๘. กกุธสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค กกุธสูตรที่ ๘
๒๖๖ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้- สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระอัญชนวัน สถานพระราชทานอภัยแก่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ครั้งนั้น กกุธเทวบุตร เมื่อราตรีปฐมยามสิ้นไปแล้ว มีวรรณงามยิ่งนัก ยังอัญชนวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว ก็ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ
๒๖๗กกุธเทวบุตร ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระสมณะ พระองค์ทรงยินดีอยู่หรือ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรผู้มีอายุ เราได้อะไรจึงจะยินดี ฯ กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้นพระองค์ทรงเศร้าโศกอยู่หรือ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรผู้มีอายุ เราเสื่อมอะไรจึงจะเศร้าโศก ฯ กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้นพระองค์ไม่ทรงยินดีเลย ไม่ทรงเศร้าโศกเลยหรือ ฯ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นเช่นนั้นผู้มีอายุ ฯ
๒๖๘กกุธเทวบุตร กราบทูลว่า ข้าแต่ภิกษุ พระองค์ไม่มีทุกข์บ้างหรือ ความเพลิดเพลิน ไม่มีบ้างหรือ ความเบื่อหน่ายไม่ครอบงำพระองค์ผู้ประทับนั่ง แต่พระองค์เดียวบ้างหรือ ฯ
๒๖๙พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรท่านผู้อันคนบูชา เราไม่มีทุกข์เลย และความเพลิดเพลิน ก็ไม่มี อนึ่ง ความเบื่อหน่าย ก็ไม่ครอบงำเราผู้นั่งแต่ ผู้เดียว ฯ
๒๗๐กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่ภิกษุ ทำไมพระองค์จึงไม่มีทุกข์ ทำไมความเพลิดเพลิน จึงไม่มี ทำไมความเบื่อหน่าย จึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้นั่ง แต่ผู้เดียว ฯ
๒๗๑พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ผู้มีทุกข์นั่นแหละ จึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลิน นั่นแหละ จึงมีทุกข์ ภิกษุย่อมเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์ ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด ผู้มีอายุ ฯ
๒๗๒กกุธเทวบุตรกราบทูลว่า นานหนอ ข้าพระองค์จึงพบเห็นภิกษุ ผู้เป็นพราหมณ์ ดับรอบแล้ว ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีทุกข์ ข้ามพ้น เครื่องข้องในโลกแล้ว ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. กกุธสูตร ว่าด้วยกกุธเทพบุตร
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระอัญชนวัน สถานที่พระราชทานอภัยแก่หมู่เนื้อ เขตเมืองสาเกต ครั้นเมื่อราตรีผ่านไป กกุธเทพบุตรมีวรรณะงดงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีให้สว่างทั่วพระอัญชนวัน เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้วยืนอยู่ ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระสมณะ พระองค์ทรงยินดีอยู่หรือ”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๔}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๘. กกุธสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อาวุโส เราได้อะไรเล่า” “ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้น พระองค์ทรงเศร้าโศกอยู่หรือ” “อาวุโส เราเสื่อมเสียอะไรเล่า” “ข้าแต่พระสมณะ ถ้าอย่างนั้น พระองค์ไม่ทรงยินดีเลย ไม่ทรงเศร้าโศกเลยหรือ” “เป็นเช่นนั้น อาวุโส” กกุธเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นภิกษุ พระองค์ไม่ทรงมีความทุกข์บ้างหรือ ไม่ทรงมีความเพลิดเพลินบ้างหรือ ความไม่ยินดีไม่ครอบงำพระองค์ผู้อยู่ผู้เดียวหรือ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ยักษ์ เราไม่มีความทุกข์และความเพลิดเพลิน อนึ่ง ความไม่ยินดีก็ไม่ครอบงำเราผู้อยู่ผู้เดียว กกุธเทพบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นภิกษุ ทำไมพระองค์จึงไม่มีความทุกข์ ไม่มีความเพลิดเพลิน ทำไมความไม่ยินดีจึงไม่ครอบงำพระองค์ผู้อยู่ผู้เดียว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ผู้มีความทุกข์เท่านั้นจึงมีความเพลิดเพลิน ผู้มีความเพลิดเพลินเท่านั้นจึงมีความทุกข์ (ส่วน)ภิกษุเป็นผู้ไม่มีความเพลิดเพลิน เป็นผู้ไม่มีความทุกข์ ท่านจงรู้อย่างนี้เถิด อาวุโส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๕}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๙. อุตตรสูตร กกุธเทพบุตรกราบทูลว่า นานจริงหนอ ข้าพระองค์จึงจะพบเห็นภิกษุ ผู้เป็นพราหมณ์ ผู้ดับสนิทแล้ว ไม่มีความเพลิดเพลิน ไม่มีความทุกข์ ผู้ข้ามพ้นเครื่องข้องในโลกได้แล้ว กกุธสูตรที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถากกุธสูตรที่ ๘
พึงทราบวินิจฉัยในกกุธสูตรที่ ๘ ต่อไป :-
บทว่า กกุโธ เทวปุตฺโต ความว่า
ได้ยินว่า เทพบุตรองค์นี้เป็นบุตรอุปัฏฐากของพระมหาโมคคัลลานเถระ ในโกฬนคร เมื่อวัยรุ่นอยู่ในสำนักของพระเถระ ทำฌานให้เกิดแล้ว ทำกาละ [ตาย] ไปอุบัติในพรหมโลก แม้ในพรหมโลกนั้น เหล่าพรหมก็รู้จักเขาว่ากกุธพรหมนั่นแล.
บทว่า นนฺทสิ แปลว่า ยินดี.
บทว่า กึ ลทฺธา ความว่า บุคคลได้ของที่พอใจไรๆ ชื่อว่าผู้ยินดี เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนี้.
บทว่า กึ ชิยิตฺถ ความว่า ก็ผู้ใดเสื่อมเสียสิ่งของมีผ้าเป็นต้นที่พอใจไรๆ ผู้นั้นย่อมเศร้าโศก เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอย่างนั้น.
บทว่า อรติ นาภิกีรติ ความว่า ความระอาย่อมไม่ครอบงำ.
บทว่า อฆชาตสฺส ความว่า ผู้เกิดทุกข์ คือตั้งอยู่ในวัฏฏทุกข์.
บทว่า นนฺทิชาตสฺส ได้แก่ ผู้เกิดตัณหา.
จริงอยู่ วัฏฏทุกข์ของบุคคลเห็นปานนั้นก็มา [เรียก] ว่า อฆะ.
สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวว่า ผู้เป็นทุกข์ ย่อมปรารถนาสุข.
ดังนั้น ความยินดีจึงมีแก่ผู้เกิดทุกข์. ส่วนทุกข์ก็มาเหมือนกัน เมื่อสุขแปรปรวนไป เหตุนั้น ทุกข์จึงมีแก่ผู้เกิดความยินดี.
จบอรรถกถากกุธสูตรที่ ๘ -----------------------------------------------------