๑. ปโรสตชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๑. ปโรสตวรรค ๑. ปโรสตชาดก คนมีปัญญาคนเดียวดีกว่าคนโง่เขลาตั้งร้อย
๑๐๑คนโง่เขลามาประชุมกัน แม้ตั้งร้อยคนขึ้นไป พวกเขาไม่มีปัญญา พึงเพ่ง ดูอยู่ตั้งร้อยปี ผู้ใดรู้แจ้งเนื้อความแห่งภาษิต ผู้นั้นเป็นบุรุษมีปัญญา คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า. จบ ปโรสตชาดกที่ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑. เอกกนิบาต] ๑๑. ปโรสตวรรค ๓. เวริชาดก (๑๐๓) ๑๑. ปโรสตวรรค หมวดว่าด้วยคนเกินร้อย ๑. ปโรสตชาดก (๑๐๑) ว่าด้วยคนมีปัญญาคนเดียวประเสริฐกว่าคนไม่มีปัญญา ๑๐๐ กว่าคน (พระศาสดาทรงประมวลเรื่องในอดีตมา ตรัสพระคาถานี้ว่า)
บรรดาพวกที่มาประชุมกัน ๑๐๐ กว่าคน พวกเขาเป็นคนไม่มีปัญญา ถึงจะเพ่งพินิจอยู่ตลอด ๑๐๐ ปี คนมีปัญญารู้แจ้งเนื้อความที่เรากล่าวแล้ว เพียงคนเดียวเท่านั้นประเสริฐกว่า ปโรสตชาดกที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ชาดกเรื่องนี้ มีคาถาความว่า :-
"คนโง่เขลามาประชุมกัน แม้ตั้งร้อยคนขึ้นไป พวกเขาไม่มีปัญญา พึงเพ่งดูอยู่ตั้งร้อยปี ผู้ใดรู้แจ้งเนื้อความแห่งภาษิต ผู้นั้นเป็นบุรุษมีปัญญา คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า" ดังนี้.
เหมือนกันกับปโรสหัสสชาดก โดยเนื้อเรื่อง โดยไวยากรณ์ และโดยประชุมชาดก แต่ในชาดกนี้ มีแปลกเพียงบท ฌาเยยฺยุ บทเดียวเท่านั้น.
คาถานั้นมีอรรถาธิบายว่า คนเหล่านั้นไม่มีปัญญา พึงเพ่ง พึงดู พึงใคร่ครวญแม้ตลอดร้อยปีแม้ว่าจะดูอยู่อย่างนี้ ก็ย่อมไม่เห็นเหตุหรือผล เหตุนั้น ผู้ใดรู้เนื้อความแห่งคำที่เรากล่าวไว้ได้ผู้นั้นคนเดียวเท่านั้น มีปัญญา ประเสริฐกว่า ฉะนี้แล.