อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๗๖๓

๒. อุปัฏฐานสูตร

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๖๓–๗๖๕พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 3 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ทุติยํ อุปฏฺฐานสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อุปัฏฐานสูตรที่ ๒

ข้อ ๗๖๓

เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ เตน โข ปน สมเยน โส ภิกฺขุ ทิวาวิหารคโต สุปติ ฯ

สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่ง พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้น โกศล สมัยนั้นแล ภิกษุรูปนั้น ไปนอนหลับในที่พักกลางวัน ฯ

ข้อ ๗๖๔

อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา ตสฺส ภิกฺขุโน อนุกมฺปิกา อตฺถกามา ตํ ภิกฺขุํ สํเวเชตุกามา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ อุฏฺเฐหิ ภิกฺขุ กึ โสปิ โก อตฺโถ สุปิเตน เต อาตุรสฺส หิ เต นิทฺทา สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต ยาย สทฺธาปพฺพชิโต อคารสฺมานคาริยํ ตเมว สทฺธํ พฺรูเหหิ มา นิทฺทาย วสํ คมีติ ฯ

ครั้งนั้น เทวดาที่สิงอยู่ในป่านั้น มีความเอ็นดูใคร่ประโยชน์ แก่ภิกษุรูปนั้น หวังจะให้เธอสลดใจจึงเข้าไปหาแล้วได้กล่าวกะเธอด้วยคาถาว่า ท่านจงลุกขึ้นเถิดภิกษุ ท่านจะต้องการอะไรด้วยความหลับ ท่านผู้เร่าร้อนด้วยกิเลส อันลูกศรคือตัณหาเสียบแทง ดิ้นรน อยู่ จะมัวหลับมีประโยชน์อะไร ท่านออกจากเรือนบวชด้วย ความเป็นผู้ไม่มีเรือนด้วยศรัทธาใด ท่านจงเพิ่มพูนศรัทธานั้น เถิด อย่าไปสู่อำนาจของความหลับเลย ฯ

ข้อ ๗๖๕

อนิจฺจา อทฺธุวา กามา เยสุ มนฺโทว มุจฺฉิโต พทฺเธสุ มุตฺตํ อสิตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป ฉนฺทราคสฺส วินยา อวิชฺชาสมติกฺกมา ตํ ญาณํ ปรโมทาตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป เภตฺวา อวิชฺชํ วิชฺชาย อาสวานํ ปริกฺขยา อโสกํ อนุปายาสํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป อารทฺธวิริยํ ปหิตตฺตํ นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมํ นิพฺพานํ อภิกงฺขนฺตํ กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเปติ ฯ

คนเขลาหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์เหล่าใด กามารมณ์ เหล่านั้น ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ผู้พ้นแล้ว ผู้ไม่เกี่ยวข้องในกามารมณ์ซึ่งยังสัตว์ให้ติดอยู่ได้ อย่างไร เพราะกำจัดฉันทราคะเสียได้ และเพราะก้าวล่วง อวิชชาเสียได้ ญาณนั้นเป็นของบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ไฉนความ หลับจะแผดเผาบรรพชิตได้ ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ผู้ไม่มีโศก ไม่มีความแค้นใจ เพราะทำลายอวิชชาเสียด้วย วิชชา และเพราะอาสวะสิ้นไปหมดแล้วอย่างไรได้ ความ หลับจะแผดเผาบรรพชิตผู้ปรารภความเพียร ผู้มีตนอันส่งไป แล้ว ผู้บากบั่นมั่นเป็นนิตย์ ผู้จำนงพระนิพพานอยู่อย่าง ไรได้ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๒. อุปัฏฐานสูตร ๒. อุปัฏฐานสูตร ว่าด้วยเทวดาเตือนภิกษุผู้เข้าพักผ่อนในที่พักกลางวัน

ข้อ ๒๒๒

สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล สมัยนั้น ภิกษุนั้นนอนหลับในที่พักกลางวัน ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุนั้นประสงค์จะให้เธอสลดใจ จึงเข้าไปหาภิกษุนั้นถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับภิกษุนั้นด้วยคาถาว่า ท่านจงลุกขึ้นเถิดภิกษุ จะนอนทำไม มีประโยชน์อะไรด้วยความหลับ ท่านเร่าร้อนเพราะกิเลส ถูกลูกศรเสียบแทงดิ้นรนอยู่ มัวหลับอยู่ทำไม ท่านออกบวชด้วยศรัทธาใด จงเพิ่มพูนศรัทธานั้นเถิด อย่าตกไปสู่อำนาจแห่งความหลับเลย ภิกษุนั้นกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า คนเขลาหมกมุ่นอยู่ในกามารมณ์เหล่าใด กามารมณ์เหล่านั้นไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิตผู้พ้นแล้ว ผู้ไม่เกี่ยวข้องในกามารมณ์ซึ่งจะยังสัตว์ให้ติดอยู่ ได้อย่างไร เพราะกำจัดฉันทราคะได้ และเพราะก้าวล่วงอวิชชาได้ ญาณนั้นจึงบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ความหลับจะแผดเผาบรรพชิต ได้อย่างไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๓. กัสสปโคตตสูตร ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิตผู้ไม่มีความเศร้าโศก ไม่มีความคับแค้นใจ เพราะทำลายอวิชชาได้ด้วยวิชชา และเพราะสิ้นอาสวะแล้ว ได้อย่างไร ความหลับจะพึงแผดเผาบรรพชิต ผู้ปรารภความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ มีความเพียรมั่นคงเป็นนิตย์ ผู้หวังนิพพานอยู่ ได้อย่างไร อุปัฏฐานสูตรที่ ๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอุปัฏฐานสูตรที่ ๒

พึงทราบวินิจฉัยในอุปัฏฐานสูตรที่ ๒ ต่อไปนี้ :-

บทว่า สุปติ ความว่า ได้ยินว่า ภิกษุนี้เป็นพระขีณาสพ ท่านไปสู่หมู่บ้านที่ภิกษาจารในที่ไกล กลับมาแล้วเก็บบาตรและจีวรไว้ในบรรณศาลา ลงสระที่เกิดเองในที่ไม่ไกล พอให้ตัวแห้งแล้ว กวาดที่พักกลางวัน ตั้งเตียงต่ำไว้ในที่นั้นแล้วหลับ.

จริงอยู่ แม้พระขีณาสพก็มีความกระวนกระวายทางกายเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวคำที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อบรรเทาความกระวนกระวายทางกายนั้นว่า หลับ.

บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เทวดาเข้าใจว่า ภิกษุนี้เรียนกัมมัฏฐานในสำนักของพระศาสดาแล้วหลับกลางวัน ก็แล ชื่อว่าการหลับกลางวันนั้นเจริญขึ้น แม้จะยังประโยชน์ที่เป็นไปในปัจจุบันและที่เป็นไปในชาติหน้านั้นให้ฉิบหาย คิดว่า เราจักเตือนท่าน จึงได้กล่าว.

บทว่า อาตุรสฺส ความว่า ความเดือดร้อนมี ๓ อย่าง คือ เดือดร้อนด้วยความแก่ เดือดร้อนด้วยความเจ็บป่วย เดือดร้อนด้วยกิเลส. ท่านกล่าวหมายถึงความเดือดร้อนด้วยกิเลสในความเดือดร้อน ๓ นั้น.

บทว่า สลฺลวิทฺธสฺส ความว่า แทงที่หัวใจด้วยลูกศรคือตัณหาที่ถูกซัดไปด้วยอวิชชา เหมือนถูกแทงด้วยลูกศรคือหอกที่อาบด้วยยาพิษ.

บทว่า รุปฺปโต แปลว่า ถูกเสียดสี.

อิทานิสฺส กาเมสุ อาทีนวํ กถยนฺตี อนิจฺจาติอาทิมาห.

บัดนี้ เมื่อจะกล่าวถึงโทษในกามนั้น จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า "ไม่เที่ยง".

บัดนี้ เมื่อเทวดาจะกล่าวถึงโทษในกามของภิกษุนั้น จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า "ไม่เที่ยง".

ในบทเหล่านั้น บทว่า อสิตํ คือ ไม่อาศัยด้วยตัณหานิสัยและทิฏฐินิสัย.

บทว่า กสฺมา ปพฺพชิตํ ตเป ความว่า ท่านย่อมกล่าวว่า การหลับกลางวันย่อมไม่เผาพระขีณาสพเห็นปานนี้ ก็แลเพราะเหตุไร จักไม่เผาพระขีณาสพเช่นนั้น. ก็เพราะนี่เป็นคำของพระเถระ.

นี้เป็นเนื้อความในข้อนี้ว่า เมื่อถูกผูกแล้ว การหลับกลางวันจะพึงทำบรรพชิตผู้ไม่มีอาสวะเช่นเราผู้หลุดแล้ว หมดกิเลส จะพึงร้อนก็ไม่ร้อน เพราะเหตุไร.

แม้ในคาถาที่เหลือก็มีนัยอย่างนี้เหมือนกัน.

จริงอยู่ ในฝ่ายถ้อยคำของเทวดามีอรรถว่า ความหลับกลางวันย่อมไม่เผาบรรพชิตผู้ไม่มีอาสวะเช่นนี้ ก็แลเพราะเหตุไร จักไม่เผาบรรพชิตเช่นนั้น. ในฝ่ายถ้อยคำของพระเถระมีอรรถว่า การหลับกลางวันจะพึงเผาบรรพชิตผู้ไม่มีอาสวะเช่นเราเห็นปานนี้ ก็ชื่อว่าไม่เดือดร้อน เพราะเหตุไร. แต่นี้เป็นการพรรณนาบทที่ลึกซึ้งในข้อนี้.

บทว่า วินยา แปลว่า เพราะกำจัด.

บทว่า สมติกฺกมา แปลว่า เพราะก้าวล่วงอวิชชาที่เป็นรากเหง้าของวัฏฏะ.

บทว่า ตํ ญาณํ ได้แก่ รู้สัจจะ ๔ นั้น.

บทว่า ปรโมทาตํ ได้แก่ บริสุทธิ์อย่างยิ่ง.

บทว่า ปพฺพชิตํ คือ บรรพชิตผู้ประกอบด้วยความรู้เห็นปานนี้.

บทว่า วิชฺชาย คือ วิชชาในมรรคที่ ๔.

บทว่า อารทฺธวิริยํ คือ ประคองความเพียรไว้แล้ว มีความเพียรบริบูรณ์แล้ว.

จบอรรถกถาอุปัฏฐานสูตรที่ ๒ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา