๑๐. ทุทททชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐ ทุทฺททชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. ทุทททชาดก ว่าด้วยคติของคนดีคนชั่ว
ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย ฯ
เมื่อสัตบุรุษทั้งหลาย ให้สิ่งของที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก อสัตบุรุษ ทั้งหลาย ย่อมทำตามไม่ได้ ธรรมของสัตบุรุษรู้ได้ยาก.
ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนาติ ฯ ทุทฺททชาตกํ ทสมํ ฯ กลฺยาณธมฺมวคฺโค ตติโย ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ สุสมญฺญ มิคาธิภู มาณวโก วาริพหุตรูปาทิจฺจุปฏฺฐานา สกฬาย สตินฺทุก ปงฺก ปุน สตธมฺม สุทุทฺททเกน ทส ฯ ---------
เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมมีสวรรค์เป็นที่ไป ณ เบื้องหน้า. จบ ทุทททชาดกที่ ๑๐. จบ กัลยาณธรรมวรรคที่ ๓. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กัลยาณธรรมชาดก ๒. ทัททรชาดก ๓. มักกฏชาดก ๔. ทุพภิยมักกฏชาดก ๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก ๖. กฬายมุฏฐิชาดก ๗. ตินทุกชาดก ๘. กัจฉปชาดก ๙. สตธรรมชาดก ๑๐. ทุทททชาดก. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. ทุทททชาดก (๑๘๐) ว่าด้วยสัตบุรุษให้ทานที่ให้ได้ยาก (ฤๅษีโพธิสัตว์กล่าวสรรเสริญทานที่ทายกถวายด้วยจิตเลื่อมใสมีผลมากแล้ว จึงอนุโมทนาว่า)
อสัตบุรุษทั้งหลายเมื่อจะให้ทานชื่อว่าให้ได้ยาก เมื่อจะกระทำกรรมก็ชื่อว่าทำได้ยาก ธรรมของสัตบุรุษทั้งหลายพวกอสัตบุรุษรู้ได้ยาก และพวกอสัตบุรุษก็ทำตามได้ยาก
เพราะฉะนั้น สัตบุรุษและอสัตบุรุษ จึงมีคติที่ไปจากโลกนี้ต่างกัน คือ พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมไปสู่สวรรค์ ทุทททชาดกที่ ๑๐ จบ กัลยาณวรรคที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ ดู ขุ.ชา. (แปล) ๒๘/๒๒๘๖-๒๒๘๗/๕๓๗
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๗๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๔. อสทิสวรรค ๒. สังคามาวจรชาดก (๑๘๒) รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กัลยาณธรรมชาดก ๒. ทัททรชาดก ๓. มักกฏชาดก ๔. ทุพภิยมักกฏชาดก ๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก ๖. กฬายมุฏฐิชาดก ๗. ตินทุกชาดก ๘. กัจฉปชาดก ๙. สตธัมมชาดก ๑๐. ทุทททชาดก
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภการถวายทานเป็นคณะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ทุทฺททํ ททมานานํ ดังนี้.
ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี บุตรกุฎุมพีสองสหาย ร่วมกันจัดแจงทานมีเครื่องบริขารครบ นิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ถวายมหาทานตลอด ๗ วัน ในวันที่ ๗ ได้ถวายบริขารทุกชนิด. ในคนเหล่านั้น คนที่เป็นหัวหน้าคณะ ถวายบังคมพระศาสดา นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง แล้วมอบถวายทานว่า ข้าแต่พระองค์ ในการถวายทานนี้มีทั้งผู้ถวายน้อย ขอการถวายนี้จงมีผลมากแก่ชนเหล่านั้นทั่วกันเถิด พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย พวกท่านถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แล้วมอบให้อย่างนี้ เป็นการทำที่ยิ่งใหญ่แล้ว แม้โบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ก็ถวายทานมอบให้อย่างนี้เหมือนกัน
เมื่อเขาทูลอาราธนา จึงทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ ณ กรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ แคว้นกาสี ครั้นเจริญวัยได้เรียนศิลปะทุกอย่าง สำเร็จแล้ว ละฆราวาส บวชเป็นฤๅษี เป็นครูประจำคณะอยู่ในหิมวันตประเทศเป็นเวลานาน เที่ยวจาริกไปยังชนบท เพื่อเสพของเค็มและของเปรี้ยว ได้ไปถึงกรุงพาราณสี พักอยู่ ณ พระราชอุทยาน รุ่งขึ้นจึงออกบิณฑบาตพร้อมด้วยบริษัทตามประตูบ้าน พวกมนุษย์พากันถวายภิกษา.
วันรุ่งขึ้นออกบิณฑบาต ณ กรุงพาราณสี พวกมนุษย์พากันรักใคร่ ครั้นถวายภิกษาแล้วจึงร่วมใจกันเป็นคณะเตรียมทาน ถวายมหาทานแก่คณะฤๅษี เมื่อเสร็จการถวาย ผู้เป็นหัวหน้าคณะกล่าวอย่างนี้แล้วถวายทานโดยทำนองนี้.
พระโพธิสัตว์กล่าวว่า พวกท่านทั้งหลาย เมื่อมีจิตเลื่อมใส ทานชื่อว่าเล็กน้อยไม่มี เมื่อจะทำอนุโมทนา ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
เมื่อสัตบุรุษทั้งหลายให้สิ่งที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก อสัตบุรุษทั้งหลายย่อมทำตามไม่ได้ ธรรมของสัตบุรุษรู้ได้ยาก.
เพราะเหตุนั้น คติจากโลกนี้ของสัตบุรุษ และอสัตบุรุษจึงต่างกัน อสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ทุทฺททํ ความว่า ชื่อว่าทานอันผู้มิใช่บัณฑิต ประกอบด้วยอำนาจโทสะ มีโลภเป็นต้น ไม่อาจให้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าว ทุทฺททํ ให้สิ่งที่ให้ได้ยาก.
บทว่า กุพฺพตํ ความว่า กรรมคือการให้นั้นก็เหมือนกัน ไม่สามารถทำได้.
บทว่า ทุกฺกรํ ได้แก่ ทำสิ่งที่ทำได้ยากนั้น.
บทว่า อสนฺโต ได้แก่ ชนผู้มิใช่บัณฑิต คือคนพาล.
บทว่า นานุกุพฺพนฺติ คือ ทำตามกรรมนั้นไม่ได้.
บทว่า สตํ ธมฺโม ได้แก่ สภาพธรรมของบัณฑิตทั้งหลาย นี้ท่านกล่าวหมายถึงการให้.
บทว่า ทุรนฺนโย ได้แก่ ยากที่จะรู้ด้วยความเกี่ยวพันถึงผล ยากที่จะแนะนำ คือยากที่จะรู้ตามได้ว่า สภาพอย่างนี้เป็นผลวิบากของทานชนิดนี้. อีกประการหนึ่ง บทว่า ทุรนฺนโย ได้แก่ ยากที่จะได้บรรลุ. อธิบายว่า ชนผู้มิใช่บัณฑิตไม่ให้ทานแล้ว ไม่สามารถจะได้ผลทาน.
บทว่า นานา โหติ อิโต คติ ได้แก่ การถือปฏิสนธินั้นของสัตว์ผู้เคลื่อนจากโลกนี้แล้วไปสู่ปรโลก ย่อมต่างๆ กัน.
บทว่า อสนฺโต นิรยํ อนฺติ ได้แก่ ชนที่ไม่ใช่บัณฑิต เป็นคนทุศีลไม่ให้ทาน ไม่รักษาศีล ย่อมไปสู่นรก.
บทว่า สนฺโต สคฺคปรายนา ความว่า ส่วนผู้เป็นบัณฑิต ให้ทานรักษาศีล กระทำอุโบสถ บำเพ็ญสุจริต ๓ ย่อมมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า คือย่อมเสวยสุขสมบัติอันยิ่งใหญ่.
พระโพธิสัตว์ ครั้นกระทำอนุโมทนาอย่างนี้แล้ว พักอยู่ ณ ที่นั้นตลอดฤดูฝน เมื่อพ้นฤดูฝนก็ไปป่าหิมพานต์ ยังฌานให้เกิด ไม่เสื่อมฌาน ก็ได้เข้าถึงพรหมโลก.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
หมู่ฤๅษีในครั้งนั้น ได้เป็นพุทธบริษัทในครั้งนี้
ส่วนครูประจำคณะ คือ เราตถาคต นี้แล.
จบอรรถกถาทุทททชาดกที่ ๑๐.
จบ กัลยาณธรรมวรรคที่ ๓.
-----------------------------------------------------
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กัลยาณธรรมชาดก ว่าด้วย ผู้มีกัลยาณธรรม
๒. ทัททรชาดก ว่าด้วย ราชสีห์กับสุนัขจิ้งจอก
๓. มักกฏชาดก ว่าด้วย ลิง
๔. ทุพภิยมักกฏชาดก ว่าด้วย การคบคนชั่ว
๕. อาทิจจุปัฏฐานชาดก ว่าด้วย ลิงไหว้พระอาทิตย์
๖. กฬายมุฏฐิชาดก ว่าด้วย โลภมาก
๗. ตินทุกชาดก ว่าด้วย อุบาย
๘. กัจฉปชาดก ว่าด้วย เต่า
๙. สตธรรมชาดก ว่าด้วย สตธรรมมาณพ
๑๐. ทุทททชาดก ว่าด้วย คติของคนดีคนชั่ว
-----------------------------------------------------