๒. มิตตวินทชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒ มิตฺตวินฺทชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. มิตตวินทชาดก ว่าด้วยจักรบดศีรษะ
อติกฺกมฺม รมณกํ สทามตฺตญฺจ ทูภกํ สฺวาสิ ปาสาณมาสีโน ยสฺมา ชีวํ น โมกฺขสีติ ฯ มิตฺตวินฺทชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------
ท่านเลยปราสาทแก้วผลึก ปราสาทเงิน และปราสาทแก้วมณีมาแล้ว ท่านนั้นเป็นผู้ถูกจักรกรดบนศีรษะแล้ว บาปยังไม่สิ้นตราบใด ท่านยังมี ชีวิตอยู่ ก็จักไม่พ้นจากจักรกรดตราบนั้น. จบ มิตตวินทชาดกที่ ๒.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. มิตตวินทชาดก (๘๒) ว่าด้วยนายมิตตวินทะถูกจักรหินบดขยี้ (เทพบุตรโพธิสัตว์เห็นนายมิตตวินทะตกนรกจึงกล่าวว่า)
ท่านล่วงเลยปราสาทแก้วผลึก ปราสาทเงิน และปราสาทแก้วมณีไปแล้ว มาถูกจักรหินบดขยี้อยู่ ท่านจักไม่พ้นจากจักรหินตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ มิตตวินทชาดกที่ ๒ จบ ๓. กาฬกัณณิชาดก (๘๓) ว่าด้วยมิตรชื่อกาฬกัณณี (เศรษฐีโพธิสัตว์พูดทัดทานพวกคนที่ให้ไล่มิตรออกจากเรือนว่า) @เชิงอรรถ : @ สัญญาวิปริต หมายถึงความจำแปรปรวนจนลืมนึกถึงกิริยาอาการของตน (ขุ.ชา.อ. ๒/๘๑/๑๘๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุว่ายากรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อติกฺกมฺม รมณกํ ดังนี้.
ก็เรื่องของชาดกนี้เป็นเรื่องเกิดขึ้นครั้งศาสนาของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า จักแจ่มแจ้งในมหามิตตวินทุกชาดก ปัญจกนิบาต
ก็ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์กล่าวคาถานี้ ความว่า
"ท่านเลยปราสาทแก้วผลึก ปราสาทเงิน และปราสาทแก้วมณี มาแล้วมาถูกจักรกรดสำเร็จด้วยหินพัดผันอยู่ ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็จักไม่พ้นจากจักรกรดตราบนั้น" ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รมณกํ เป็นชื่อของแก้วผลึก ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์แสดงว่า เจ้านั้นสิผ่านพ้นปราสาทแก้วผลึกไปเสียแล้ว.
บทว่า สทามตฺตญฺจ เป็นชื่อของเงิน พระโพธิสัตว์แสดงว่า เจ้านั้นสิผ่านปราสาทเงินไปเสียแล้ว.
บทว่า ทูภกํ เป็นชื่อของแก้วมณี พระโพธิสัตว์แสดงว่า เจ้านั้นสิผ่านปราสาทแก้วมณีไปเสียแล้ว.
บทว่า สฺวาสิ ตัดบทเป็น โส อสิ แปลว่า เจ้านั้นสิ.
บทว่า ปาสาณมาสีโน ความว่า ที่ชื่อว่า จักรกรดนั้น สำเร็จด้วยหินก็มี สำเร็จด้วยแก้วมณีก็มี แต่จักรกรดอันที่เจ้าถูกมันขยี้บดทับนั้น สำเร็จด้วยหิน เพราะเหตุที่มาต้องจักรกรดสำเร็จด้วยหิน เมื่อควรจะกล่าวว่า ปาสาณาสีโน กลับกล่าวว่า ปาสาณมาสีโน โดยถือเอา ม อักษร ด้วยอำนาจพยัญชนะสนธิ. มีอธิบายไว้อีกนัยหนึ่งว่า ทูนหัวจักรกรดหิน คือมาถูกจักรกรดนั้นพัดผันยืนอยู่.
บทว่า ยสฺมา ชีวํ น โมกฺขสิ ความว่า ทั้งๆ ที่ยังเป็นๆ อยู่นั้นแหละ จักไม่พ้นไปจากจักรกรดได้ ต้องทูนมันไว้ จนกว่าบาปกรรมของเจ้าจะสิ้นไป.
พระโพธิสัตว์กล่าวคาถานี้แล้ว เสด็จไปสู่เทวสถานแห่งตนทันที.
ฝ่ายมิตตวินทุกะเล่า ก็ทูนจักรกรดไว้ เสวยทุกข์อย่างมหันต์ ครั้นบาปกรรมหมดไปแล้ว ก็ไปตามยถากรรม.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
มิตตวินทกะในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุว่ายากในครั้งนี้
ส่วนท้าวเทวราช ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. -----------------------------------------------------