อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๓๗

๓. สุลสาชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๓๗–๑๑๔๕9 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๓ สุลสาชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๓. สุลสาชาดก ผู้รอบรู้เหตุผลย่อมรอดพ้นศัตรู

ข้อ ๑๑๓๗

อิทํ สุวณฺณกายูรํ มุตฺตา เวฬุริยา พหู สพฺพํ หรสฺสุ ภทฺทนฺเต มญฺจ ทาสีติ สาวย ฯ

สร้อยคอทองคำนี้ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์มีมาก ท่านจงนำเอาทรัพย์นี้ ไปทั้งหมด ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน และจงประกาศข้าพเจ้าว่า เป็น ทาสีเถิดฯ

ข้อ ๑๑๓๘

โอโรปยสฺสุ กลฺยาณึ มา พหุํ ปริเทวสิ น จาหํ อภิชานามิ อาคนฺตฺวา ธนมาภตํ ฯ

แน่ะแม่คนงาม เจ้าจงเปลื้องเครื่องประดับออก อย่ามัวร่ำไรให้มากเลย เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น เรานำเจ้ามาเพื่อทรัพย์เท่านั้น.

ข้อ ๑๑๓๙

ยโต สรามิ อตฺตานํ ยโต ปตฺตาสฺมิ วิญฺญุตํ เนวาหํ อภิชานามิ อญฺญํ ปิยตรํ ตยา ฯ

ฉันมานึกถึงตัวเอง นับตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ฉันไม่ได้รู้จักรักชายอื่นยิ่งไป กว่าท่านเลย.

ข้อ ๑๑๔๐

เอหิ ตํ อุปคูหิสฺสํ กริสฺสํ จ ปทกฺขิณํ น หิทานิ ปุน อตฺถิ มม ตุยฺหญฺจ สงฺคโม ฯ

ขอเชิญท่านนั่งลง ฉันจักขอกอดรัดท่านให้สมรัก และจักกระทำ ประทักษิณท่านเสียก่อน เพราะว่าต่อแต่นี้ไป การคบหากันระหว่างฉัน กับท่านจะไม่มีอีก.

ข้อ ๑๑๔๑

น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ ตตฺถ ตตฺถ วิจกฺขณา ฯ

ชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกแห่งก็หาไม่ แม้หญิงก็เป็นบัณฑิตมีปัญญา เฉลียวฉลาดในที่นั้นๆ ได้.

ข้อ ๑๑๔๒

น หิ สพฺเพสุ ฐาเนสุ ปุริโส โหติ ปณฺฑิโต อิตฺถีปิ ปณฺฑิตา โหติ ลหุมตฺถํ วิจินฺติกา ฯ

ชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกแห่งก็หาไม่ แม้หญิงก็เป็นบัณฑิตมีปัญญาดำริ เหตุผลได้รวดเร็ว.

ข้อ ๑๑๔๓

ลหุญฺจ วต ขิปฺปญฺจ นิกฏฺเฐ สมเจตยิ มิคํ ปุณฺณายตเนว สุลสา สตฺตุกํ วธิ ฯ

นางสุลสาหญิงแพศยายืนอยู่ ณ ที่ใกล้โจร คิดอุบายจะฆ่าโจร ได้ฆ่าโจร สัตตุกะตายได้รวดเร็ว เหมือนนายพรานเนื้อผู้ฉลาดฆ่าเนื้อได้เร็วพลัน เมื่อมีธนูบริบูรณ์มากแล้ว ฉะนั้น.

ข้อ ๑๑๔๔

โยธ อุปฺปติตํ อตฺถํ น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ โส หญฺญเต มนฺทมตี โจโรว คิริคพฺภเร ฯ

ในโลกนี้ ผู้ใดไม่รู้เหตุผลที่เกิดขึ้นได้ฉับพลัน ผู้นั้นมีปัญญาเขลาย่อม ถูกฆ่าตาย เหมือนโจรถูกฆ่าตายที่ซอกภูเขา ฉะนั้น.

ข้อ ๑๑๔๕

โยธ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว นิโพธติ มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา สุลสา สตฺตุกามิวาติ ฯ สุลสาชาตกํ ตติยํ

ในโลกนี้ ผู้ใดย่อมรอบรู้เหตุผลที่เกิดขึ้นได้ฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจาก ความเบียดเบียนของศัตรูได้ เหมือนนางสุลสาหญิงแพศยาหลุดพ้นไป จากโจรสัตตุกะ ฉะนั้น. จบ สุลสาชาดกที่ ๓.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๓. สุลสาชาดก (๔๑๙) ๓. สุลสาชาดก (๔๑๙) ว่าด้วยนางสุลสาหญิงงามเมือง (นางสุลสากล่าวกับสามีว่า)

ข้อ ๑๘

นี้สร้อยทองคำ แก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์ เป็นจำนวนมาก ขอเชิญพี่ขนไปทั้งหมด ขอพี่จงมีความเจริญ และจงประกาศดิฉันว่าเป็นนางทาสี (สามีกล่าวว่า)

ข้อ ๑๙

แม่โฉมงาม เธอจงเปลื้องออกมาเถิด อย่าคร่ำครวญไปนักเลย เราจะไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น ฆ่าเจ้าแล้วจึงนำทรัพย์ไป (นางสุลสากล่าวว่า)

ข้อ ๒๐

ตั้งแต่ดิฉันรู้เดียงสา ดิฉันจำตัวเองได้ว่า ยังไม่เคยรู้จักรักชายอื่นยิ่งกว่าพี่เลย

ข้อ ๒๑

มานี้เถิด ดิฉันจักสวมกอดพี่ และจักกระทำประทักษิณ เพราะตั้งแต่นี้ต่อไป ดิฉันและพี่จะไม่พบกันอีก (เทวดาผู้สถิตอยู่ที่ยอดเขากล่าวว่า)

ข้อ ๒๒

ใช่ว่าชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกสถานก็หาไม่ แม้หญิงมีปัญญาเห็นประจักษ์ในเรื่องนั้นๆ ก็เป็นบัณฑิตได้

ข้อ ๒๓

ใช่ว่าชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกสถานก็หาไม่ แม้หญิงมีปัญญาคิดเนื้อความได้ฉับพลันก็เป็นบัณฑิตได้

ข้อ ๒๔

นางสุลสาเผชิญหน้าโจร คิดอุบายได้อย่างเร็วพลันหนอ ได้ฆ่าโจรสัตตุกะเหมือนนายพรานเนื้อผู้ฉลาด เมื่อธนูมีลูกศรพร้อมย่อมฆ่าเนื้อได้เร็วพลัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๘๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๘. อัฏฐกนิบาต] กัจจานิวรรค ๔. สุมังคลชาดก (๔๒๐)

ข้อ ๒๕

อนึ่ง ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นเป็นคนมีปัญญาน้อย ย่อมถูกฆ่าเหมือนโจรที่ถูกฆ่าทิ้งที่ซอกเขา

ข้อ ๒๖

ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจากความคับขันอันเกิดจากศัตรู เหมือนนางสุลสาพ้นจากโจรสัตตุกะสุลสาชาดกที่ ๓ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภนางทาสีของอนาถบิณฑิกเศรษฐี จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อิทํ สุวณฺณกายูรํ ดังนี้.

ได้ยินว่า ในวันที่มีการเล่นมหรสพ วันหนึ่ง เมื่อนางทาสีนั้นจะไปสวนกับหมู่นางทาสี ได้ขอเครื่องแต่งตัวกะนางบุญลักษณเทวีผู้เป็นนายของตน. นางบุญลักษณเทวีได้ให้เครื่องแต่งตัวของตน ซึ่งมีราคาถึงหนึ่งแสนแก่นางทาสีนั้น นางประดับเครื่องแต่งตัวนั้นแล้วไปสวนกับหมู่นางทาสี.

ครั้งนั้น โจรคนหนึ่งเกิดความโลภในเครื่องแต่งตัวของนางทาสี คิดว่า เราจักฆ่าหญิงนี้แล้ว ขโมยเครื่องแต่งตัวไป ได้เดินเจรจากับนางทาสีไปจนถึงสวน แล้วได้ให้ปลาเนื้อ และสุราเป็นต้นแก่นางทาสี.

นางทาสีคิดว่า ชะรอยชายผู้นี้จะให้ของด้วยอำนาจกิเลส จึงรับเอาไว้แล้วเที่ยวเล่นในสวน เพื่อจะทดลองดูให้รู้แน่ ในเวลาเย็นได้ปลุกหมู่นางทาสี ที่นอนหลับให้ลุกขึ้น แล้วตนได้ไปสู่สำนักโจรนั้น. โจรนั้นกล่าวว่า น้องรักที่ตรงนี้ไม่มิดชิด เราเดินไปข้างหน้าอีกหน่อยเถิด. นางได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า ที่นี้ก็อาจทำความลับกันได้ แต่ชายผู้นี้ประสงค์จะฆ่าเราขโมยเครื่องแต่งตัวเป็นแน่เอาเถิดเราจักให้เขาสำนึกให้จงได้ จึงกล่าวว่า นาย ฉันอ่อนเพลียเพราะเมาสุรา ท่านจงหาน้ำดื่มให้ฉันดื่มก่อน แล้วก็พาไปที่บ่อน้ำแห่งหนึ่ง บอกว่า จงตักน้ำจากบ่อนี้มาให้ฉัน แล้วชี้เชือกและหม้อน้ำให้.

โจรเอาเชือกผูกหม้อน้ำ แล้วหย่อนลงบ่อ. ครั้นโจรก้มหลังจะตักน้ำ นางทาสีผู้มีกำลังมาก จึงใช้มือทั้งสองทุบตะโพก แล้วจับเหวี่ยงลงไปในบ่อ แล้วกล่าวว่า เพียงเท่านี้ ท่านจักยังไม่ตาย จึงได้เอาอิฐแผ่นใหญ่ทุ่มลงไปบนกระหม่อมอีกแผ่นหนึ่ง โจรตายในบ่อนั้นเอง.

นางทาสีกลับเข้าพระนคร มอบเครื่องแต่งตัวให้แก่นาย แล้วเล่าว่า นายวันนี้ ฉันจวนตายเพราะอาศัยเครื่องแต่งตัวนี้ แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้นายฟัง. นางบุญลักษณเทวีได้เล่าแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐี. อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้กราบทูลพระตถาคต

พระบรมศาสดาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่นางทาสีนั้นประกอบไปด้วยปัญญารู้เท่าทันเหตุการณ์ แม้ในกาลก่อน นางก็ประกอบไปด้วยปัญญาเหมือนกัน และมิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่นางทาสีนั้นฆ่าโจร แม้ในกาลก่อน นางทาสีก็ได้ฆ่าโจรนั้นเหมือนกัน

อนาถบิณฑิกเศรษฐีกราบทูลให้ตรัสเรื่องราว จึงได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี หญิงนครโสเภณีคนหนึ่งชื่อสุลสา มีนางวรรณทาสีห้าร้อยเป็นบริวาร ผู้ที่จะมาร่วมกับนางต้องเสียเงินพัน.

ในพระนครนั้นมีโจรชื่อสัตตุกะ มีกำลังเท่าช้างสาร เวลากลางคืนเข้าไปยังเรือนของอิสรชน ปล้นเอาตามใจชอบ. ชาวเมืองประชุมกันร้องทุกข์แด่พระราชา พระราชาทรงบังคับผู้รักษาเมืองให้วางคนไว้เป็นหมู่ๆ ตามที่นั้นๆ รับสั่งให้ช่วยกันจับโจรตัดหัวเสีย. ผู้รักษาเมืองจับโจรนั้นมัดมือไพล่หลัง เฆี่ยนด้วยหวาย ทีละ ๔ นำไปสู่ตะแลงแกง.

มีข่าวลือไปทั่วพระนครว่า จับโจรได้แล้ว.

ครั้งนั้น นางสุลสายืนอยู่ที่หน้าต่าง แลดูระหว่างถนนเห็นโจรเข้าก็มีจิตรักใคร่ คิดว่า ถ้าเราจักสามารถทำบุรุษที่ถูกจับหาว่า เป็นโจรนี้ให้พ้นไปได้ เราจักอยู่ร่วมกับเขาคนเดียวโดยไม่กระทำกรรมที่เศร้าหมอง เช่นที่แล้วมา คิดดังนี้แล้ว นางได้ติดสินบนพันกหาปณะแก่ผู้รักษาเมือง

ตามนัยที่กล่าวแล้วในกณเวรชาดก ในหนหลัง.

ให้โจรนั้นหลุดพ้นแล้ว นางได้ร่วมอภิรมย์กับโจรนั้น. ครั้นล่วงมาได้สามสี่เดือน โจรคิดว่า เราไม่อาจอยู่ที่นี้ได้ และก็ไม่อาจจะไปมือเปล่า เครื่องแต่งตัวของนางสุลสานี้มีราคาถึงหนึ่งแสน เราฆ่านางแล้วจักเอาเครื่องแต่งตัวนี้ไป.

อยู่มาวันหนึ่ง เขากล่าวกะนางว่า น้องรัก เมื่อราชบุรุษเขาจับตัวพี่นำมา พี่ได้บนบานจะถวายพลีกรรมแก่รุกขเทวดาที่ยอดเขาโน้นเมื่อรุกขเทวดาไม่ได้พลีกรรม ก็จะมาเบียดเบียนพี่ส่งไป. โจรกล่าวว่า น้องรัก การส่งไปนั้นไม่สมควรแก่เราทั้งสอง ต้องประดับร่างกายด้วยสรรพาภรณ์ ไปถวายพลีกรรมด้วยบริวารใหญ่. นางกล่าว ดีแล้วพี่ เราจักกระทำตามนั้น.

ลำดับนั้น โจรให้นางจัดหาของเสร็จตามที่ตกลงกันแล้ว ในเวลาที่เดินทางไปถึงเชิงเขา จึงกล่าวว่า น้องรัก รุกขเทวดาเห็นคนมามากจักไม่รับพลีกรรม เราขึ้นไปถวายกันเพียงสองคนเถิด. โจรนั้นครั้นนางรับคำแล้ว จึงให้นางแบกถาดเครื่องพลี ตนเองเหน็บอาวุธห้าชนิด ขึ้นยอดภูเขาให้นางวางถาดเครื่องพลีที่โคนต้นไม้ซึ่งเกิดที่ปากเหวลึกชั่วร้อยบุรุษแล้วกล่าวว่า น้องรัก พี่ไม่ได้มาเพื่อพลีกรรม แต่หมายจะฆ่าเธอแล้วเอาเครื่องแต่งตัวของเธอไป จึงได้มา เธอจงเปลื้องเครื่องแต่งตัวของเธอออกห่อผ้าสาฎก

นางถามว่า พี่จะฆ่าฉันทำไม?

โจรกล่าวว่า เพื่อต้องการทรัพย์.

นางกล่าวว่า พี่จงระลึกถึงคุณที่ฉันทำไว้ ฉันเปลี่ยนแปลงพี่ซึ่งถูกเขามัด นำมาให้เป็นลูกเศรษฐี ให้ทรัพย์มาก ให้ได้ชีวิต แม้ฉันเองจะได้ทรัพย์วันละพันกหาปณะ ก็ยังไม่เหลียวแลชายอื่น ฉันมีอุปการะแก่พี่ถึงเพียงนี้ ขอพี่อย่าได้ฆ่าฉันเลย ฉันจะให้ทรัพย์แก่พี่อีกเป็นจำนวนมาก และจะเป็นคนรับใช้ของพี่ด้วย ดังนี้

เมื่อจะวิงวอนโจรนั้น ได้กล่าวคาถาที่ ๑ ความว่า :-

สร้อยคอทองคำนี้ มีแก้วมุกดา แก้วไพฑูรย์เป็นอันมาก ตลอดจนทรัพย์นับเป็นพันทั้งหมด ข้าพเจ้ายกให้ท่าน ขอความเจริญจงมีแก่ท่าน และจงประกาศข้าพเจ้าว่าเป็นทาสีเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กายูรํ ได้แก่ สร้อยสำหรับสวมประดับที่คอ.

บทว่า สาวยา ความว่า ท่านจงประกาศในท่ามกลางมหาชน ยึดข้าพเจ้าเป็นทาสีเถิด.

ต่อจากนั้น เมื่อโจรสัตตุกะกล่าวคาถาที่สองตามอัธยาศัยของตน ความว่า :-

แน่ะแม่คนงาม เจ้าจงเปลื้องเครื่องประดับออก อย่ามัวร่ำไรให้มากไปเลย เราไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น เรานำเจ้ามาเพื่อทรัพย์อย่างเดียวเท่านั้น.

ดังนี้แล้ว นางสุลสาฉุกคิดถึงเหตุที่จะเอาตัวรอดได้ คิดว่า โจรนี้จักไม่ยอมละชีวิตเรา เราจักใช้อุบายนี้ผลักโจรนี้ให้ตกลงในเหว ให้ตายเสียก่อน ดังนี้แล้วกล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า:-

ฉันมานึกถึงตัวเอง แต่น้อยคุ้มใหญ่ ฉันไม่ได้รู้จักรักชายอื่น ยิ่งไปกว่าท่านเลย.

ขอเชิญท่านนั่งลง ฉันจักขอกอดท่านให้สมรัก และจักกระทำประทักษิณแก่ท่านเสียก่อน เพราะว่าต่อแต่นี้ไป การคบหากันระหว่างฉันกับท่าน จะไม่มีอีก.

สัตตุกโจรรู้ไม่ทันความประสงค์ของนาง จึงกล่าวว่า ดีแล้วน้องรัก จงมากอดรัดฉันเถิด.

นางสุลสาทำประทักษิณโจร ๓ ครั้งแล้วกอดรัด กล่าวว่า พี่จ๋า ที่นี้ฉันจักไหว้พี่ที่ข้างทั้ง ๔ ด้าน แล้วนางก็ก้มศีรษะลงที่หลังเท้าไหว้ข้างซ้าย ข้างขวา แล้วทำเป็นไปไหว้ข้างหลัง นางเป็นหญิงแพศยามีกำลังเท่าช้างสาร จึงรวบแขนทั้งสองของโจรเข้าไว้ กดหัวลง โยนลงไปในเหวลึกชั่วร้อยบุรุษ. โจรได้แหลกละเอียดตายลงในเหวนั้นเอง

เทวดาที่สิงสถิตอยู่ยอดภูเขาได้เห็นกิริยาอาการนั้น ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ความว่า :-

ชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกแห่งก็หาไม่ แม้หญิงก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉลียวฉลาด ในที่นั้นๆ ได้.

ชายจะเป็นบัณฑิตในที่ทุกแห่งก็หาไม่ แม้หญิงก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาดำริเหตุผลได้รวดเร็ว.

นางสุลสา หญิงแพศยายืนอยู่ ณ ที่ใกล้โจร คิดอุบายจะฆ่าโจร ได้ฆ่าโจรสัตตุกะได้รวดเร็ว เหมือนนายพรานเนื้อผู้ฉลาด ฆ่าเนื้อได้เร็วพลัน เมื่อมีธนูบริบูรณ์มากแล้วฉะนั้น.

ในโลกนี้ ผู้ใดไม่รู้เหตุผลที่เกิดขึ้นได้ฉับพลัน ผู้นั้นมีปัญญาเขลา ย่อมถูกฆ่าตายเหมือนโจร ถูกฆ่าตายที่ซอกภูเขาฉะนั้น.

ในโลกนี้ ผู้ใดย่อมรอบรู้เหตุที่เกิดขึ้นได้ฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจากความเบียดเบียนของศัตรูได้ เหมือนนางสุลสาหญิงแพศยาหลุดพ้นไปจากโจรสัตตุกะฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปณฺฑิตา โหติ ความว่า แม้หญิงก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉลียวฉลาดในที่นั้นๆ ได้. อีกอย่างหนึ่ง แม้หญิงเป็นทั้งบัณฑิตด้วย เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดในที่นั้นๆ ด้วย.

บทว่า ลหุมตฺถํ วิจินฺติกา ความว่า แม้หญิงก็เป็นบัณฑิตมีปัญญาดำริเหตุผลได้รวดเร็ว.

บทว่า ลหุญฺจ วต ความว่า ไม่ช้าเลยหนอ.

บทว่า ขิปฺปญฺจ ความว่า โดยเวลาไม่นานเลย.

บทว่า นิกฏฺเฐ สมเจตยิ ความว่า นางสุลสายืนอยู่ใกล้โจร คิดอุบายให้โจรนั้นตายได้รวดเร็ว.

บทว่า ปุณฺณายตเนว ความว่า เมื่อมีธนูบริบูรณ์มากแล้ว. ท่านกล่าวอธิบายไว้ดังนี้ เหมือนนายพรานเนื้อผู้ฉลาด เมื่อมีธนูบริบูรณ์มากแล้ว ย่อมฆ่าเนื้อได้โดยว่องไวฉันใด นางสุลสาฆ่าโจรสัตตุกะได้ ก็ฉันนั้น.

บทว่า โยธ ได้แก่ ในสัตวโลกนี้.

บทว่า นิพฺโพธติ แปลว่า ย่อมรู้.

บทว่า สตฺตุกามิว ความว่า ผู้นั้นย่อมพ้นจากการเบียดเบียนของศัตรู ดังนางสุลสาพ้นมือสัตตุกโจรได้ฉะนั้น.

นางสุลสาฆ่าโจรได้แล้วลงจากภูเขาไปสำนักพวกบริวารชนของตน ถูกถามว่า ลูกเจ้าหายไปไหน? นางตอบว่า อย่าถามถึงมันเลย แล้วขึ้นรถเข้าไปยังพระนครทันที ดังกล่าวมานี้.

พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงจบลงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า

สามีภรรยาทั้งสองในครั้งนั้น ได้มาเป็น สามีภรรยาคู่นี้เอง

ส่วนเทวดา ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบอรรถกถาสุลสาชาดกที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา