๕. อานันทสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ อานนฺทสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค อานันทสูตรที่ ๕
เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อานนฺโท อติเวลํ คิหิสญฺญตฺติพหุโล วิหรติ ฯ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์ พำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล สมัยนั้นแล ท่านพระอานนท์ เป็นผู้มากไปด้วยการรับแขกฝ่ายคฤหัสถ์เกินเวลาอยู่ ฯ
อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา อายสฺมโต อานนฺทสฺส อนุกมฺปิกา อตฺถกามา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ สํเวเชตุกามา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ คาถาย อชฺฌภาสิ รุกฺขมูลคหนํ ปสกฺกิย นิพฺพานํ หทยสฺมึ โอปิย ฌาย โคตม มา ปมาโท กึ เต ปีฬิปีฬิกา กริสฺสตีติ ฯ อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ตาย เทวตาย สํเวชิโต สํเวคมาปาทีติ ฯ
ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้น มีความเอ็นดู ใคร่ ประโยชน์แก่ท่านพระอานนท์ ใคร่จะให้ท่านสังเวชจึงเข้าไปหาถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะท่านด้วยคาถาว่า ท่านเข้าไปสู่ที่รกคือโคนต้นไม้แล้ว จงใส่ใจถึงพระนิพพาน โคตมะ ท่านจงเพ่งฌาน อย่าประมาท ถ้อยคำที่สนทนา ของท่านจักทำอะไรได้ ฯ ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ เป็นผู้อันเทวดานั้นให้สังเวช ถึงซึ่งความสลดใจแล้วแล ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๖. อนุรุทธสูตร ๕. อานันทสูตร ว่าด้วยพระอานนท์
สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศลสมัยนั้น ท่านพระอานนท์อยู่รับแขกฝ่ายคฤหัสถ์มากเกินเวลา ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อท่านพระอานนท์ ประสงค์จะให้ท่านสลดใจ จึงเข้าไปหาท่านถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับท่านพระอานนท์ด้วยคาถาว่า ท่านพระอานนท์โคตมโคตร ท่านจงเข้าไปยังสุมทุมพุ่มไม้ กำหนดนิพพานไว้ในใจ เพ่งฌานไปเถิดและอย่าประมาท เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนจะช่วยอะไรท่านได้ อานันทสูตรที่ ๕ จบ ๖. อนุรุทธสูตร ว่าด้วยพระอนุรุทธะ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล ครั้งนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์องค์หนึ่งชื่อชาลินี เคยเป็นภรรยาเก่าของท่านพระอนุรุทธะเข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับท่านพระอนุรุทธะด้วยคาถาว่า ท่านจงตั้งจิตของท่านไว้ในหมู่เทพชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพรั่งพร้อมด้วยอารมณ์อันน่าใคร่ทั้งปวง ที่ท่านเคยอยู่มาในกาลก่อน ท่านผู้อันหมู่เทพยกย่องแวดล้อมเป็นบริวารจะงดงาม @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๑๙/๓๔๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๒๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอานันทสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในอานันทสูตรที่ ๕ ต่อไปนี้ :-
บทว่า อานนฺโท คือ พระเถระผู้เป็นคลังพระธรรม.
บทว่า อติเวลํ แปลว่า เกินเวลา.
บทว่า คิหิสญฺญตฺติพหุโล ความว่า ยังคฤหัสถ์ให้รู้จักเวลาเป็นอันมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน.
จริงอยู่ เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปเถระกล่าวกะพระเถระว่า ดูก่อนผู้มีอายุ เราจักไปเข้าจำพรรษาในกรุงราชคฤห์แล้วสังคายนาพระธรรม ท่านจงไป จงเข้าไปสู่ป่ากระทำความเพียร เพื่อประโยชน์แก่มรรคทั้ง ๓ เบื้องบนเถิด.
พระอานันทเถระถือเอาบาตรจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้าไปยังแคว้นโกศล อยู่ในสำนักป่าแห่งหนึ่ง รุ่งขึ้นจึงเข้าไปยังบ้านแห่งหนึ่ง.
คนทั้งหลายเห็นพระเถระแล้วกล่าวคำเป็นอันมากว่า ข้าแต่พระอานนท์ผู้เจริญ ในคราวก่อน ท่านมากับพระศาสดา วันนี้มารูปเดียวเท่านั้น ท่านทอดทิ้งพระศาสดาไว้เสียที่ไหน บัดนี้ ท่านถือบาตรและจีวรของใครมา ท่านจะถวายน้ำล้างหน้า จะปัดกวาดบริเวณ จะทำวัตรปฏิบัติแก่ใคร ดังนี้ พากันคร่ำครวญแล้ว
พระเถระกล่าวคำเป็นต้นว่า ดูก่อนท่านทั้งหลาย อย่าเศร้าโศกเลย อย่าคร่ำครวญเลย สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ยังเขาให้รู้พร้อมแล้ว ทำภัตกิจแล้วไปสู่ที่พัก.
แม้ในเวลาเย็น คนทั้งหลายไปในที่นั้น พากันคร่ำครวญอย่างนั้น พระเถระก็สั่งสอนอย่างนั้นเหมือนกัน.
คำนี้ ท่านกล่าวหมายถึงข้อนั้น.
บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า เทวดาคิดว่า พระเถระนี้คิดว่า เราฟังคำของภิกษุสงฆ์แล้วจักบำเพ็ญสมณธรรมดังนี้ แล้วเข้าไปสู่ป่า บัดนี้ ยังคฤหัสถ์ให้รู้พร้อมกันอยู่ ยังไม่กระทำศาสนาของพระศาสดาที่ตั้งอยู่ให้เป็นประมวลธรรมเหมือนกองดอกไม้ที่ไม่ได้รวบรวม เราจะเตือนท่าน ดังนี้แล้วจึงกล่าว.
บทว่า ปสกฺกิย แปลว่า เข้าไปแล้ว.
บทว่า หทยสฺมึ โอปฺปิย ได้แก่ ใส่ไว้ในหทัยด้วยกิจและด้วยอารมณ์.
พระเถระคิดว่า เราจะบรรลุพระนิพพาน ดังนี้แล้ว ทำความเพียรอยู่ ชื่อว่าใส่พระนิพพานไว้ในหทัยด้วยกิจ แต่เพื่อยังสมาบัติมีพระนิพพานเป็นอารมณ์ให้แนบแน่นนั่งอยู่ (ชื่อว่าใส่พระนิพพานไว้ในหทัย) ด้วยอารมณ์. เทวดานี้ย่อมกล่าวหมายถึงกิจและอารมณ์ทั้ง ๒ นั้น.
บทว่า ฌาย คือ จงเป็นผู้เพ่งด้วยฌานทั้งสอง.
บทว่า ปีฬิปีฬิกา แปลว่า นี้ถ้อยคำพูดกับคฤหัสถ์.
จบอรรถกถาอานันทสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------