๘. ชวสกุณชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ ชวสกุณชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. ชวสกุณชาดก ผู้ไม่มีกตัญญูไม่ควรคบ
อกรมฺหาว เต กิจฺจํ ยํ พลํ อหุวมฺหเส มิคราช นโม ตฺยตฺถุ อปิ กิญฺจิ ลภามเส ฯ
ข้าแต่พระยาเนื้อ ขอนอบน้อมแด่ท่าน ข้าพเจ้าได้ทำกิจอย่างหนึ่งแก่ ท่าน ตามกำลังของข้าพเจ้าที่มีอยู่ ข้าพเจ้าจะได้อะไรตอบแทนบ้าง?
มม โลหิตภกฺขสฺส นิจฺจํ ลุทฺทานิ กุพฺพโต ทนฺตนฺตรคโต สนฺโต ตํ พหุํ ยมฺปิ ชีวสิ ฯ
การที่ท่านเข้าไปอยู่ในระหว่างฟันของเรา ผู้มีเลือดเป็นภักษาหาร ผู้ทำ- กรรมอันหยาบช้าอยู่เป็นนิตย์ ท่านยังเป็นอยู่ได้ นั่นก็เป็นคุณมากอยู่แล้ว.
อกตญฺญุมกตฺตารํ กตสฺส อปฺปฏิการกํ ยสฺมึ กตญฺญุตา นตฺถิ นิรตฺถา ตสฺส เสวนา ฯ
น่าติเตียนคนที่ไม่รู้คุณที่เขาทำแล้ว ผู้ไม่ทำคุณให้ใคร และผู้ที่ไม่ทำ ตอบแทนคุณที่เขาทำก่อน ความกตัญญูไม่มีในคนใด การคบคนนั้น ย่อมไร้ประโยชน์.
ยตฺถ สมฺมุขจิณฺเณน มิตฺตธมฺโม น ลพฺภติ อนุสฺสูยมนกฺโกสํ สณิกํ ตมฺหา อปกฺกเมติ ฯ ชวสกุณชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
บุคคลไม่ได้มิตรธรรมด้วยอุปการคุณที่ตนประพฤติต่อหน้าในผู้ใด ผู้นั้น บัณฑิตไม่ต้องริษยา ไม่ต้องด่าว่า พึงค่อยๆ หลีกออกห่างจากผู้นั้นไป เสีย. จบ ชวสกุณชาดกที่ ๘.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. ชวสกุณชาดก (๓๐๘) ว่าด้วยราชสีห์ไม่รู้คุณนกหัวขวาน (นกหัวขวานโพธิสัตว์กล่าวกับราชสีห์ว่า)
พญาเนื้อ ข้าพเจ้าขอนอบน้อมท่าน ข้าพเจ้าได้กระทำกิจอย่างหนึ่งแก่ท่านตามกำลังที่ตนมีอยู่ ข้าพเจ้าจะได้อะไรเป็นเครื่องตอบแทนบ้าง (ราชสีห์กล่าวว่า)
เจ้าอยู่ในระหว่างฟันของเราผู้มีเลือดเป็นอาหาร ผู้กระทำกรรมโหดร้ายอยู่เป็นนิตย์ การรอดชีวิตไปได้ก็นับว่าเป็นบุญอย่างใหญ่หลวง (นกหัวขวานโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ผู้ไม่รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นทำแล้ว ผู้ที่ไม่เคยทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่งแก่ใคร ผู้ที่ไม่ตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำให้แล้ว น่าตำหนิ ความกตัญญูไม่มีในผู้ใด การคบหาผู้นั้นก็ไร้ประโยชน์
แม้ด้วยอุปการคุณที่กระทำต่อหน้า มิตรธรรมยังหาไม่ได้ในบุคคลใด บัณฑิตไม่ริษยา ไม่ด่าว่าบุคคลนั้น พึงค่อยๆ หลีกห่างจากเขาไปเสีย ชวสกุณชาดกที่ ๘ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๖๒}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภความอกตัญญูของพระเทวทัต จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อกรมฺหาว เต กิจฺจํ ดังนี้
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็เป็นคนอกตัญญูเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นนกหัวขวานอยู่ในหิมวันตประเทศ. ครั้งนั้น ราชสีห์ตัวหนึ่งกินเนื้อ กระดูกติดคอจนคอบวม ไม่สามารถจับเหยื่อกินได้ เวทนากล้าแข็งเป็นไป.
ลำดับนั้น นกนั้นเที่ยวขวนขวายหาเหยื่อ เห็นราชสีห์นั้นจึงจับที่กิ่งไม้ ถามว่า สหาย ท่านเป็นทุกข์เพราะอะไร? ราชสีห์นั้นจึงบอกเนื้อความนั้น. นกนั้นกล่าวว่า สหาย เราจะนำกระดูกนั้นออกให้แก่ท่าน แต่เราไม่อาจเข้าไปในปากของท่าน เพราะกลัวว่า ท่านจะกินเรา. ราชสีห์กล่าวว่า ท่านอย่ากลัวเลย สหาย เราจะไม่กินท่าน ท่านจงให้ชีวิตเราเถิด.
นกนั้นรับคำว่าดีละ แล้วให้ราชสีห์นั้นนอนตะแคง แล้วคิดว่า ใครจะรู้ว่าอะไรจักมีแก่เรา จึงวางท่อนไม้ค้ำไว้ริมฝีปากทั้งข้างล่างและข้างบนของราชสีห์นั้น โดยที่มันไม่สามารถหุบปากได้ แล้วเข้าไปในปาก เอาจะงอยปากเคาะปลายกระดูกกระดูกก็เคลื่อนตกไป จากนั้นครั้นทำให้กระดูกตกไปแล้ว เมื่อจะออกจากปากราชสีห์จึงเอาจะงอยปากเคาะท่อนไม้ให้ตกลงไป แล้วบินออกไปจับที่ปลายกิ่งไม้.
ราชสีห์หายโรคแล้ว วันหนึ่ง ฆ่ากระบือป่าได้ตัวหนึ่งแล้วกินอยู่.
นกคิดว่า เราจักทดลองราชสีห์นั้นดู จึงจับที่กิ่งไม้ ณ ส่วนเบื้องบนราชสีห์นั้น
เมื่อจะเจรจากับราชสีห์นั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าแต่พระยาเนื้อ ขอความนอบน้อมจงมีแก่ท่านข้าพเจ้าได้ทำกิจอย่างหนึ่งแก่ท่านตามกำลังของข้าพเจ้าที่มีอยู่ข้าพเจ้าจะได้อะไรตอบแทนบ้าง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกรมฺหาว เต กิจฺจํ ความว่า ท่านสีหะผู้เจริญ แม้เราก็ได้กระทำกิจอย่างหนึ่งแก่ท่าน. บทว่า ยํ พลํ อหุวมฺหเส ความว่า กำลังใดได้มีแก่เรา เรามิได้ทำอะไรๆ ให้เสื่อมเสียจากกิจนั้น ได้กระทำแล้วด้วยกำลังนั้นทีเดียว.
ราชสีห์ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ข้อที่ท่านเข้าไปอยู่ในระหว่างฟันของข้าพเจ้าผู้มีโลหิตเป็นภักษาหาร ผู้กระทำกรรมหยาบเป็นนิจ ท่านยังรอดชีวิตอยู่ได้นั้น ก็เป็นคุณมากอยู่แล้ว.
นกได้ฟังดังนั้น จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถานอกนี้ว่า :-
น่าติเตียนคนที่ไม่รู้คุณที่เขาทำแล้ว ผู้ไม่ทำคุณให้แก่ใคร ผู้ไม่ทำตอบแทนคุณที่เขาทำไว้ ความกตัญญูย่อมไม่มีในบุคคลใด การคบคนนั้นย่อมไร้ประโยชน์.
บุคคลไม่ได้มิตรธรรมด้วยอุปการคุณที่ตนประพฤติต่อหน้าในบุคคลใด บุคคลนั้น บัณฑิตไม่ต้องริษยา ไม่ต้องด่าว่า พึงค่อยๆ หลีกห่างออกจากบุคคลนั้นไปเสีย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกตญฺญุ แปลว่า ผู้ไม่รู้คุณที่เขากระทำแล้ว.
บทว่า อกตฺตารํ ได้แก่ ผู้ไม่ทำกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง.
บทว่า สมฺมุขจิณฺเณน ความว่า ด้วยคุณที่ทำไว้ต่อหน้า.
บทว่า อนุสฺสุยมนกฺโกสํ ความว่า บัณฑิตอย่าริษยา อย่าด่าว่าบุคคลนั้นพึงค่อยๆ หลีกออกห่างจากบุคคลนั้น.
ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว นกนั้นก็บินหลีกไป.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า
ราชสีห์ในครั้งนั้น ได้เป็น พระเทวทัต
ส่วนนกในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาชวสกุณชาดกที่ ๘ -----------------------------------------------------