๑๐. ภิกขกสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภิกขกสูตรที่ ๑๐
๗๑๖สาวัตถีนิทาน ฯ ครั้งนั้น ภิกขกพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ภิกขกพราหมณ์นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นคนขอ พระองค์ก็เป็นผู้ขอ ในความข้อนี้ เราจะต่างอะไรกัน ฯ
๗๑๗พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลหาชื่อว่าเป็นภิกษุเพียงด้วยการขอคนอื่นไม่ บุคคล สมาทานธรรมเป็นพิษ หาชื่อว่าเป็นภิกษุได้ไม่ ผู้ใดในโลก นี้ละบุญและบาปเสียแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการ พิจารณา ผู้นั้นแลชื่อว่าเป็นภิกษุ ฯ
๗๑๘เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสเช่นนี้แล้ว ภิกขกพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ท่านพระโคดมภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ดุจ-*หงายภาชนะที่คว่ำ เปิดของที่ปิดไว้ บอกทางแก่คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืดด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักมองเห็นรูปได้ ข้าแต่ท่านพระโคดม ข้าพระองค์ขอถึงพระผู้มีพระภาคกับพระธรรมและพระสงฆ์เป็นสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๗. พราหมณสังยุต] ๒. อุปาสกวรรค ๑๐. ภิกขกสูตร ๑๐. ภิกขกสูตร ว่าด้วยภิกขกพราหมณ์
เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกขกพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ข้าพระองค์เป็นคนขอ พระองค์ก็เป็นผู้ขอ ในเรื่องนี้เราจะมีอะไรแตกต่างกัน” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลขอคนเหล่าอื่นอยู่ ย่อมไม่เป็นภิกษุด้วยเหตุมีประมาณเพียงใด ผู้สมาทานธรรมผิด ก็ไม่เป็นภิกษุด้วยเหตุมีประมาณเพียงนั้น ผู้ใดในโลกนี้ละบุญและบาปได้แล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ด้วยการพิจารณา ผู้นั้นแลจัดว่าเป็นภิกษุ เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว ภิกขกพราหมณ์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระภาษิตของพระองค์ชัดเจนไพเราะยิ่งนัก ฯลฯ ขอพระโคดมผู้เจริญโปรดทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนตลอดชีวิต” ภิกขกสูตรที่ ๑๐ จบ @เชิงอรรถ : @ ธรรมผิด ในที่นี้หมายถึงอกุศลธรรม (สํ.ส.อ. ๑/๒๐๖/๒๕๓) @ การพิจารณา ในที่นี้หมายถึงญาณ (สํ.ส.อ. ๑/๒๐๖/๒๕๓)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๒๙๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภิกขกสูตรที่ ๑๐
ในภิกขกสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อิธ ได้แก่ ในความเป็นภิกษุนี้นั่นแล.
บทว่า วิสํ ธมฺมํ ได้แก่ อกุศลธรรมที่มีกลิ่นเหม็น.
บทว่า วาเหตฺวา ได้แก่ ละได้ด้วยอรหัตมรรค.
บทว่า สงฺขาย ได้แก่ ญาณ.
บทว่า ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ ความว่า ผู้นั้นแล ท่านเรียกชื่อว่าภิกษุ เพราะทำลายกิเลสแล.
จบอรรถกถาภิกขกสูตรที่ ๑๐ -----------------------------------------------------