อน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๖๕}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๕. อาทิตตวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ข้าพระองค์รู้จักภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้ ผู้หลุดพ้นแล้ว สิ้นราคะและโทสะแล้ว ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นายช่างหม้อ จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ เมื่อก่อนนั้นท่านเคยเป็นช่างหม้อ ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับเรา ทั้งเคยเป็นสหายของเราในกาลก่อน พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า สหายเก่าทั้งสอง ผู้เคยอบรมตนมาแล้ว เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ฆฏิการสูตรที่ ๑๐ จบ อาทิตตวรรคที่ ๕ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อาทิตตสูตร ๒. กินททสูตร ๓. อันนสูตร ๔. เอกมูลสูตร ๕. อโนมิยสูตร ๖. อัจฉราสูตร ๗. วนโรปสูตร ๘. เชตวนสูตร ๙. มัจฉริสูตร ๑๐. ฆฏิการสูตร @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๐๕ หน้า ๑๑๔-๑๑๖ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๖๖}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาฆฏิกรสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในฆฏิกรสูตรที่ ๑๐ ต่อไป :-

บทว่า ผู้เข้าถึง ได้แก่ เข้าถึงแล้วด้วยอำนาจแห่งความเกิดขึ้น.

บทว่า เป็นผู้หลุดพ้นแล้ว ได้แก่ เป็นผู้หลุดพ้นแล้วด้วยความหลุดพ้นแห่งพระอรหัตผล ในระหว่างแห่งเวลาใกล้ชิดกับความอุบัติขึ้นในอวิหาพรหมโลก.

ในข้อนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ อย่างนี้ว่า มานุสํ เทหํ แปลว่า กายของมนุษย์. ตรัสสังโยชน์อันเป็นส่วนเบื้องบน ๕ อย่างด้วยบทว่า ทิพฺพโยคํ แปลว่า ทิพยโยคะ นี้.

บทว่า อุปจฺจคุํ แปลว่า ก้าวล่วงแล้ว.

บทว่า ท่านอุปกะ เป็นต้น เป็นชื่อของพระเถระเหล่านั้น.

บทว่า ความฉลาด ในคำว่า ท่านเป็นผู้มีความฉลาด กล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น นี้มีอยู่แก่บุคคลนี้ใด เพราะเหตุนั้น บุคคลนั้นจึงชื่อว่ามีความฉลาด.

อธิบายว่า ท่านเป็นผู้มีความฉลาด มีวาจาไม่มีโทษ กล่าวชมเชยสรรเสริญพระเถระเหล่านั้น คือตรัสว่า ดูก่อนเทวบุตร ท่านเป็นผู้ฉลาด.

บทว่า ตํ เต ธมฺมํ อิธญฺญาย ความว่า พระเถระเหล่านั้นรู้ธรรมนั้นในพระศาสนาของพระองค์นี้.

บทว่า คมฺภีรํ ได้แก่ มีอรรถอันลึก.

บทว่า ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่เกี่ยวด้วยอามิส ความว่า ชื่อว่าผู้ประพฤติพรหมจรรย์ไม่เกี่ยวด้วยอามิส คือพระอนาคามี. อธิบายว่า ได้สำเร็จเป็นพระอนาคามีแล้ว.

บทว่า อหุวา แปลว่า ได้เคยเป็นแล้ว.

บทว่า สคาเมยฺโย แปลว่า ได้เคยเป็นคนร่วมบ้านกับพระองค์.

ปริโยสานคาถา พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลายกล่าว.

จบอรรถกถาฆฏิกรสูตรที่ ๑๐ จบอาทิตตวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------

สูตรที่กล่าวในอาทิตตวรรคนั้น คือ

๑. อาทิตตสูตร

๒. กินททสูตร

๓. อันนสูตร

๔. เอกมูลสูตร

๕. อโนมิยสูตร

๖. อัจฉราสูตร

๗. วนโรปสูตร

๘. เชตวนสูตร

๙. มัจฉริสูตร

๑๐. ฆฏิกรสูตร. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา