๕. ภีตสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ ภีตสุตฺตํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๗ สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ภีตสูตรที่ ๕
กึสูธ ภีตา ชนตา อเนกา มคฺโควเนกายตนปฺปวุตฺโต ปุจฺฉามิ ตํ โคตม ภูริปญฺญ กิสฺมึ ฐิโต ปรโลกํ น ภาเยติ ฯ
เทวดาทูลถามว่า ประชุมชนเป็นอันมากในโลกนี้ กลัวอะไรหนอ มรรคาที่ดีแท้ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยเหตุมิใช่น้อย ข้าแต่พระโคดมผู้มี ปัญญาดุจแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอถามถึงเหตุนั้น ว่าบุคคล ตั้งอยู่ในอะไรแล้วไม่พึงกลัวปรโลก ฯ
วาจํ มนญฺจ ปณิธาย สมฺมา กาเยน ปาปานิ อกุพฺพมาโน พหุนฺนปานํ ฆรมาวสนฺโต สทฺโธ มุทู สํวิภาคี วทญฺญู เอเตสุ ธมฺเมสุ ฐิโต จตูสุ ธมฺเม ฐิโต ปรโลกํ น ภาเยติ ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ มิได้ทำบาปด้วยกาย อยู่ ครอบครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา เป็นผู้ อ่อนโยน มีปรกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทราบถ้อยคำ ผู้ที่ตั้งอยู่ ในธรรม ๔ อย่างเหล่านี้ ชื่อว่าผู้ดำรงในธรรม ไม่ต้องกลัว ปรโลก ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๑. เทวดาสังยุต] ๘. ฆัตวาวรรค ๖. นชีรติสูตร ๕. ภีตสูตร ว่าด้วยผู้กลัว
เทวดาทูลถามว่า หมู่ชนเป็นอันมากในโลกนี้ยังจะกลัวอะไรอีกเล่า เพราะพระพุทธเจ้าตรัสบอกทางไว้แล้วด้วยเหตุหลากหลาย ข้าแต่พระโคดมผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ถึงเหตุนั้น บุคคลตั้งอยู่ในธรรมอะไร จึงไม่กลัวปรโลก พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลผู้ตั้งวาจาและใจไว้โดยชอบ มิได้ทำบาปทางกาย อยู่ครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมาก เป็นผู้มีศรัทธา ๑ เป็นผู้อ่อนโยน ๑ มีปกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๑ รู้เจรจาปราศรัย ๑ ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ๔ ประการนี้ ชื่อว่าผู้ตั้งอยู่ในธรรม ผู้นั้นจึงจะไม่กลัวปรโลก ภีตสูตรที่ ๕ จบ ๖. นชีรติสูตร ว่าด้วยสิ่งที่ไม่ทรุดโทรม
เทวดาทูลถามว่า อะไรเล่าย่อมทรุดโทรม อะไรเล่าย่อมไม่ทรุดโทรม อะไรเล่าท่านเรียกว่าทางผิด @เชิงอรรถ : @ ตรัสบอกทางไว้แล้วด้วยเหตุหลากหลาย หมายถึงตรัสบอกทางไว้แล้วด้วยเหตุเป็นอันมาก ได้แก่@อารมณ์ ๓๘ ประการ (อารมณ์ ๓๘ มาจากอารมณ์กัมมัฏฐาน ๔๐ คือ กสิณ ๑๐ (เว้นอาโลกกสิณ@และอากาสกสิณ) อนุสสติ ๑๐ อสุภะ ๑๐ พรหมวิหาร ๔ ธาตุววัตถาน ๔ อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑@อานาปานสติ ๑ จึงรวมเป็น ๓๘) (สํ.ส.อ. ๑/๗๕/๙๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๘๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภีตสูตรที่ ๕
พึงทราบวินิจฉัยในภีตสูตรที่ ๕ ต่อไป :-
บทว่า กึสูธ ภีตา แก้เป็น กึ ภีตา แปลว่า กลัวอะไร.
บทว่า มคฺโควเนกายตนํ ปวุตฺโต แปลว่า มรรคเท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ด้วยเหตุมิใช่น้อย. อธิบายว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ด้วยเหตุเป็นเครื่องกระทำมิใช่น้อย ด้วยสามารถแห่งอารมณ์ ๓๘ครั้นเมื่อเป็นเช่นนั้น เทวดาจึงกล่าวว่า ประชุมชนนี้ยึดถือทิฐิ ๖๒ กลัวแล้วต่ออะไร ดังนี้.
บทว่า ภูริปญฺญา แปลว่า มีปัญญาดุจแผ่นดิน ชื่อว่ามีปัญญามาก มีปัญญาหนาแน่น.
บทว่า ปรโลกํ น ภาเย แปลว่า ไม่พึงกลัวปรโลก คือว่าเมื่อไปสู่ปรโลก จากโลกนี้ไม่พึงกลัว.
บทว่า ปณิธาย แปลว่า ตั้งไว้แล้ว.
บทว่า ฆรมาวสนฺโต แปลว่า อยู่ครอบครองเรือน. อธิบายว่า บุคคลผู้อยู่ครอบครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมาก ดุจชนทั้งหลายมีอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นต้น.
บทว่า สํวิภาคี แปลว่า มีปกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่. อธิบายว่า เป็นผู้ยังวัตถุแม้อันตนถือเอาเพียงนิ้วมือ ก็ยังแบ่งด้วยเล็บให้แก่คนอื่นแล้วจึงบริโภค.
บทว่า วทญฺญู มีเนื้อความได้กล่าวไว้แล้ว.
บัดนี้ พึงยกองค์ (ส่วนประกอบ) แห่งคาถาขึ้นแสดงต่อไป.
จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวาจาสุจริต ๔ อย่างที่บุคคลศึกษาแล้ว ด้วยคำว่า วาจา นี้ และตรัสมโนสุจริต ๓ ด้วยคำว่า ใจ. ตรัสกายสุจริต ๓ อย่างด้วยคำว่า ด้วยกาย. กุศลกรรมบถ ๑๐ เหล่านี้ ชื่อว่าเป็นองค์ที่บริสุทธิ์ในเบื้องต้น ด้วยประการฉะนี้.
ด้วยบทว่า อยู่ครอบครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมากนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาสิ่งที่นำมาเป็นเครื่องบูชาอันสำเร็จแล้วด้วยการให้.
บทว่า ศรัทธา เป็นองค์อันหนึ่ง.
บทว่า ผู้อ่อนโยน เป็นองค์อันหนึ่ง.
บทว่า เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นองค์อันหนึ่ง.
บทว่า วทญฺญู (ผู้ทราบถ้อยคำ) เป็นองค์อันหนึ่ง.
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ๔ เหล่านี้ หมายเอาองค์ ๔ เหล่านี้.
อีกปริยายหนึ่ง บทว่า วาจา เป็นต้นเป็นองค์ ๓.
อนึ่ง ด้วยบทว่า มีข้าวและน้ำมาก นี้ทรงถือเอาสิ่งที่เขานำมาเป็นเครื่องบูชา. เป็นผู้มีศรัทธาเป็นผู้อ่อนโยน มีปกติเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทราบถ้อยคำ ทั้ง ๔ นี้เป็นองค์อันหนึ่ง. ชื่อว่านัยที่สอง อีกปริยายหนึ่ง คือบทว่า วาจา หรือว่า ใจ นี้เป็นองค์หนึ่ง.
บทว่า มิได้ทำบาปด้วยกาย อยู่ครอบครองเรือนที่มีข้าวและน้ำมาก นี้เป็นองค์อันหนึ่ง.
บทว่า มีศรัทธา มีความอ่อนโยน เป็นองค์อันหนึ่ง.
บทว่า มีปกติ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทราบถ้อยคำ นี้เป็นองค์อันหนึ่ง.
ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ๔ อย่างเหล่านี้ ชื่อว่าผู้ดำรงอยู่ในธรรม. ก็บุคคลนั้น เมื่อไปสู่ปรโลกจึงไม่กลัว ดังนี้.
จบอรรถกถาภีตสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------