๑. มณิกุณฑลชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจกนิปาตชาตกํ ๑ มณิกุณฺฑลวคฺโค ๑ มณิกุณฺฑลชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ปัญจกนิบาตชาดก ๑. มณิกุณฑลวรรค ๑. มณิกุณฑลชาดก ผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
ชินฺโน รฏฺฐสฺสมณิกุณฺฑเล จ ปุตฺเต จ ทาเร จ ตเถว ชินฺโน สพฺเพสุ โภเคสุ อเสสเกสุ กสฺมา น สนฺตปฺปสิ โสกกาเล ฯ
พระองค์ละแว่นแคว้น ม้า กุณฑล และแก้วมณี อนึ่ง ยังทรงละ พระราชบุตร และเหล่าพระสนมเสียได้ เมื่อโภคสมบัติทั้งสิ้นของ พระองค์ ไม่มีเหลือเลย เหตุไฉน พระองค์จึงไม่ทรงเดือดร้อน ใน คราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่เล่า?.
ปุพฺเพว มจฺจํ วิชหนฺติ โภคา มจฺโจ วา เต ปุพฺพตรํ ชหาติ อสสฺสตา โภคิโน กามกามิ ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล ฯ
โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็มี บางทีสัตว์ย่อมละทิ้งโภค- สมบัติเหล่านั้นไปก่อนก็มี ดูกรพระองค์ผู้ใคร่ในกามารมณ์ โภคสมบัติ ที่บริโภคกันอยู่ เป็นของไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่ เดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่.
อุเทติ ปูเรติ ขียติ จนฺโท อตฺถงฺคเมตฺวาน ปเลติ สูริโย วิชิตา มยา สตฺตุก โลกธมฺมา ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล ฯ
พระจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวง ก็จะกลับหายสิ้นไป พระอาทิตย์กำจัด ความมืด ทำโลกให้เร่าร้อนแล้วอัสดงคตไป ดูกรพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลาย หม่อมฉันชนะได้แล้ว เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่ เดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่.
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เกียจคร้านก็ไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมก็ไม่ดี พระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญเสียก่อนแล้วทรงทำก็ไม่ดี บัณฑิตมี ความโกรธเป็นเจ้าเรือนก็ไม่ดี.
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ นิสมฺมการิโน รญฺโญ ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ มณิกุณฺฑลชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าทิศ กษัตริย์ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงทำ ไม่ใคร่ ครวญเสียก่อนแล้วไม่ควรทำ อิสริยยศ บริวารยศ และเกียรติคุณของ พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ย่อมเจริญขึ้น. จบ มณิกุณฑลชาดกที่ ๑.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๑. มณิกุณฑลชาดก (๓๕๑) ๕. ปัญจกนิบาต ๑. มณิกุณฑลวรรค หมวดว่าด้วยต่างหูแก้วมณี ๑. มณิกุณฑลชาดก (๓๕๑) ว่าด้วยต่างหูแก้วมณี (พระราชาโจรเข้าไปหาพระราชาโพธิสัตว์แห่งกรุงพาราณสีแล้วตรัสว่า)
พระองค์หมดสิ้น รถ ม้า และต่างหูแก้วมณี อนึ่ง พระองค์หมดสิ้นพระโอรสและนางสนม เมื่อโภคะทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีเหลืออยู่เลย เพราะเหตุใด พระองค์ไม่ทรงเดือดร้อนในคราวที่ควรเศร้าโศก (พระราชาโพธิสัตว์ตรัสตอบว่า)
โภคะทั้งหลายละทิ้งสัตวโลกไปก่อนก็มี สัตวโลกละทิ้งโภคะเหล่านั้นไปก่อนก็มี ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงใคร่อยู่ในกาม โภคะทั้งหลายที่สัตว์ใช้สอยอยู่เป็นของไม่แน่นอน เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่เศร้าโศกในคราวที่ควรเศร้าโศก
ดวงจันทร์ขึ้นเต็มดวงแล้วก็แหว่งเว้าไป ดวงอาทิตย์ทำโลกส่วนใหญ่ให้อบอุ่นแล้วลับขอบฟ้าไป ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายข้าพระองค์ทราบดีแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงไม่เศร้าโศกในคราวที่ควรเศร้าโศก (พระราชาโพธิสัตว์ทรงแสดงธรรมแก่พระราชาโจรแล้วทรงติเตียนว่า)
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไม่ดี การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๙๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๑. มณิกุณฑลวรรค ๒. สุชาตชาดก (๓๕๒)
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ กษัตริย์ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงควรทำ ไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ควรตัดสิน ยศและเกียรติย่อมเจริญแด่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำมณิกุณฑลชาดกที่ ๑ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภอำมาตย์ชั่วผู้จัดประโยชน์ทั้งปวงในภายในพระราชวังของพระเจ้าโกศล จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ชินฺโน รฏฺฐสฺสมณิกุณฺฑเล จ ดังนี้.
เรื่องปัจจุบันได้ให้พิสดารไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.
ส่วนในชาดกนี้ พระโพธิสัตว์ได้เป็นพระเจ้าพาราณสี อำมาตย์ชั่วนำพระเจ้าโกศลมายึดเอากาสิกรัฐ จองจำพระเจ้าพาราณสีใส่ไว้ในเรือนจำ.
พระเจ้าพาราณสีทำฌานให้เกิดขึ้นแล้วนั่งขัดสมาธิในอากาศ ความเร่าร้อนเกิดขึ้นในร่างกายของราชาผู้เป็นโจร.
พระราชาโจรนั้นเข้าไปหาพระเจ้าพาราณสี แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
พระองค์ทรงละทิ้งแว่นแคว้น ม้ากุณฑล แก้วมณี อนึ่ง ยังทรงละทิ้งราชบุตรและเหล่าสนม เมื่อโภคสมบัติทั้งสิ้นของพระองค์ไม่มีเหลือเลย เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่ทรงเดือดร้อนในคราวเศร้าโศกเล่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชินฺโน รฏฺฐสฺสมณิกุณฺฑเล จ ความว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์ทรงละทิ้งแว่นแคว้น ม้า และกุณฑลแก้วมณีทั้งหลาย. บาลีว่า รถมณิกุณฺฑเล จ ดังนี้ก็มี. บทว่า อเสสเกสุ แปลว่า ไม่เหลือเลย.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถา ๒ คาถานี้ว่า :-
โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็มี บางทีสัตว์ก็ละทิ้งโภคสมบัติเหล่านั้นไปก่อนก็มี ดูก่อนพระองค์ผู้ใคร่ในกาม โภคสมบัติที่บริโภคกันอยู่เป็นของไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อนในคราวที่ควรเศร้าโศก.
พระจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวง และจะหายไป อนึ่ง พระอาทิตย์กำจัดความมืด ทำโลกให้เร่าร้อน แล้วอัสดงคตไป ฉันใด โภคสมบัติทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นและพินาศไป ฉันนั้นดูก่อนพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายหม่อมฉันชนะแล้ว เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เศร้าโศกในคราวที่ควรเศร้าโศก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุพฺเพว มจฺจํ ความว่า โภคะทั้งหลายย่อมละสัตว์ไปในเบื้องต้น คือก่อนทีเดียวบ้าง สัตว์ย่อมละโภคะเหล่านั้นไปก่อนกว่าบ้าง. พระโพธิสัตว์เรียกพระราชาที่เป็นโจรปล้นราชสมบัติ กามกามิ.
อธิบายว่า ดูก่อนพระองค์ผู้ใคร่กามทั้งหลาย ชื่อว่ากามกามิ ธรรมดาคนผู้มีโภคสมบัติเป็นผู้ไม่แน่นอนในโลก คือเมื่อโภคสมบัติทั้งหลายฉิบหายไปแล้ว ถึงจะมีชีวิตอยู่ก็เป็นผู้ไม่มีโภคสมบัติ หรือตนละทิ้งโภคสมบัติฉิบหายไปเอง เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เศร้าโศก แม้ในคราวเศร้าโศกของมหาชน.
พระโพธิสัตว์เรียกราชาโจรด้วยคำว่า ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายหม่อมฉันชนะแล้ว ดังนี้.
อธิบายว่า ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นศัตรู โลกธรรมทั้งหลายมีอาทิว่า มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ ดังนี้ หม่อมฉันชนะแล้ว เหมือนอย่างว่าพระจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวง และกลับสิ้นไป ฉันใด และเหมือนพระอาทิตย์ขจัดความมืดทำภูมิภาคของโลกอันใหญ่โตให้ร้อน แล้วกลับถึงการตั้งอยู่ไม่ได้ คืออัสดงคตไปไม่ปรากฎในตอนเย็น ฉันใดโภคสมบัติทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมเกิดขึ้นและย่อมฉิบหายไป จะประโยชน์อะไร ด้วยการเศร้าโศกในเรื่องนั้น เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เศร้าโศก.
พระมหาสัตว์แสดงธรรมแก่พระราชาผู้เป็นโจรอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะติเตียนพระราชาโจรนั้นนั่นแหละ จึงกล่าวว่า :-
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม เกียจคร้านไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวม ไม่ดี พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญแล้วกระทำ ไม่ดี การเป็นบัณฑิตขี้โกรธก็ไม่ดี.
ท่านผู้เป็นใหญ่ในทิศ กษัตริย์พึงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงกระทำ ยังมิได้ใคร่ครวญแล้วไม่ควรทำ ยศและเกียรติย่อมเจริญแก่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญแล้วทำ.
ก็คาถาทั้งสองนี้ ได้พรรณาให้พิสดารในหนหลังแล้วแล.
พระราชาโจรขอขมาพระโพธิสัตว์แล้ว มอบราชสมบัติให้ทรงรับไว้แล้ว เสด็จไปยังชนบทของพระองค์เอง
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
พระเจ้าโกศลในครั้งนั้น ได้เป็น พระอานนท์ ในบัดนี้
ส่วนพระเจ้าพาราณสีในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถามณิกุณฑลชาดกที่ ๑ -----------------------------------------------------