อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๓๗

๔. มณิโจรชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๗–๒๓๘2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔ มณิโจรชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. มณิโจรชาดก ว่าด้วยพระเจ้าอธรรมิกราช

ข้อ ๒๓๗

น สนฺติ เทวา ปวสนฺติ นูน น หิ นูน สนฺติ อิธ โลกปาลา สหสา กโรนฺตานมสญฺญตานํ น หิ นูน สนฺติ ปฏิเสธิตาโร ฯ

เทวดาทั้งหลาย (ผู้ดูแลรักษาชนผู้มีศีลและคอยกีดกันคนชั่ว) ย่อมไม่มี อยู่ในโลกเป็นแน่ หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น ย่อมพากันไปค้างแรม เสียเป็นแน่ อนึ่ง สมณพราหมณ์ทั้งหลายอันเขาสมมติว่า เป็นผู้รักษา โลก ไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อชนทุศีลทั้งหลายกระทำกรรมอันสาหัส บุคคลผู้ห้ามปรามไม่มีอยู่เป็นแน่?

ข้อ ๒๓๘

อกาเล วสฺสตี ตสฺส กาเล ตสฺส น วสฺสติ สคฺคา จ จวติ ฐานา นนุ โส ตาวตา หโตติ ฯ มณิโจรชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------

ในรัชสมัยของพระเจ้าอธรรมิกราช ฝนย่อมตกในเวลาอันไม่ควรจะตก ในเวลาที่ควรจะตกก็ไม่ตก พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมจุติจาก ฐานะคือสวรรค์ พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนั้น ใช่ว่าจะได้รับความ ยากเข็ญด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้นก็ไม่. จบ มณิโจรชาดกที่ ๔.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. มณิโจรชาดก (๑๙๔) ว่าด้วยพระเจ้าอธรรมิกราชลงโทษโจรลักแก้วมณี (นางสุชาดาเห็นคหบดีโพธิสัตว์ถูกเฆี่ยน รำลึกถึงคุณแห่งศีลของตนแล้ว จึงกล่าวว่า)

ข้อ ๘๗

เทวดาทั้งหลาย ไม่มีหรือไม่อยู่เป็นแน่ เมื่อมีกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น เทวดาทั้งหลายก็พากันไปค้างแรมเสียแน่ อนึ่ง ท่านผู้รักษาโลกก็ไม่มีอยู่ในโลกนี้แน่นอน เมื่อคนทุศีลทั้งหลายกระทำกรรมอันหยาบช้าอยู่ คนทั้งหลายผู้ห้ามปรามก็ไม่มีแน่นอน (ท้าวสักกะถวายโอวาทแก่พระราชาว่า)

ข้อ ๘๘

ในรัชสมัยของพระราชาผู้ไม่ทรงธรรม ในกาลไม่สมควรตก ฝนก็ตก ในกาลสมควรจะตก ฝนก็ไม่ตก พระราชาผู้ไม่ทรงธรรม จุติจากโลกสวรรค์ พระราชาพระองค์นั้นถูกทำลายแล้ว เพราะเหตุแห่งความชั่วมีประมาณเท่านี้แน่นอน มณิโจรชาดกที่ ๔ จบ @เชิงอรรถ : @ คำว่า เทวดาทั้งหลาย ในที่นี้ หมายถึงเทวดาผู้คอยดูแลคนมีศีล และห้ามปรามคนทำชั่ว@(ขุ.ชา.อ. ๓/๘๗/๑๖๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๘๗}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร ทรงปรารภพระเทวทัตผู้พยายามปลงพระชนม์ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า น สนฺติ เทวา ปวสนฺติ ดังนี้.

พระศาสดาทรงสดับว่า พระเทวทัตพยายามปลงพระชนม์ จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เทวทัตพยายามฆ่าเรา ใช่ว่าในครั้งนี้เท่านั้นก็หาไม่ แม้ครั้งก่อนก็พยายามฆ่าเราเหมือนกัน ถึงแม้พยายามก็ไม่สามารถฆ่าเราได้ แล้วทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลคหบดี ที่หมู่บ้านไม่ไกลจากกรุงพาราณสี. ครั้นเจริญวัย มารดาบิดาจึงได้นำกุลธิดามาจากกรุงพาราณสี นางเป็นที่รัก มีรูปสวย น่าดู ดุจเทพอัปสร ดุจบุบผลดา (ดอกไม้เถา) และดุจกินรีเยื้องกราย ปฏิบัติสามีดี ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตร มีชื่อว่าสุชาดา. การปฏิบัติสามีก็ดี การปฏิบัติแม่ผัวก็ดี การปฏิบัติพ่อผัวก็ดี หญิงนี้ทำจนเสร็จสิ้น ตลอดกาลเป็นนิจ นางจึงเป็นที่รัก เป็นที่โปรดปรานของพระโพธิสัตว์. ทั้งสองสามีภรรยามีใจชุ่มชื่น รักเดียวใจเดียว อยู่ร่วมกันด้วยความสมัครสมาน.

อยู่มาวันหนึ่ง นางสุชาดาบอกแก่พระโพธิสัตว์ว่า อยากจะไปเยี่ยมมารดาบิดา. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ดีละน้อง จงเตรียมเสบียงให้เพียงพอในการเดินทางให้ทอดของเคี้ยวต่างชนิด แล้วบรรทุกของเคี้ยวเป็นต้น ลงบนยานน้อย นั่งข้างหน้ายานขับไป ส่วนนางนั่งข้างหลัง ทั้งสองไปใกล้พระนคร จึงปลดยาน อาบน้ำบริโภคอาหาร. เสร็จแล้วพระโพธิสัตว์ก็เทียมยานนั่งไปข้างหน้า นางสุชาดาผลัดผ้าตกแต่งร่างกายนั่งอยู่ข้างหลัง.

ในเวลาที่ยานเข้าไปภายในพระนคร พระเจ้าพาราณสีประทับบนคอคชสารตัวประเสริฐ กระทำทักษิณพระนคร ได้เสด็จมาถึงที่นั้น. นางสุชาดาลงเดินด้วยเท้ามาข้างหลังยาน พระราชาทอดพระเนตรเห็นนาง ถูกรูปสมบัติของนางรัดรึงพระทัย มีจิตปฏิพัทธ์ ทรงส่งอำมาตย์คนหนึ่งไปด้วยพระดำรัสว่า ท่านจงไป จงรู้ว่า นางมีสามีหรือยังไม่มี. ครั้นอำมาตย์ไปก็รู้ว่า นางมีสามีแล้ว จึงกราบทูลพระราชาว่า ขอเดชะ นางมีสามีแล้วพระเจ้าข้า บุรุษที่นั่งอยู่บนยานเป็นสามีของนาง.

พระราชาไม่อาจทรงอดกลั้นความมีพระทัยปฏิพัทธ์ได้ ทรงเร่าร้อนไปด้วยกิเลส ทรงดำริว่า เราจักฆ่าเสียด้วยอุบายอย่างหนึ่ง แล้วยึดเอาหญิงนี้มา ทรงเรียกบุรุษคนหนึ่งมา แล้วตรัสว่า เจ้าจงไป จงเอาปิ่นมณีนี้ไป ทำเป็นคนเดินถนน ซุกซ่อนไว้ในยานของชายนี้แล้วกลับมา ทรงส่งปิ่นมณีให้ไป. เขาทูลรับพระดำรัส จึงถือเอาปิ่นมณีนั้นไปวางไว้ในยานแล้ว กลับมากราบทูลว่า เสร็จแล้ว พระเจ้าข้า.

พระราชาตรัสว่า ปิ่นมณีของเราหายไป. พวกมนุษย์ต่างพากันแตกตื่นเป็นโกลาหล. พระราชาตรัสว่า ท่านทั้งหลายจงปิดประตูทุกด้าน ตัดการสัญจรไปมาค้นหาโจร. พวกราชบุรุษได้ทำตามพระราชโองการ พระนครเกิดเกรียวกราวกันไปทั่ว. บุรุษคนหนึ่งพาพวกเจ้าหน้าที่ไปหาพระโพธิสัตว์ กล่าวว่า จงหยุดยานก่อนพ่อคุณ ปิ่นมณีของพระราชาหายไป เราจักตรวจยาน เมื่อตรวจยาน ยึดปิ่นมณีที่ตนซ่อนไว้ จับพระโพธิสัตว์โบยด้วยมือและเท้า กล่าวหาว่าเป็นโจรลักปิ่นมณี แล้วมัดแขนไพล่หลัง นำไปมอบแด่พระราชา กราบทูลว่า ชายผู้นี้เป็นโจรลักปิ่นมณี พระเจ้าข้า.

พระราชามีพระบัญชาว่า จงตัดศีรษะมันเสีย. พวกราชบุรุษเอาหวายเฆี่ยนพระโพธิสัตว์ยกละสี่ๆ นำออกจากพระนครทางประตูขวา แม้นางสุชาดาก็ทิ้งยานประคองแขนคร่ำครวญเดินรำพันตามไปข้างหลังว่า ข้าแต่สามี ท่านได้รับทุกข์นี้เพราะอาศัยข้าพเจ้า. พวกราชบุรุษให้พระโพธิสัตว์นอนหงายด้วยหมายใจว่า จักตัดศีรษะของพระโพธิสัตว์นั้น.

นางสุชาดาเห็นดังนั้น จึงรำลึกถึงคุณแห่งศีลของตน แล้วรำพันเป็นต้นว่า ชื่อว่าเทพเจ้าผู้สามารถห้ามเหล่ามนุษย์มีนิสัยชั่วช้าสาหัส ซึ่งเบียดเบียนผู้มีศีลทั้งหลายในโลกนี้ เห็นจะไม่มีแล้วหนอ จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-

เทพเจ้าทั้งหลาย ย่อมไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่ หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น ย่อมพากันไปค้างแรมเสียเป็นแน่ อนึ่ง สมณพราหมณ์ทั้งหลายอันเขาสมมติว่า เป็นผู้รักษาโลก ไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่ เมื่อชนทุศีลกระทำกรรมอันสาหัส บุคคลผู้ห้ามปรามไม่มีอยู่เป็นแน่.

ในบทเหล่านั้น บทว่า น สนฺติ เทวา ความว่า เทพเจ้าทั้งหลายผู้ดูแลผู้มีศีล และห้ามคนชั่วไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่.

บทว่า ปวสนฺติ นูน ความว่า หรือเมื่อกิจเห็นปานนี้เกิดขึ้น เทพเจ้าทั้งหลายก็พากันไปค้างแรมเสีย คือไปอยู่ที่อื่นหมดเป็นแน่.

บทว่า อิธ โลกปาลา ความว่า แม้สมณพราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล ผู้อนุเคราะห์ที่เขาสมมติว่าเป็นผู้รักษาโลก เห็นจะไม่มีอยู่ในโลกนี้เป็นแน่.

บทว่า สหสา กโรนฺตานํ อสญฺญตานํ ได้แก่ คนทุศีลผู้กระทำกรรมสาหัส คือกรรมหยาบช้า ไม่สอบสวนให้ถ่องแท้.

บทว่า ปฏิเสธตาโร คือ ผู้ห้ามว่า ท่านทั้งหลายอย่าทำกรรมเห็นปานนี้ จะทำดังนี้ไม่ได้ ดังนี้คงไม่มีเลย.

เมื่อนางผู้สมบูรณ์ด้วยศีลคร่ำครวญอยู่อย่างนี้ อาสนะที่ประทับนั่งของท้าวสักกเทวราชก็แสดงอาการร้อน ท้าวสักกะทรงรำพึงว่า ใครหนอหวังจะให้เราเคลื่อนจากตำแหน่งสักกะครั้นทรงทราบเหตุนี้ว่า พระราชาพาราณสีทรงทำกรรมหยาบยิ่งนัก ทำให้นางสุชาดาผู้สมบูรณ์ด้วยศีลลำบาก เราควรจะไปในบัดนี้ จึงเสด็จลงจากเทวโลก บันดาลให้พระราชาลามกซึ่งประทับนั่งบนหลังคชสาร เสด็จลงจากคชสาร ให้บรรทมหงายเหนือเขียงสัญญาณแล้วทรงอุ้มพระโพธิสัตว์ให้ทรงเครื่องอลังการพร้อมสรรพ ทรงเพศเป็นพระราชาประทับนั่งเหนือคอคชสาร. เพชฌฆาตผู้ยืนเงื้อขวานคอยจะตัดศีรษะ ก็ตัดเอาพระเศียรของพระราชา. ในเวลาตัดนั่นเอง จึงรู้ว่าเป็นพระเศียรของพระราชา.

ท้าวสักกเทวราชทรงแสดงพระกายให้ปรากฏ เข้าไปหาพระโพธิสัตว์ ทรงกระทำราชาภิเษกแก่พระราชา ทรงตั้งตำแหน่งอัครมเหสีแก่นางสุชาดา.

พวกอำมาตย์ พราหมณ์และคหบดีเป็นต้น เห็นท้าวสักกเทวราชแล้ว ต่างชื่นชมปรีดาว่า พระราชาผู้ปราศจากธรรมสิ้นพระชนม์แล้ว บัดนี้ พวกเราได้พระราชาผู้ทรงธรรม ซึ่งท้าวสักกะทรงประทาน. ท้าวสักกะประทับอยู่บนอากาศ ทรงตรัสแก่บริษัททั้งหลายว่า พวกท่านได้พระราชาองค์นี้ที่ท้าวสักกะให้แล้ว. มีเทวดำรัสต่อไปว่า ดูก่อนมหาราช ตั้งแต่นี้ไป ขอให้ท่านครองราชสมบัติโดยธรรมเถิด หากพระราชาไม่ประกอบด้วยธรรม ฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล ภัยสามอย่างเหล่านี้คือ ภัยเกิดจากความอดอยาก ๑ ภัยเกิดจากโรค ๑ ภัยเกิดจากศัตรู ๑ ก็จะบังเกิดขึ้น.

____________________________

[๒๓๘] อกาเล วสฺสตี ตสฺส กาเล ตสฺส น วสฺสติ

สคฺคา จ จวติ ฐานา นนุ โส ตาวตา หโตติ ฯ

[๒๓๘] ในรัชสมัยของพระเจ้าอธรรมิกราช ฝนย่อมตกในเวลาอันไม่ควรจะตก

ในเวลาที่ควรจะตกก็ไม่ตก พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมจุติจาก

ฐานะคือสวรรค์ พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนั้น ใช่ว่าจะได้รับความ

ยากเข็ญด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้นก็ไม่.

อกาเล วสฺสตี ตสฺส, กาเล ตสฺส น วสฺสติ,

สคฺคา จ จวติ ฐานา นนุ โส ตาวตา หโตติ ฯ

____________________________

เมื่อจะถวายโอวาท จึงตรัสคาถาที่ ๒ ว่า :-

ในรัชสมัยของพระเจ้าอธรรมิกราช ฝนย่อมตกในเวลาอันไม่ควรตก ในเวลาที่ควรตกก็ไม่ตก พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนั้น ใช่ว่าจะได้รับความยากเข็ญด้วยเหตุมีประมาณเท่านั้น ก็หามิได้.

ในบทเหล่านั้น บทว่า อกาเล ความว่า ในรัชสมัยของพระเจ้าอธรรมิกราช ฝนย่อมตกในกาลอันไม่ควร คือในเวลาข้าวสุกแล้วบ้าง ในเวลาเกี่ยวบ้าง ในเวลานวดเป็นต้นบ้าง.

บทว่า กาเล ความว่า แต่ไม่ตก ในเวลาประกอบการงานและขวนขวายในการงาน ในเวลาหว่าน ในเวลาข้าวกล้าข้าวอ่อน ในเวลาข้าวตั้งท้อง.

บทว่า สคฺคา จ จวติ ฐานา ความว่า เคลื่อนจากฐานะอันได้แก่สวรรค์ คือจากเทวโลก.

จริงอยู่ พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมชื่อว่าเคลื่อนจากเทวโลก เพราะไม่ได้ลาภ หรือเมื่อครองราชสมบัติอยู่บนสวรรค์ ก็ชื่อว่าเคลื่อนจากสวรรค์นั้น.

บทว่า นนุ โส ตาวตา หโต ความว่า พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนั้น จะถูกกำจัดด้วยเหตุเพียงนี้เป็นแท้. อีกอย่างหนึ่ง จักเดือดร้อนในมหานรกแปดขุม และในอุสสทนรกสิบหกขุม นี้เป็นอธิบายในบทนี้.

ท้าวสักกะประทานโอวาทแก่มหาชนอย่างนี้แล้ว ได้เสด็จกลับไปยังเทวสถานของพระองค์ แม้พระโพธิสัตว์ก็ครองราชสมบัติโดยธรรม ทรงบำเพ็ญทางไปสวรรค์ให้บริบูรณ์.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.

พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมในครั้งนั้น ได้เป็น เทวทัต ในครั้งนี้

ท้าวสักกะได้เป็น อนุรุทธ

นางสุชาดาได้เป็น มารดาราหุล

ส่วนพระราชาที่ท้าวสักกะประทาน คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถามณิโจรชาดกที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา