อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๕๔๒

๑. ปุจิมันทชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๔๒–๕๔๕4 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒ ปุจิมนฺทวคฺโค ๑ ปุจิมนฺทชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. ปุจิมันทวรรค ๑. ปุจิมันทชาดก ว่าด้วยผู้รอบคอบ

ข้อ ๕๔๒

อุฏฺเฐหิ โจร กึ เสสิ โก อตฺโถ สุปเนน เต มา ตํ คเหสุ ราชาโน คาเม กิพฺพิสการกํ ฯ

แน่ะโจร ลุกขึ้นเถิด จะมัวนอนอยู่ทำไม ท่านต้องการอะไร ด้วยการ นอน ราชบุรุษอย่าจับท่านผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านเลย.

ข้อ ๕๔๓

นนุ โจรํ คเหสฺสนฺติ คาเม กิพฺพิสการกํ กึ ตตฺถ ปุจิมนฺทสฺส วเน ชาตสฺส ติฏฺฐโต ฯ

ราชบุรุษทั้งหลายจ้องจับโจรผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้าน ใน เรื่องนั้น ธุระอะไรของปุจิมันทเทวดาผู้เกิดอยู่ในป่าเล่า?

ข้อ ๕๔๔

น ตฺวํ อสฺสตฺถ ชานาสิ มม โจรสฺส จนฺตรํ โจรํ คเหตฺวา ราชาโน คาเม กิพฺพิสการกํ อจฺเจนฺติ นิมฺพสูลสฺมึ ตสฺมึ เม สงฺกเต มโน ฯ

ดูกรอัสสัตถเทวดา ท่านไม่รู้เหตุที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ระหว่างเรากับโจร ราชบุรุษทั้งหลาย จับโจรผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านได้แล้ว จะเสียบโจรไว้บนหลาวไม้สะเดา ใจของเรารังเกียจในเรื่องนั้น.

ข้อ ๕๔๕

สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ อนาคตภยา ธีโร อุโภ โลเก อเวกฺขตีติ ฯ ปุจิมนฺทชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------

บัณฑิตพึงรังเกียจสิ่งที่ควรรังเกียจ พึงป้องกันภัยที่ยังไม่มาถึงตัว พิจารณา ดูโลกทั้ง ๒ เพราะภัยในอนาคต. จบ ปุจิมันทชาดกที่ ๑.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๒. ปุจิมันทวรรค ๑. ปุจิมันทชาดก (๓๑๑) ๒. ปุจิมันทวรรค หมวดว่าด้วยไม้สะเดา ๑. ปุจิมันทชาดก (๓๑๑) ว่าด้วยเทวดาประจำต้นสะเดา (รุกขเทวดาโพธิสัตว์กล่าวกับโจรว่า)

ข้อ ๔๑

จงลุกขึ้นเจ้าโจร มัวนอนอยู่ทำไม การนอนของเจ้ามีประโยชน์อะไร พระราชาทั้งหลายอย่าได้จับเจ้า ผู้กระทำผิดอย่างร้ายแรงในหมู่บ้านเลย (เทวดาประจำต้นโพธิ์กล่าวว่า)

ข้อ ๔๒

เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจักจับโจร ผู้กระทำความผิดอย่างร้ายแรงในหมู่บ้านมิใช่หรือ ธุระอะไรของปุจิมันทเทวดาในเรื่องนั้นเล่า (เทวดาประจำต้นสะเดาตอบว่า)

ข้อ ๔๓

อัสสัตถเทวดา ท่านไม่ทราบเรื่องระหว่างข้าพเจ้ากับโจร พระราชาทั้งหลายจับโจรผู้กระทำผิดอย่างร้ายแรง ในบ้านได้แล้วเสียบที่หลาวไม้สะเดา ข้าพเจ้ามีใจระแวงในเรื่องนั้น (เทวดาประจำต้นโพธิ์กล่าวว่า)

ข้อ ๔๔

บุคคลพึงระแวงภัยที่ควรระแวง พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง เพราะภัยที่ยังมาไม่ถึง นักปราชญ์จึงได้พิจารณาเห็นโลกทั้ง ๒ ปุจิมันทชาดกที่ ๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๖๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภท่านพระมหาโมคคัลลานะ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อุฎฺเฐหิ โจร กึ เสสิ ดังนี้.

ได้ยินว่า เมื่อพระเถระเข้าไปอาศัยนครราชคฤห์ อยู่ในกุฎีที่สร้างอยู่ในป่า มีโจรคนหนึ่งตัดที่ต่อในเรือนหลังหนึ่ง ในบ้านใกล้ประตูเมือง ถือเอาทรัพย์ที่เป็นแก่นสารซึ่งพอจะถือเอาไปได้ หนีไปเข้าบริเวณกุฎีของพระเถระ แล้วนอนที่หน้ามุขบรรณศาลาของพระเถระด้วยคิดว่า ณ ที่นี้จักคุ้มครองรักษาเราได้.

พระเถระรู้ว่าโจรนั้นนอนอยู่ที่หน้ามุข จึงทำความรังเกียจโจรนั้น คิดว่า ธรรมดาว่าการเกี่ยวข้องกับโจร ย่อมไม่ควร จึงออกมาไล่ว่า เฮ้ย เอ็งอย่ามานอนที่นี้. โจรจึงออกจากที่นั้น ทิ้งแต่รอยเท้าให้หลงเหลือไว้แล้วหนีไป. มนุษย์ทั้งหลายถือคบเพลิงมา ณ ที่นั้น ตามแนวรอยเท้าโจร เห็นที่มา ที่ยืน และที่นอนเป็นต้นของโจรนั้นจึงกล่าวกันว่า โจรมาทางนี้ ยืนที่นี้ นั่งที่นี้ หนีไปทางนี้ แต่พวกเราไม่เห็นโจร ต่างแล่นไปทางโน้นทางนี้ ก็ไม่เห็น จึงพากันกลับ.

วันรุ่งขึ้น เวลาเช้า พระเถระเที่ยวบิณฑบาตยังกรุงราชคฤห์ กลับจากบิณฑบาตแล้ว จึงไปยังพระเวฬุวันวิหาร กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระศาสดา. พระศาสดาตรัสว่า โมคคัลลานะ มิใช่เธอเท่านั้นจะรังเกียจสิ่งที่ควรรังเกียจ แม้โบราณกบัณฑิตทั้งหลายก็รังเกียจแล้ว อันพระเถระอ้อนวอนแล้ว จึงทรงนำเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นรุกขเทวดา สิงอยู่ที่ต้นสะเดาในป่าอันเป็นป่าช้าแห่งพระนคร. อยู่มาวันหนึ่ง โจรกระทำโจรกรรมในบ้านใกล้ประตูเมือง แล้วเข้าไปยังป่าช้านั้น. ก็ในกาลนั้นมีต้นไม้ใหญ่ในป่าช้านั้น ๒ ต้นคือ ต้นสะเดากับต้นอัสสัตถพฤกษ์. โจรเก็บห่อภัณฑะไว้ที่โคนต้นสะเดาแล้วจึงนอน แต่ในเวลาอื่นมนุษย์ทั้งหลายจับพวกโจรเสียบหลาวทำด้วยไม้สะเดา. ครั้งนั้น เทวดานั้นคิดว่า ถ้าพวกมนุษย์จักมาจับโจรนี้ จักพากันตัดกิ่งสะเดานี้แหละ ทำเป็นหลาวเสียบโจรนี้ เมื่อเป็นอย่างนี้ ต้นไม้จักพินาศเอาเถอะ เราจักนำโจรนั้นออกไปจากที่นี้.

เทวดานั้น เมื่อจะเจรจาปราศัยกับโจรนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

แน่ะโจร เจ้าจงลุกขึ้น จะมัวนอนอยู่ทำไม เจ้าต้องการอะไรด้วยการนอน ราชบุรุษอย่าจับเจ้าผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ราชาโน ท่านกล่าวหมายเอาพวกราชบุรุษ.

บทว่า กิพฺพิสการกํ ได้แก่ ผู้กระทำโจรกรรมอันทารุณหยาบช้า.

เทวดา ครั้นกล่าวกะโจรนั้นดังนี้แล้ว จึงทำให้กลัวหนีไปโดยพูดว่า เจ้าจงไปที่อื่นตราบเท่าที่พวกราชบุรุษยังไม่มาจับ. ก็เมื่อโจรนั้นไปแล้ว เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นอัสสัตถพฤกษ์ จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

พวกราชบุรุษจักจับโจรผู้กระทำโจรกรรมอันทารุณหยาบช้าในบ้านมิใช่หรือ ธุระอะไรในเรื่องนั้นของปุจิมันทเทวดาผู้เกิดอยู่ในป่าเล่า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วเน ชาตสฺส ติฏฺฐโต ความว่า ต้นไม้ที่เกิดและตั้งอยู่ในป่า. ก็อัสสัตถพฤกษ์เทวดาร้องเรียกปุจิมันเทวดา โดยเฉพาะเรียกชื่อต้นไม้ เพราะปุจิมันทเทวดานั้นเกิดที่ต้นสะเดานั้น.

นิมพเทวดาได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-

ดูก่อนอัสสัตถเทวดา ท่านไม่รู้เหตุที่จะอยู่ร่วมกันไม่ได้ ระหว่างเรากับโจร

ราชบุรุษทั้งหลายจับโจรผู้ทำโจรกรรมอันหยาบช้าทารุณในบ้านได้แล้ว จะเสียบโจรไว้บนหลาวไม้สะเดา ใจของเรารังเกียจในเรื่องนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสฺสตฺถ นี้ เทวดาผู้เกิดที่ต้นสะเดานั้นร้องเรียกโดยนัยอันมีในก่อนนั่นแหละ.

บทว่า มม โจรสฺส จนฺตรํ ได้แก่ เหตุที่เราและโจรอยู่ร่วมกันไม่ได้.

บทว่า อจฺเจนฺติ นิมฺพสูลสฺมึ ความว่า เวลานี้ราชบุรุษทั้งหลายจะร้อยโจรไว้บนหลาวไม้สะเดา.

บทว่า ตสฺมึ เม สงฺกเต มโน ความว่า จิตของเรารังเกียจในเหตุนั้นว่า ก็ถ้าพวกราชบุรุษจักร้อยโจรนี้ที่หลาวไซร้ วิมานของเราจักฉิบหาย ถ้าไม่ทำอย่างนั้น จักแขวนโจรไว้ที่กิ่งไม้สะเดา วิมานของเราจักมีกลิ่นซากศพ ด้วยเหตุนั้น เราจึงให้โจรนั้นหนีไปเสีย.

เมื่อเทวดาเหล่านั้นเจรจาปราศัยกันและกันอยู่อย่างนี้แหละ พวกเจ้าของทรัพย์ถือคบเพลิงมาตามรอยเท้าเห็นที่ที่โจรนอน จึงกล่าวว่าท่านผู้เจริญทั้งหลาย ก็บัดนี้ โจรลุกหนีไปแล้ว พวกเราไม่ได้ตัวโจร ถ้าพวกเราจักได้ตัวโจรไซร้ จักเสียบร้อยโจรนั้นไว้บนหลาวไม้สะเดานี้หรือแขวนไว้ที่กิ่งสะเดาแล้วจักไป แล้วแล่นไป ค้นหาทางโน้นทางนี้ ไม่พบโจรจึงพากันกลับไป.

อัสสัตถเทวดาได้ฟังคำของคนเหล่านั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-

บัณฑิตพึงรังเกียจสิ่งที่ควรรังเกียจ พึงป้องกันภัยที่ยังไม่มาถึงตัว พิจารณาดูโลกทั้งสองเพราะภัยในอนาคต.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ ความว่า อนาคตภัยมี ๒ อย่าง คือ ภัยที่เป็นไปในทิฏฐธรรมอย่างหนึ่ง ภัยที่เป็นไปในสัมปรายภพอย่างหนึ่งในอนาคต

ภัย ๒ อย่างนั้น บัณฑิตเมื่อเว้นบาปมิตรเสีย ชื่อว่าป้องกันภัยที่เป็นไปในทิฏฐธรรม เมื่อเว้นทุจริต ๓ เสีย ชื่อว่าป้องกันภัยที่เป็นไปในสัมปรายภพ.

บทว่า อนาคตภยา ความว่า เมื่อรังเกียจภัยนั้น เหตุอนาคตภัย.

บทว่า ธีโร ความว่า บุรุษผู้เป็นบัณฑิตย่อมไม่กระทำการเกี่ยวข้องกับปาปมิตร ย่อมไม่ประพฤติทุจริตโดยทวารทั้ง ๓.

บทว่า อุโภ โลเก ความว่า เพราะบัณฑิตนี้เมื่อกลัวอยู่อย่างนี้ ย่อมพิจารณาเห็น คือย่อมแลเห็นโลกทั้งสอง กล่าวคือโลกนี้และโลกหน้า เมื่อรังเกียจอยู่ ย่อมละเว้นปาปมิตร เพราะกลัวภัยในโลกนี้ ย่อมไม่ทำบาปกรรม เพราะกลัวภัยในโลกหน้า.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

เทวดาผู้บังเกิด ณ ต้นอัสสัตถพฤกษ์ในครั้งนั้น ได้เป็น พระสารีบุตร

ส่วนเทวดาผู้บังเกิด ณ ต้นสะเดาในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาปุจิมันทชาดกที่ ๑ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา