๔. นันทนสูตร
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ นนฺทนสุตฺตํ
๒๕๘เอกมนฺตํ ฐิโต โข นนฺทโน เทวปุตฺโต ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ ปุจฺฉามิ ตํ โคตม ภูริปญฺญ อนาวฏํ ภควโต ญาณทสฺสนํ กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ กถํวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ กถํวิธํ เทวตา ปูชยนฺตีติ ฯ
๒๕๙โย สีลวา ปญฺญวา ภาวิตตฺโต สมาหิโต ฌานรโต สตีมา สพฺพสฺส โสกา วิคตา ปหีนา ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี ตถาวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ ตถาวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺติ ตถาวิโธ ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ ตถาวิธํ เทวตา ปูชยนฺตีติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. นันทนสูตร ว่าด้วยนันทนเทพบุตร
นันทนเทพบุตรยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาค ด้วยคาถาว่า ข้าแต่พระโคดม ผู้มีปัญญาดุจแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ถึงญาณทัสสนะ อันไม่มีสิ่งใดขวางกั้นของพระผู้มีพระภาค บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคล ประเภทใดว่าเป็นผู้มีศีล ประเภทใดว่าเป็นผู้มีปัญญา บุคคลประเภทใดล่วงทุกข์ได้ เทวดาทั้งหลายบูชาบุคคลประเภทใด @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๘๓ หน้า ๘๘ ในเล่มนี้ @ ญาณทัสสนะ หมายถึงปัจจเวกขณญาณ ญาณหยั่งรู้ด้วยการพิจารณา ทบทวน คือสำรวจรู้มรรคผล@กิเลสที่ละได้แล้ว กิเลสที่เหลืออยู่ และนิพพาน(เว้นพระอรหันต์ ไม่มีการพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่)@(องฺ.ติก.อ. ๒/๑๐๔/๒๕๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๑๐๑}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๒. เทวปุตตสังยุต] ๒. อนาถปิณฑิกวรรค ๕. จันทนสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า บุคคลใดมีศีล มีปัญญา อบรมตนดีแล้ว มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน มีสติ ละความเศร้าโศกได้หมดสิ้น สิ้นอาสวะแล้ว เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย บัณฑิตทั้งหลายเรียกบุคคลประเภทนั้นว่า เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีปัญญา บุคคลประเภทนั้นล่วงทุกข์ได้แล้ว เทวดาทั้งหลายบูชาบุคคลประเภทนั้น นันทนสูตรที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถานันทนสูตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในนันทนสูตรที่ ๔ ต่อไป :-
นันทนเทพบุตรเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้าโดยพระโคตรว่า โคตม.
บทว่า อนาวฏํ ความว่า เมื่อพระตถาคตทรงส่งพระสัพพัญญุตญาณ ต้นไม้หรือภูเขา ไม่สามารถจะขวางกั้นได้เลย เพราะฉะนั้น นันทนเทพบุตรจึงกล่าวว่า อนาวฏํ. ครั้นชมพระตถาคตดังนั้นแล้ว เมื่อจะถามปัญหาซึ่งแต่งไว้ในเทวโลก จึงทูลถามว่า กถํวิธํ เป็นต้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทุกฺขมติจฺจ อิริยติ แปลว่า ล่วงทุกข์อยู่.
บทว่า สีลวา ได้แก่ พระขีณาสพผู้ประกอบด้วยศีลที่เป็นโลกิยะและโลกุตระ. ปัญญาเป็นต้น ก็พึงทราบว่า ระคนกันเหมือนกัน.
บทว่า ปูชยนฺติ ความว่า บูชาด้วยของหอมและดอกไม้เป็นต้น.
จบอรรถกถานันทนสูตรที่ ๔ -----------------------------------------------------