๗. อุฑฑิตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อุฑฑิตสูตรที่ ๗
๑๙๐เทวดาทูลถามว่า โลกอันอะไรหนอดักไว้ อันอะไรหนอล้อมไว้ โลกอันอะไร หนอปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในอะไร ฯ
๑๙๑พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โลกอันตัณหาดักไว้ อันชราล้อมไว้ โลกอันมฤตยูปิดไว้ โลกตั้งอยู่แล้วในทุกข์ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๗. อัทธวรรค ๘. ปิหิตสูตร ๗. อุฑฑิตสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ถูกดัก
เทวดาทูลถามว่า โลกถูกอะไรเล่าดักไว้ ถูกอะไรเล่าล้อมไว้ ถูกอะไรเล่าปิดไว้ ตั้งอยู่ในอะไรเล่า พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า โลกถูกตัณหาดักไว้ ถูกชราล้อมไว้ ถูกมัจจุปิดไว้ ตั้งอยู่ในความทุกข์อุฑฑิตสูตรที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอุฑฑิตสูตรที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในอุฑฑิตสูตรที่ ๗ ต่อไป :-
บทว่า ตณฺหาย อุฑฺฑิโต แก้เป็น ตณฺหาย อุลฺลงฺฆิโต แปลว่า อันตัณหาดักไว้.
อธิบายว่า ก็เชือกคือตัณหาร้อยรัดมัดจักษุให้ติดกับหลักคือรูป ร้อยรัดโสตเป็นต้นกับเสียงเป็นต้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า โลกอันตัณหาดักไว้แล้ว ดังนี้.
บทว่า มจฺจุนา ปิหิโต แปลว่า อันมฤตยูปิดแล้ว.
อธิบายว่า กรรมกระทำอัตภาพให้ติดกันไปเป็นพืด ก็สัตว์ทั้งหลายย่อมไม่รู้ความเกิดติดต่อกันไปแห่งจิตดวงหนึ่งที่ไม่ห่างกัน เพราะถูกเวทนาในเวลาใกล้ต่อความตายที่มีกำลังปิดบังไว้ (ท่วมทับแล้ว) ราวกะถูกภูเขาปิดบังอยู่ ย่อมไม่รู้ความตายอันนั้น เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า โลกอันมฤตยูปิดบังไว้ ดังนี้.
จบอรรถกถาอุฑฑิตสูตรที่ ๗ -----------------------------------------------------