อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๔๑

๖. วลาหกัสสชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๑–๒๔๒2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖ วลาหกสฺสชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. วลาหกัสสชาดก ว่าด้วยความสวัสดี

ข้อ ๒๔๑

เย น กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ พฺยสนํ เต คมิสฺสนฺติ รกฺขสีหิว วาณิชา ฯ

นรชนเหล่าใด ไม่ทำตามโอวาทอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นรชน เหล่านั้นจักต้องถึงความพินาศ เปรียบเหมือนพ่อค้าทั้งหลายถูกนางผีเสื้อ หลอกลวงให้อยู่ในอำนาจ ฉะนั้น.

ข้อ ๒๔๒

เย จ กาหนฺติ โอวาทํ นรา พุทฺเธน เทสิตํ โสตฺถึ ปารํ คมิสฺสนฺติ วลาเหเนว วาณิชาติ ฯ วลาหกสฺสชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------

นรชนเหล่าใด ทำตามโอวาทอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นรชน เหล่านั้น จักถึงฝั่งสวัสดี ดุจพ่อค้าทั้งหลายทำตามถ้อยคำอันม้าวลาหก กล่าวแล้ว ฉะนั้น. จบ วลาหกัสสชาดกที่ ๖.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๖. วลาหกัสสชาดก (๑๙๖) ว่าด้วยความปลอดภัยเกิดจากม้าวลาหก (พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาแสดงแล้ว จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า)

ข้อ ๙๑

คนเหล่าใดไม่ทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ คนเหล่านั้นจักถึงความพินาศ เหมือนพวกพ่อค้าที่ถูกพวกนางรากษสประเล้าประโลม

ข้อ ๙๒

ส่วนคนเหล่าใดทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ คนเหล่านั้นจักปลอดภัย เหมือนพวกพ่อค้าที่เชื่อฟังคำของพญาม้าวลาหก วลาหกัสสชาดกที่ ๖ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๘๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า เย น กาหนฺติ โอวาทํ ดังนี้.

ความย่อมีอยู่ว่า ภิกษุนั้น เมื่อพระศาสดาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุเธอกระสันจริงหรือ กราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้า ตรัสถามว่า เพราะเหตุไร กราบทูลว่า เพราะเห็นมาตุคามแต่งตัวงดงามคนหนึ่ง จึงกระสันด้วยอำนาจกิเลส.

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดาหญิงเหล่านี้เล้าโลมชายด้วยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะและด้วยมารยาหญิง กระทำให้อยู่ในอำนาจของตน เขาเรียกว่านางยักษิณี เพราะเล้าโลมชายด้วยกรีดกรายครั้นรู้ว่าชายนั้นตกอยู่ในอำนาจแล้ว ก็จะให้ถึงความพินาศแห่งศีล และความพินาศแห่งขนบประเพณี

จริงอยู่ แม้แต่ก่อน พวกนางยักษิณีเข้าไปหาพวกผู้ชายหมู่หนึ่งด้วยมารยาหญิงแล้วเล้าโลมพวกพ่อค้าทำให้อยู่ในอำนาจของตน ครั้นเห็นชายอื่นอีก ก็ฆ่าพวกพ่อค้าเหล่านั้นทั้งหมดให้ถึงแก่ความตาย เคี้ยวกินหมุบๆ ทั้งมีเลือดไหลออกจากด้านคางทั้งสองข้าง

แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาล ที่เกาะตามพปัณณิ มีเมืองยักษ์ชื่อ สิริสวัตถุ. พวกนางยักษิณีอาศัยอยู่ในเมืองนั้น. ในเวลาที่พวกพ่อค้าเรืออับปาง นางยักษิณีเหล่านั้นก็พากันประดับตกแต่งร่างกาย ให้ถือของเคี้ยวของบริโภค มีหมู่ทาสีแวดล้อมอุ้มทารกเข้าไปหาพวกพ่อค้าเพื่อให้คนเหล่านั้นทราบว่า พวกเราก็มาที่อยู่ของมนุษย์ จึงแสดงกิจเป็นต้นว่า พวกมนุษย์ ฝูงโค สุนัข กำลังทำกสิกรรม โครักขกรรม เป็นต้นในที่นั้นๆ แล้วเข้าไปหาพวกพ่อค้ากล่าวว่าเชิญดื่มข้าวยาคูนี้ เชิญบริโภคอาหารนี้ เชิญเคี้ยวของเคี้ยวนี้. พวกพ่อค้าขาดไหวพริบ บริโภคอาหารที่นางยักษิณีเหล่านั้นให้แล้วๆ. ครั้นถึงเวลาที่พวกเขาเคี้ยวบริโภคดื่มเสร็จแล้วพักผ่อน ยักษิณีจึงถามว่า พวกท่านอยู่ที่ไหน มาจากไหน จะไปไหน มาทำอะไรที่นี่. เมื่อพวกพ่อค้าตอบว่า พวกเราเรืออับปาง จึงพากันมาที่นี่ นางยักษิณีกล่าวว่า ดีละพ่อคุณ แม้สามีของพวกเราก็ขึ้นเรือไป ล่วงไปสามเดือนแล้ว ชะรอยเขาจักตายกันหมด แม้พวกท่านก็เป็นพ่อค้าเหมือนกัน พวกเราจะเป็นหญิงรับใช้พวกท่านแล้วเล้าโลมพวกพ่อค้าเหล่านั้นด้วยมารยา หัวเราะ และจริตของสตรี พาไปเมืองยักษ์ หากมีพวกมนุษย์ที่ถูกจับไปไว้ก่อน ก็จองจำมนุษย์เหล่านั้นด้วยโซ่กายสิทธิ์ ขังไว้ในห้องคุมขังกระทำมนุษย์ที่จับได้ภายหลังให้เป็นสามีของตน แต่เมื่อไม่ได้มนุษย์เรืออับปางในที่พักของตน ก็เที่ยววนเวียนอยู่ฝั่งสมุทร คือเกาะไม้ขานางฝั่งโน้น เกาะไม้กากะทิงฝั่งนี้. นี่เป็นธรรมดาของพวกยักษิณี.

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อค้าเรืออับปาง ๕๐๐ พากันขึ้นไปใกล้เมืองของยักษิณี. ยักษิณีเหล่านั้นจึงไปหาพวกพ่อค้าเล้าโลม แล้วนำมาเมืองยักษ์ ล่ามพวกมนุษย์ที่จับไว้ครั้งแรกด้วยโซ่กายสิทธิ์ ขังไว้ในที่คุมขังหัวหน้านางยักษิณีก็ให้หัวหน้าพ่อค้าเป็นสามี ยักษิณีที่เหลือก็ให้พ่อค้านอกนั้นเป็นสามี เป็นอันยักษิณี ๕๐๐ ได้ทำให้พ่อค้า ๕๐๐ เป็นสามีของตนด้วยประการฉะนี้.

ต่อมา นางยักษิณีหัวหน้านั้น ครั้นเวลากลางคืน เมื่อพ่อค้าหลับ จึงลุกขึ้นไปฆ่ามนุษย์ทั้งหลายในเรือนคุมขังกินเนื้อเสร็จแล้วก็กลับมา แม้ยักษิณีที่เหลือก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน ในเวลาที่หัวหน้ายักษิณีกินเนื้อมนุษย์ แล้วกลับมาร่างกายมักเย็น. หัวหน้าพ่อค้าคอยสังเกตอยู่ ครั้นรู้ว่ามันเป็นยักษิณี จึงรำพึงต่อไปว่า หญิง ๕๐๐ เหล่านี้น่าจะเป็นยักษิณีพวกเราควรจะหนีไปเสีย รุ่งเช้าเดินไปเพื่อล้างหน้า จึงบอกแก่พวกพ่อค้าว่าหญิงเหล่านี้เป็นยักษิณี มิใช่หญิงมนุษย์ ในเวลาที่พวกอื่นเรืออับปางมา พวกมันจะให้คนเหล่านั้นเป็นสามีมันแล้วก็กินพวกเราเสีย. มาเถิดพวกเราพากันหนีไปเถิด.

ในพวกพ่อค้าเหล่านั้น พ่อค้าสองร้อยห้าสิบคนกล่าวว่า เราไม่อาจละทิ้งหญิงเหล่านี้ไปได้ดอกพวกท่านไปกันเถิด พวกเราจักไม่หนีไปละ. หัวหน้าพ่อค้าก็พาพวกพ่อค้าสองร้อยห้าสิบคน ซึ่งเชื่อฟังคำของตน กลัวยักษิณีเหล่านั้นหนีไป.

ก็ในเวลานั้น พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดม้าวลาหก ม้านั้นมีสีขาวปลอด มีศีรษะเหมือนกา ผมเป็นปอย มีฤทธิ์เหาะเหินได้. ม้าวลาหกนั้นเหาะมาจากเขาหิมพานต์ ไปยังเกาะตามพปัณณิ บริโภคข้าวสาลีที่เกิดเองในเปือกตม ใกล้สระตามพปัณณินั้น แล้วกลับไป. อนึ่ง เมื่อเหาะไปนั้นก็พูดเป็นภาษามนุษย์ ซึ่งได้อบรมมาด้วยความกรุณา สามครั้งว่า มีผู้ประสงค์จะไปชนบทไหม มีผู้ประสงค์จะไปชนบทไหม มีผู้ประสงค์จะไปชนบทไหม. พวกพ่อค้าเหล่านั้นได้ยินคำของม้านั้น จึงพากันเข้าไปหาประคองอัญชลี กล่าวว่า พวกข้าพเจ้าจักไปชนบท. ม้าบอกว่า ถ้าเช่นนั้น จงขึ้นหลังเราเถิด. ครั้นแล้วพ่อค้าบางพวกก็ขึ้นหลัง บางพวกก็จับหาง บางพวกยืนประคองอัญชลี. พระโพธิสัตว์จึงพาพวกพ่อค้าทั้งหมด แม้ที่สุดพวกที่ยืนประคองอัญชลีไปสู่ชนบท ด้วยอานุภาพของตน ให้ทุกคนอยู่ในที่ของตนๆ แล้วก็ไปที่อยู่ของตน. นางยักษิณีเหล่านั้น ในเวลาที่พวกอื่นมาถึง ก็ฆ่ามนุษย์สองร้อยห้าสิบคนที่ทิ้งไว้ในที่นั้นกินเสีย.

พระศาสดาตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกพ่อค้าที่ตกอยู่ในอำนาจของยักษิณีได้สิ้นชีวิตลง พวกที่เชื่อคำของพญาม้าวลาหก ก็กลับไปอยู่ในที่ของตนๆ ฉันใด. ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งไม่ทำตามโอวาทของพระพุทธเจ้าทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกันย่อมถึงความทุกข์ใหญ่ในอบายสี่ เป็นต้นว่า เครื่องจองจำห้าประการ และเครื่องกรรมกรณ์ส่วนผู้ที่เชื่อฟังโอวาทย่อมบรรลุฐานะเหล่านี้ คือกุลสมบัติ ๓ สวรรค์ชั้นกามาพจร ๖ พรหมโลก ๒๐แล้วทำให้แจ้งอมตมหานฤพาน เสวยสุขเป็นอันมาก.

ครั้นพระองค์ตรัสรู้อภิสัมโพธิญาณแล้ว จึงตรัสคาถาเหล่านี้ว่า :-

นรชนเหล่าใดไม่ทำตามโอวาทที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้นรชนเหล่านั้นจักต้องถึงความพินาศ เหมือนพ่อค้าทั้งหลายถูกนางผีเสื้อหลอกลวงให้อยู่ในอำนาจ ฉะนั้น.

นรชนเหล่าใดทำตามโอวาทอันพระพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นรชนเหล่านั้นจักถึงฝั่งสวัสดี ดุจพ่อค้าทั้งหลายทำตามถ้อยคำที่ม้าวลาหกกล่าวแล้ว ฉะนั้น.

ในบทเหล่านั้น บทว่า เย น กาหนฺติ คือชนเหล่าใดไม่เชื่อคำสอน. บทว่า พฺยสนํ เต คมิสฺสนฺติ ได้แก่ ชนเหล่านั้นจักถึงมหาพินาศ. บทว่า รกฺขสีหิว วาณิชา ได้แก่ เหมือนพ่อค้าที่ถูกนางยักษิณีเล้าโลมฉะนั้น. บทว่า โสตฺถิปารํ คมิสฺสนฺติ ได้แก่ จักถึงพระนิพพานโดยไม่มีอันตราย. บทว่า วลาเหเนว วาณิชา ได้แก่ เหมือนพ่อค้าที่ม้าวลาหกกล่าวว่า จงมาเถิดก็เชื่อฟังม้านั้น.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอายอดแห่งพระธรรมเทศนาด้วยอมตมหานฤพานว่าชนทั้งหลายผู้เชื่อฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ย่อมถึงนิพพานอันเป็นฝั่งแห่งสงสารเหมือนพ่อค้าเหล่านั้นไปถึงฝั่งแห่งมหาสมุทรแล้ว ก็ได้ไปในที่ของตนๆ.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก. เมื่อจบสัจธรรม ภิกษุผู้กระสันตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล.

ภิกษุอื่นหลายรูปได้บรรลุโสดาปัตติผล สกิทาคามิผล อนาคามิผลและอรหัตตผล.

พ่อค้าสองร้อยห้าสิบคนที่เชื่อฟังคำของม้าวลาหกในครั้งนั้นได้เป็นพุทธบริษัทในครั้งนี้.

ส่วนพญาม้าวลาหกะ คือ เราตถาคต นี้แล.

จบ อรรถกถาวลาหกัสสชาดกที่ ๖

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา