๕. จันทนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ จนฺทนสุตฺตํ
๒๖๐เอกมนฺตํ ฐิโต โข จนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ กถํสุ ตรติ โอฆํ รตฺตินฺทิวมตนฺทิโต อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ โก คมฺภีเร น สีทตีติ ฯ
๒๖๑สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน ปญฺญวา สุสมาหิโต อารทฺธวิริโย ปหิตตฺโต โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ วิรโต กามสญฺญาย รูปสญฺโญชนาติโต นนฺทิภวปริกฺขีโณ โส คมฺภีเร น สีทตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. จันทนสูตร ว่าด้วยจันทนเทพบุตร
จันทนเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาว่า บุคคลผู้ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน จะข้ามโอฆะได้อย่างไร ใครไม่จมในห้วงน้ำลึกซึ่งไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล มีปัญญา มีจิตตั้งมั่นดี ปรารภความเพียร อุทิศกายและใจตลอดกาลทุกเมื่อ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๒}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๖. วาสุทัตตสูตร ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก เขาเว้นขาดแล้วจากกามสัญญา ล่วงรูปสังโยชน์ได้ มีความกำหนัดด้วยความเพลิดเพลินสิ้นแล้ว ย่อมไม่จมในห้วงน้ำลึก จันทนสูตรที่ ๕ จบ ๖. วาสุทัตตสูตร ว่าด้วยวาสุทัตตเทพบุตร
วาสุทัตตเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนัก ของพระผู้มีพระภาคว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละกามราคะ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุพึงอยู่อย่างมีสติ เพื่อละสักกายทิฏฐิ เหมือนบุคคลถูกแทงด้วยหอก มุ่งถอนหอกออก เหมือนบุคคลถูกไฟไหม้อยู่บนศีรษะ มุ่งดับไฟ ฉะนั้น วาสุทัตตสูตรที่ ๖ จบ @เชิงอรรถ : @ กามสัญญา หมายถึงอุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๙๖-๙๗/๑๐๖)@ รูปสังโยชน์ หมายถึงโอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๙๖-๙๗/๑๐๖)@ ดูเทียบคาถาข้อ ๒๑ หน้า ๒๕ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาจันทนสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในจันทนสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ ได้แก่ ไม่มีที่พึ่งในเบื้องต่ำ ไม่มีที่ยึดในเบื้องบน.
บทว่า สุสมาหิโต ได้แก่ ตั้งมั่นด้วยดีด้วยอัปปนาสมาธิบ้าง ด้วยอุปจารสมาธิบ้าง.
บทว่า ปหิตตฺโต แปลว่า มีตนส่งไปแล้ว
บทว่า นนฺทิภวปริกฺขีโณ แปลว่า สิ้นภพเป็นที่เพลิดเพลินแล้ว.
อภิสังขาร คือ กรรม ๓ [ปุญญาภิสังขาร อปุญญาภิสังขารและอเนญชาภิสังขาร] ชื่อว่าภพเป็นที่เพลิดเพลิน. ดังนั้น ในพระคาถานี้ สังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาด้วยศัพท์ว่า กามสัญญา. สังโยชน์เบื้องบน ๕ ทรงถือเอาด้วยศัพท์ว่า รูปสังโยชน์. อภิสังขารคือกรรม ๓ ทรงถือเอาด้วยศัพท์ว่า นันทิภพ.
ผู้ใดละสังโยชน์ ๑๐ และอภิสังขารคือกรรม ๓ ได้อย่างนี้ ผู้นั้นย่อมไม่จมลงในโอฆะใหญ่ที่ลึก.
อีกนัยหนึ่ง กามภพทรงถือเอาด้วยกามสัญญา รูปภพทรงถือเอาด้วยรูปสังโยชน์ อรูปภพทรงถือเอาด้วยศัพท์ทั้งสองนั้น อภิสังขารคือกรรม ๓ ทรงถือเอาด้วยนันทิภพ.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงแม้ว่า ผู้ใดไม่มีสังขาร ๓ ในภพ ๓ อย่างนี้ ผู้นั้นย่อมไม่จมลงในห้วงน้ำลึก ดังนี้.
จบอรรถกถาจันทนสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------