๕. ทามลิสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ทามลิสูตรที่ ๕
๒๒๙... อารามแห่งอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ทามลิเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืน ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
๒๓๐ทามลิเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้ภาษิตคาถา นี้ ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า พราหมณ์ผู้ไม่เกียจคร้าน พึงทำความเพียรนี้ เขาไม่ปรารถนา ภพด้วยเหตุนั้น เพราะละกามได้ขาดแล้ว ฯ
๒๓๑พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ทามลิ กิจไม่มีแก่พราหมณ์ เพราะว่า พราหมณ์ทำกิจเสร็จ แล้ว บุคคลยังไม่ได้ท่าจอดในแม่น้ำทั้งหลาย เพียงใด เขา เป็นสัตว์เกิด ต้องพยายาม ด้วยตัวทุกอย่าง เพียงนั้น ก็ผู้นั้น ได้ท่าเป็นที่จอดแล้ว ยืนอยู่บนบก ไม่ต้องพยายาม เพราะ ว่า เขาเป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว ฯ ดูกรทามลิเทวบุตร นี้เป็นข้ออุปมาแห่งพราหมณ์ ผู้มีอาสวะ สิ้นแล้ว มีปัญญาเพ่งพินิจ ฯ พราหมณ์นั้น ถึงที่สุดแห่งชาติและมรณะแล้ว ไม่ต้องพยายาม เพราะเป็นผู้ถึงฝั่งแล้ว ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๕. ทามลิสูตร ๕. ทามลิสูตร ว่าด้วยทามลิเทพบุตร
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป ทามลิเทพบุตรมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระเชตวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ณ ที่สมควร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า พราหมณ์ผู้ไม่เกียจคร้านพึงทำความเพียรนี้ เพราะละกามทั้งหลายได้ (และ) เพราะความเพียรนั้น เขาจึงไม่หวังภพ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ทามลิเทพบุตร กิจไม่มีแก่พราหมณ์ เพราะพราหมณ์ทำกิจเสร็จแล้ว ตราบใดบุคคลยังไม่ได้ท่าจอดในแม่น้ำทั้งหลาย ตราบนั้นเขายังต้องเพียรด้วยตัวเองทุกอย่าง แต่เมื่อได้ท่าจอดแล้ว ยืนอยู่บนบก เขาเป็นผู้ถึงฝั่งแล้วจึงไม่ต้องเพียรอีก ทามลิเทพบุตร นี้เป็นข้ออุปมาสำหรับพราหมณ์ ผู้สิ้นอาสวะแล้ว ผู้มีปัญญาเครื่องบริหาร ผู้มีฌาน เพราะเขาถึงที่สุดแห่งชาติและมรณะ เป็นผู้ถึงฝั่งแล้วจึงไม่ต้องเพียร ทามลิสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ พราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพ (สํ.ส.อ. ๑/๘๖/๑๐๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทามลิสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในทามลิสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า น เตนาสึสเต ภวํ ความว่า เขาไม่ปรารถนาภพใดภพหนึ่ง ด้วยเหตุนั้น. เทพบุตรผู้มีความเพียรติดต่อองค์นี้ คิดว่า ความสิ้นสุดกิจของพระขีณาสพไม่มี ด้วยว่า พระขีณาสพทำความเพียรมาตั้งแต่ต้น เพื่อบรรลุพระอรหัต ต่อมาก็บรรลุพระอรหัต เพราะเหตุนั้น ท่านจงอย่านิ่งเสีย จงทำความเพียร จงบากบั่นในที่นั้นๆ นั่นแล ดังนี้แล้ว จึงกล่าวอย่างนี้.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระดำริว่า เทพบุตรองค์นี้ไม่กล่าวการจบกิจของพระขีณาสพ กล่าวแต่คำสอนของเราว่าเป็นอนิยยานิก ไม่นำสัตว์ออกจากทุกข์ เราจักแสดงการจบกิจของพระขีณาสพนั้น ดังนี้แล้ว จึงตรัสว่า นตฺถิ กิจฺจํ ดังนี้เป็นต้น.
ได้ยินว่า ในปิฏกทั้งสาม คาถานี้ไม่แตกต่างกัน. ด้วยว่า ขึ้นชื่อว่าโทษของความเพียร พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงแสดงไว้ในที่อื่น แต่ในทามลิสูตรนี้ ทรงปฏิเสธเทพบุตรองค์นี้ จึงตรัสอย่างนี้ เพื่อทรงแสดงการจบกิจของพระขีณาสพว่า เบื้องต้นภิกษุอยู่ป่า ถือเอากัมมัฏฐานทำความเพียร เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะ สำเร็จเป็นพระขีณาสพ [สิ้นกิเลสหมด] แล้ว ต่อมา ถ้าเธอประสงค์จะทำความเพียรก็ทำ ถ้าไม่ประสงค์ เธอจะอยู่ตามสบาย ก็ได้ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คาธํ แปลว่า ท่าเป็นที่จอด.
จบอรรถกถาทามลิสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------