๗. เสคคุชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ เสคฺคุชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. เสคคุชาดก การได้รับทุกข์จากผู้เป็นที่พึ่ง
สพฺโพ โลโก อตฺตมโน อโหสิ อโกวิทา คามธมฺมสฺส เสคฺคุ โกมาริโก นาม ตวชฺช ธมฺโม ยํ ตฺวํ คหิตา ปวเน ปโรทสิ ฯ
สัตว์โลกทั้งปวง เป็นผู้พอใจในการเสพกาม ดูกรนางเสคคุ เจ้าเป็นผู้ ไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน ความที่เจ้าเป็นนางกุมารีถูกบิดาจับมือ ในป่าชัฏร้องไห้อยู่ในวันนี้ เป็นธรรมดา.
โย ทุกฺขผุฏฺฐาย ภเวยฺย ตาณํ โส เม ปิตา ทุพฺภิ วเน กโรติ สา กสฺส กนฺทามิ วนสฺส มชฺเฌ โย ตายิตา โส สหสา กโรตีติ ฯ เสคฺคุชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
เมื่อฉันได้รับทุกข์แล้ว ผู้ใดพึงเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นคือบิดาของฉัน กลับ มากระทำมิดีมิร้ายฉันในป่า ฉันจะคร่ำครวญหาใครในกลางป่าอีกเล่า ผู้ใดเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นกลับมาทำฉันถึงสาหัส. จบ เสคคุชาดกที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๗. พีรณถัมภกวรรค ๘. กูฏวาณิชชาดก (๒๑๘) ๗. เสคคุชาดก (๒๑๗) ว่าด้วยนางเสคคุ (อุบาสกได้กล่าวกับลูกสาวผู้กำลังคร่ำครวญอยู่ว่า)
สัตวโลกทั้งหมดมีความพอใจในการเสพกาม แม่เสคคุเอ๋ย เจ้าไม่รู้เรื่องของชาวบ้าน แม่เด็กน้อย การที่เจ้าถูกพ่อจับมือในป่าใหญ่ แล้วร้องไห้คร่ำครวญนั้น มันเป็นอย่างไรสำหรับเจ้าในวันนี้ (กุมารีฟังคำนั้นแล้วคร่ำครวญกล่าวว่า)
ยามเมื่อฉันมีความทุกข์ คนที่เป็นที่พึ่งคือบิดาของฉันเอง แต่กลับประทุษร้ายฉันในป่า ฉันจะคร่ำครวญหาใครเล่าในท่ามกลางป่า คนที่จะช่วยเหลือฉันได้กลับทำกรรมที่น่าบัดสีเสียเองเสคคุชาดกที่ ๗ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอุบาสกผู้ขายผักผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สพฺโพ โลโก ดังนี้.
เรื่องราวพิสดารอยู่ในเอกนิบาตนั้นแล้ว.
แม้ในทุกนิบาตนี้ พระศาสดาตรัสถามอุบาสกนั้นว่าดูก่อนอุบาสก ทำไมหายไปนานนัก. อุบาสกกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ลูกสาวของข้าพระองค์มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ข้าพระองค์ลองทดลองดู แล้วจึงยกให้เด็กหนุ่มของตระกูลผู้หนึ่ง เพราะมัวจัดการเรื่องนั้นอยู่ จึงไม่ได้โอกาสมาเฝ้าพระองค์. ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะอุบาสกนั้นว่า ดูก่อนอุบาสก ลูกสาวของท่าน มิใช่เป็นผู้มีศีลในบัดนี้เท่านั้นแม้เมื่อก่อน ก็มีศีล และท่านก็ทดลองนางแล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นรุกขเทวดา. ในกาลนั้น อุบาสกขายผักผู้นี้แหละคิดจะทดลองลูกสาว จึงนำเข้าป่าแล้ว จับมือทำเป็นต้องการด้วยอำนาจกิเลส.
ลำดับนั้น อุบาสกได้กล่าวกะลูกสาวผู้คร่ำครวญอยู่ ด้วยคาถาแรกว่า :-
สัตว์โลกทั้งปวง เป็นผู้พอใจในการเสพกาม ดูก่อนแม่เสคคุ เจ้าเป็นผู้ไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน ความที่เจ้าเป็นนางกุมารี ถูกบิดาจับมือในป่าชัฏร้องไห้อยู่ในวันนี้ เป็นธรรมดา.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สพฺโพ โลโก. อตฺตมโน อโหสิ ความว่า แน่ะแม่หนู สัตว์โลกทั้งสิ้นพอใจในการเสพกามนี้. บทว่า เสคฺคุ เป็นชื่อของหญิงนั้น. ดูก่อนแม่เสคคุ เจ้าไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน. ท่านอธิบายว่า เจ้าไม่ฉลาดในธรรมของชาวบ้าน คือในธรรมของคนถ่อยนี้. บทว่า โกมาริโก นาม ตวชฺช ธมฺโม. ความว่า แม่หนู สภาพของเจ้านี้อย่างไร ในวันนี้. ยํ ตวํ คหิตา ปวเน ปโรทสิ ความว่า อุบาสกถามว่า เจ้าถูกเราจับมือด้วยความเชยชมในป่านี้ เจ้าคร่ำครวญ คือไม่ยอมสภาพของเจ้านี้ คืออะไรกัน เจ้ายังเป็นเด็กหญิงอยู่หรือ.
กุมารีฟังคำนั้นแล้ว กล่าวว่า จริงจ้ะพ่อ ลูกยังเป็นเด็กหญิงอยู่ แล้วคร่ำครวญกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
เมื่อฉันได้รับทุกข์แล้ว ผู้ใดเป็นที่พึ่งได้ผู้นั้นคือบิดาของฉัน กลับมาทำกรรมมิดีมิร้ายฉันในป่าฉันจะคร่ำครวญหาใครในป่าได้อีกเล่าผู้ใดเป็นที่พึ่งได้ ผู้นั้นกลับมาทำฉันถึงสาหัส.
อุบาสกขายผักนั้นลองใจลูกสาวในครั้งนั้นด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงพาไปบ้าน ยกให้เด็กหนุ่มแห่งตระกูล แล้วไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรม ทรงประชุมชาดก.
เมื่อจบสัจธรรม อุบาสกขายผักได้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
ลูกสาวในครั้งนั้น ได้เป็น ลูกสาวในครั้งนี้ นั่นเอง
ส่วนรุกขเทวดาผู้ทำเหตุนั้นให้ประจักษ์ คือ เราตถาคต นี้แล.
จบ อรรถกถาเสคคุชาดกที่ ๗