อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๓๑๐

๑๒. ทัททรชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๑๐–๑๓๑๘9 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๒ ททฺทรชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๒. ทัททรชาดก คนอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่น

ข้อ ๑๓๑๐

โย เต ปุตฺตเก อกฺขาทิ ทินฺนภตฺโต อทูสเก ตสฺมึ ทาฐา นิปาเตหิ มา เต มุญฺจิตฺถ ชีวโก ฯ

ผู้ใดเจ้าให้ข้าวหุงกิน กลับกินลูกทั้งสองของเจ้าซึ่งมิได้มีความผิดเลย เจ้าจงวางเขี้ยวลงบนผู้นั้น อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย.

ข้อ ๑๓๑๑

อากิณฺณลุทฺโท ปุริโส ธาติโจลํว มกฺขิโต ปเทสํ ตํ น ปสฺสามิ ยตฺถ ทาฐา นิปาตเย ฯ

บุรุษผู้มีความหยาบช้าร้ายแรง ผู้ลบหลู่ชิ้นผ้าที่ตนนุ่งอยู่ ฉันไม่ขอเห็น มันเลย ฉันจะวางเขี้ยวลงในบุรุษใดเล่า?

ข้อ ๑๓๑๒

อกตญฺญุสฺส โปสสฺส นิจฺจํ วิวรทสฺสิโน สพฺพญฺเจ ปฐวึ ทชฺชา เนว นํ อภิราธเย ฯ

อันบุรุษผู้อกตัญญู มักคอยแสวงหาโอกาสอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะพึงให้แผ่น ดินทั้งปวง ก็ไม่พึงทำให้บุรุษนั้นชื่นชมยินดีได้เลย.

ข้อ ๑๓๑๓

กินฺนุ สุพาหุ ตรมานรูโป ปจฺจาคโตสิ สห มาณเวน กึ กิจฺจมตฺถํ อิธมตฺถิ ตุยฺหํ อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ ฯ

ดูกรเสือโคร่งชื่อสุพาหุ เพราะเหตุไรหนอท่านจึงรีบด่วนกลับมาพร้อมกับ มาณพ กิจที่เป็นประโยชน์อะไรของท่านมีอยู่ในที่นี้ เราขอถามท่านถึง กิจอันเป็นประโยชน์นั้น ท่านจงบอกแก่เรา?

ข้อ ๑๓๑๔

โย เต สขา ททฺทโร สาธุรูโป ตสฺส วธํ ปริสงฺกามิ อชฺช ปุริสสฺส กมฺมายตนานิ สุตฺวา นาหํ สุขึ ททฺทรํ อชฺช มญฺเญ ฯ

นกกระทาผู้มีรูปงามตัวใด ซึ่งเป็นสหายของท่าน เราสงสัยว่านกกระทา ตัวนั้นจะถูกฆ่าเสียแล้วในวันนี้ เราได้ฟังเหตุอันเกี่ยวเนื่องด้วยการ กระทำของบุรุษนั้น จึงมิได้สำคัญว่านกกระทาตัวนั้นจะอยู่เป็นสุขในวันนี้.

ข้อ ๑๓๑๕

กานิสฺส กมฺมายตนานิ อสฺสุ ปุริสสฺส วุตฺติสโมธานตาย กํ วา ปฏิญฺญํ ปุริสสฺส สุตฺวา ปริสงฺกสิ ททฺทรํ มาณเวน ฯ

ท่านได้ฟังเหตุอะไรอันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ ในความ ประพฤติเลี้ยงชีพของบุรุษนี้ หรือท่านได้ฟังคำปฏิญาณอะไรของบุรุษนี้ จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกมาณพนี้ ฆ่าเสียแล้ว

ข้อ ๑๓๑๖

จิณฺณา กลิงฺคา จริตา วณิชฺชา เวตฺตาจาโร สงฺกุปโถปิ จิณฺโณ นเฏหิ จิณฺณํ สห วากุเรหิ ทณฺเฑน ยุทฺธมฺปิ สมชฺชมชฺเฌ ฯ

การค้าขายอันเป็นของชาวเมืองกลิงครัฐ บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติมาแล้ว แม้ หนทางที่มีหลักตอ บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติท่องเที่ยวไปด้วยการรับจ้าง การ ฟ้อนรำขับร้องร่วมกับคนฟ้อนทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติมา ถึงการ รบกันด้วยท่อนไม้ในท่ามกลางมหรสพ บุรุษนี้นี้ก็ได้เคยรบมาแล้ว.

ข้อ ๑๓๑๗

พนฺธา กุลิกา มิตมาฬฺหเกน อกฺขา ชิตา สญฺญโม อพฺภตีโต อปฺปหิตํ ปุปฺผกํ อฑฺฒรตฺตํ หตฺถา อฑฺฒา ปิณฺฑปฏิคฺคเหน ฯ

นกทั้งหลายบุรุษนี้ก็ได้ดักมาแล้ว การตวงข้าวเปลือกด้วยเครื่องตวง บุรุษ นี้ก็ได้ตวงมาแล้ว สกาบุรุษนี้ก็ได้ชนะมาแล้ว ความสำรวมระวังบุรุษนี้ ก็ก้าวล่วงเสีย เลือดที่ไหลออกมาตั้งครึ่งคืนบุรุษนี้ก็คัดให้หยุดได้ มือ ทั้งสองของบุรุษนี้มีความร้อนในเวลารับก้อนข้าว.

ข้อ ๑๓๑๘

ตานิสฺส กมฺมายตนานิ อสฺสุ ปุริสสฺส วุตฺติสโมธานตาย ยถา อยํ ทิสฺสติ โลมปิณฺโฑ คาโว หตา กึ ปน ททฺทรสฺสาติ ฯ ททฺทรชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ วรคิชฺฌ สมชฺชนํ หํสวโร นิธิสวฺหย หาริต ปาตลิโก อชรามร ธงฺก ติติกฺข กุโต อถ ทฺวาทส เปกฺขน ททฺทริภิ ฯ นวกนิปาตํ นิฏฺฐิตํ ฯ ---------

เราได้ฟังเหตุทั้งหลาย อันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ ในความ ประพฤติเลี้ยงชีวิตของบุรุษนี้มาดังนี้ว่า กลุ่มขนนกกระทาก็ยังปรากฏอยู่ บนชฎาของบุรุษนี้ วัวทั้งหลายบุรุษนี้ก็ได้ฆ่ากินแล้ว ไฉนจะไม่ฆ่านก กระทากินเล่า. จบ ทัททรชาดกที่ ๑๒. ----------------------------------------------------- รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. คิชฌชาดก ๒. โกสัมพิยชาดก ๓. มหาสุวราชชาดก ๔. จุลลสุวกราชชาดก ๕. หริตจชาดก ๖. ปทกุสลมาณวชาดก ๗. โลมสกัสสปชาดก ๘. จักกวากชาดก ๙. หลิททราคชาดก ๑๐. สมุคคชาดก ๑๑. ปูติมังสชาดก ๑๒. ทัททรชาดก. จบ นวกนิบาตชาดก. -----------------------------------------------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๒. ทัททรชาดก (๔๓๘) ว่าด้วยนกกระทา (รุกขเทวดากล่าวกับเหี้ยว่า)

ข้อ ๑๐๕

คนที่เจ้าให้ข้าวหุงกินนั้นแหละ ได้กินลูกน้อยทั้งหลายของเจ้าซึ่งไม่มีความผิด เจ้าจงกัดมันให้จมเขี้ยว อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ (แม่เหี้ยกล่าวว่า)

ข้อ ๑๐๖

คนที่ทำงานหยาบช้ามากเป็นคนแปดเปื้อน เหมือนผ้านุ่งของหญิงเลี้ยงเด็ก ข้าพเจ้ายังมองไม่เห็นส่วนที่จะกัดมันให้จมเขี้ยวเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๑๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๙. นวกนิบาต] ๑๒. ทัททรชาดก (๔๓๘)

ข้อ ๑๐๗

คนอกตัญญู คอยจับผิดอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ทำให้เขาพึงพอใจไม่ได้ (พญาราชสีห์ถามพญาเสือโคร่งว่า)

ข้อ ๑๐๘

นี่พ่อสุพาหุ ทำไมหนอ ท่านจึงด่วนกลับมาพร้อมกับมาณพ ท่านมีกิจสำคัญในที่นี้หรือ เราถามแล้ว ท่านจงบอกเรื่องนั้น (พญาเสือโคร่งตอบว่า)

ข้อ ๑๐๙

วันนี้ เราสงสัยการฆ่านกกระทา เพื่อนของท่านซึ่งเป็นสัตว์ดี เราได้ฟังหน้าที่การงานของชายผู้นี้ จึงไม่แน่ใจว่านกกระทาจะมีความสุขในวันนี้ (พญาราชสีห์ถามว่า)

ข้อ ๑๑๐

โดยการประมวลความประพฤติของชายคนนี้ ชายคนนี้มีหน้าที่การงานอะไร หรือการยอมรับอะไรของชายคนนี้ที่ท่านฟังมา จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกชายคนนี้ฆ่า (พญาเสือโคร่งตอบว่า)

ข้อ ๑๑๑

การค้าขายตามแบบแผนของชาวเมืองกาลิงคะ ชายคนนี้ก็ได้ดำเนินมาแล้ว หนทางที่ใช้ตอกทอยสัญจรด้วยหวาย คนผู้นี้ก็ผ่านมาแล้ว แม้การรบด้วยกระบองพร้อมทั้งบ่วงบาศกลางโรงมหรสพ ชายคนนี้ก็ได้แสดงมาแล้วกับนักฟ้อนทั้งหลาย @เชิงอรรถ : @ ทัททระ แปลว่า นกกระทา (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๐๙/๔๑๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๑๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๙. นวกนิบาต] รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้

ข้อ ๑๑๒

นกทั้งหลายเขาก็จับมาแล้ว งานตวงข้าวเขาก็ทำมาแล้ว การพนันเขาก็ชนะมาแล้ว เขาละเมิดการสำรวมศีล เลือดที่ออกตั้งครึ่งคืนเขาก็คัดให้หยุดได้ มือถูกไฟไหม้เพราะการรับก้อนข้าวที่ร้อน

ข้อ ๑๑๓

โดยประมวลความประพฤติของชายคนนี้แล้ว หน้าที่การงานเหล่านั้นเป็นของเขา ที่เราฟังมา ดังจะเห็นได้ ขนนกกระทากระจุกนี้ยังปรากฏอยู่ โคทั้งหลายเขายังฆ่าได้ ทำไมนกกระทาเขาจะฆ่าไม่ได้เล่า ทัททรชาดกที่ ๑๒ จบ รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้ คือ ๑. คิชฌชาดก ๒. โกสัมพิยชาดก ๓. มหาสุวราชชาดก ๔. จูฬสุวกราชชาดก ๕. หริตจชาดก ๖. ปทกุสลมาณวชาดก ๗. โลมสกัสสปชาดก ๘. จักกวากชาดก ๙. หลิททราคชาดก ๑๐. สมุคคชาดก ๑๑. ปูติมังสชาดก ๑๒. ทัททรชาดก นวกนิบาต จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๐}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ ภูเขาคิชฌกูฏ ทรงปรารภการที่พระเทวทัตพยายามจะปลงพระชนม์พระองค์ จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า โย เต ปุตฺตเก ดังนี้.

ความย่อมีว่า สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในธรรมสภาว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระเทวทัตไม่มีความละอาย ไม่ใช่คนดี คบกับพระเจ้าอชาตศัตรู ทำอุบายเพื่อปลงพระชนม์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงพระคุณสูงสุด โดยวิธีประกอบนายขมังธนู กลิ้งก้อนศิลา และปล่อยช้างนาฬาคิรี.

พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งสนทนากันถึงเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นที่พระเทวทัตพยายามฆ่าเรา แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็ได้พยายามฆ่าเราเหมือนกัน ดังนี้

แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี

อาจารย์ทิศาปาโมกข์คนหนึ่งสอนศิลปะแก่มาณพห้าร้อยคนในพระนครพาราณสี วันหนึ่งคิดว่า เราอยู่ในที่นี้มีความกังวล แม้มาณพทั้งหลายก็จะไม่สำเร็จการศึกษา เราจะเข้าป่าเขตถิ่นหิมพานต์ อยู่ในที่นั้นบอกศิลปะ. อาจารย์ทิศาปาโมกข์นั้นบอกแก่พวกมาณพ แล้วให้ขนงา ข้าวสาร น้ำมันและผ้าเป็นต้น เข้าป่าให้สร้างบรรณศาลาอยู่ในที่ไม่ไกลจากหนทางแม้พวกมาณพก็สร้างบรรณศาลาของตนๆ พวกญาติของมาณพทั้งหลายต่างก็ส่งน้ำมันและข้าวสารเป็นต้น.

แม้ชาวแว่นแคว้นก็พูดว่า ได้ยินว่า อาจารย์ทิศาปาโมกข์อยู่ในป่าแห่งโน้นให้มาณพเรียนศิลปะ ดังนี้ ต่างก็นำข้าวสารเป็นต้นไปให้ แม้ผู้ที่เดินทางกันดารก็นำไปให้ บุรุษคนหนึ่งได้ให้แม่โคนมพร้อมด้วยลูกโค เพื่อประโยชน์ที่อาจารย์ทิศาปาโมกข์จะได้ดื่มน้ำนม.

ณ ที่ใกล้บรรณศาลาของอาจารย์ มีเหี้ยตัวหนึ่งอยู่กับลูกอ่อนสองตัว แม้ราชสีห์และเสือโคร่งก็มาสู่ที่บำรุงอาจารย์นั้น นกกระทาตัวหนึ่งได้มาอยู่ ณ ที่นั้นเป็นประจำ นกกระทาตัวนั้นได้ยินเสียงอาจารย์กำลังบอกมนต์แก่มาณพทั้งหลาย จึงเรียนเวทย์ได้ทั้งสาม มาณพทั้งหลายก็ได้คุ้นเคยกับนกกระทานั้น.

ต่อมา เมื่อมาณพทั้งหลายยังไม่ทันสำเร็จการศึกษา อาจารย์ได้ทำกาละเสียแล้ว พวกมาณพช่วยกันเผาศพอาจารย์แล้ว ก่อพระสถูปด้วยทราย เอาดอกไม้ต่างๆ มาบูชาแล้ว ร้องไห้คร่ำครวญอยู่.

ลำดับนั้น นกกระทาถามมาณพเหล่านั้นว่า พวกท่านร้องไห้ทำไม? พวกมาณพกล่าวว่า พวกเรายังไม่สำเร็จการศึกษา อาจารย์ก็มาตายเสีย ฉะนั้น พวกเราจึงร้องไห้.

นกกระทากล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นพวกท่านอย่าเสียใจเลย เราจะบอกศิลปะแก่พวกท่าน. มาณพทั้งหลายถามว่า ท่านรู้ได้อย่างไร?

นกกระทาตอบว่า เมื่ออาจารย์กำลังบอกแก่พวกท่าน เราได้ฟังแล้ว ได้ทำไตรเพทให้คล่องแคล่ว. มาณพทั้งหลายกล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น ท่านจงให้พวกเรารู้ความที่ตนเป็นผู้คล่องแคล่วเถิด.

นกกระทากล่าวว่า ถ้าเช่นนั้น พวกท่านคอยฟัง แล้วได้สวดไตรเพทที่มาณพเหล่านั้นฟั่นเฝือ ประดุจจะบินถลามาจากยอดภูเขาลงสู่แม่น้ำฉะนั้น.

มาณพทั้งหลายต่างก็ร่าเริงยินดี เริ่มเรียนศิลปะในสำนักนกกระทาผู้เป็นบัณฑิต แม้นกกระทาก็ได้ดำรงอยู่ในตำแหน่งอาจารย์ทิศาปาโมกข์ บอกศิลปะแก่มาณพเหล่านั้น. พวกมาณพได้กระทำกรงทองแก่นกกระทา ดาษเพดานเบื้องบน นำน้ำผึ้งและข้าวตอกเป็นต้นใส่จานทองให้นกกระทา บูชาด้วยดอกไม้นานาชนิด กระทำสักการะเป็นการใหญ่.

ข่าวนกกระทาบอกมนต์แก่มาณพห้าร้อยในป่า ได้แพร่สะพัดไปทั่วชมพูทวีป.

ครั้งนั้น ประชาชนในชมพูทวีปได้ป่าวร้องกันเล่นมหรสพเป็นการใหญ่ เหมือนมหรสพที่เล่นบนยอดภูเขา มารดาบิดาของมาณพทั้งหลายได้ส่งข่าวไปถึงบุตรว่า จงมาดูงานมหรสพ มาณพทั้งหลายบอกลานกกระทาแล้ว ช่วยกันปิดบังนกกระทาผู้เป็นบัณฑิต เหี้ยและสัตว์ทั้งหมดตลอดจนอาศรมไม่ให้ใครรู้เห็น แล้วไปสู่เมืองของตนๆ.

ในกาลนั้น ดาบสชั่วร้ายไม่มีความกรุณาคนหนึ่ง ท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ มาถึงที่นั้น เหี้ยเห็นดาบสนั้นก็กระทำการต้อนรับ กล่าวว่า ข้าวสารมีอยู่ที่โน้น น้ำมันเป็นต้นอยู่ที่โน้น ท่านจงหุงภัตรฉันเถิด ดังนี้แล้ว ก็ไปเพื่อหาอาหาร.

ดาบสหุงภัตรแต่เช้าทีเดียว ฆ่าลูกเหี้ยสองตัวทำเป็นกับข้าวบริโภค ตอนกลางวันฆ่านกกระทาผู้เป็นบัณฑิตและลูกโคกิน ตอนเย็นเห็นแม่โคเดินมาก็ฆ่าแม่โคนั้นเสีย กินเนื้อแล้วไปนอนหลับ กรนอยู่ที่โคนต้นไม้.

เหี้ยมาในเวลาเย็นไม่เห็นลูกน้อยทั้งสอง ก็เที่ยววิ่งหาอยู่.

รุกขเทวดาแลดูเหี้ยผู้ไม่พบลูกน้อย มีกายหวั่นไหวอยู่ จึงแสดงกายให้ปรากฏที่โพรงไม้ด้วยทิพยานุภาพ แล้วกล่าวว่า แน่ะเหี้ย เจ้าอย่าหวั่นไหวไปเลย ลูกน้อยของเจ้า นกกระทา ลูกโคและแม่โค ถูกคนชั่วนี้ฆ่าแล้ว เจ้าจงกัดคอมันให้ตาย ดังนี้แล้ว

กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

ผู้ใด เจ้าให้ข้าวมันหุงกิน มันเลยกินลูกทั้งสองของเจ้าผู้ไม่มีความผิด เจ้าจงวางเขี้ยวลงบนผู้นั้น อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่ต่อไปเลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทินฺนภตฺโต คือผู้ที่เจ้าให้ภัตรด้วยกล่าวว่า ท่านจงหุงภัตรฉันเถิด ดังนี้.

บทว่า อทูสเก ได้แก่ ผู้ไม่มีโทษ คือปราศจากความผิด.

บทว่า ตสฺมึ ทาเฐ อธิบายว่า เจ้าจงวางเขี้ยวทั้งสี่ลงบนคนชั่ว.

บทว่า มา เต มุญฺจิตฺถ ชีวเต ความว่า ท่านอย่าปล่อยคนใจชั่วนั้นพ้นไปจากเงื้อมมือให้มันเป็นอยู่ คือให้มีชีวิตอยู่ต่อไปเลย. อธิบายว่า มันจงอย่าได้พ้น ท่านจงให้มันถึงความสิ้นชีวิตไปเสีย.

ลำดับนั้น เหี้ยได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-

บุรุษผู้เกลือกกลั้วด้วยความหยาบ ผู้ลบหลู่ท่อนผ้าที่ตนนุ่งอยู่ เราไม่ขอเห็นมันเลย เราจะพึงให้เขี้ยวตกไปในบุรุษไรเล่า?

อันคนอกตัญญู มักคอยหาโอกาสอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะให้สมบัติทั้งแผ่นดิน ก็ไม่พึงทำให้มันชื่นชมยินดีได้เลย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อากิณฺณลุทฺโธ ได้แก่ ผู้มีความหยาบช้าร้ายแรง.

บทว่า วิวรทสฺสิโน ได้แก่ ผู้แสวงหาช่อง คือโทษ.

ด้วยบทว่า เนว นํ อภิราธเย เหี้ยแสดงไว้ว่า ถึงจะให้สมบัติทั้งแผ่นดินก็ไม่สามารถจะให้บุคคลเห็นปานนี้ ยินดีได้เลย จะป่วยกล่าวไปใยถึงเราที่ให้เพียงภัตตาหาร.

เหี้ยกล่าวอย่างนี้แล้ว คิดว่า บุรุษนี้ตื่นขึ้นคงกินเรา เมื่อจะรักษาชีวิตของตน จึงได้หนีไป แม้ราชสีห์และเสือโคร่งก็เป็นเพื่อนของนกกระทา บางครั้งสัตว์เหล่านั้นก็พากันมาเยี่ยมนกกระทา บางครั้งนกกระทานั้นก็ไปแสดงธรรมแก่สัตว์ทั้งสองแล้วกลับมา.

ก็ในวันนั้น ราชสีห์กล่าวกะเสือโคร่งว่า แน่ะเพื่อน เราไม่ได้ไปเยี่ยมนกกระทานาน ถึงวันนี้ก็เจ็ดแปดวันแล้ว ท่านจงไปฟังข่าวของนกกระทานั้นก่อนแล้วจงมา. เสือโคร่งรับคำว่า ดีแล้ว ไปถึงที่นั้นในเวลาที่เหี้ยหนีไปแล้ว เห็นบุรุษชั่วนั้นหลับอยู่ ขนของนกกระทาผู้เป็นบัณฑิตยังติดอยู่ในระหว่างชฎาของบุรุษนั้นกระดูกแม่โคและลูกโคก็ยังปรากฏอยู่ พระยาเสือโคร่งเห็นเหตุการณ์นั้นทั้งหมด ไม่เห็นนกกระทาบัณฑิตในกรงทองคิดว่า บุรุษชั่วนี้คงฆ่าสัตว์เหล่านั้น จึงได้ถีบบุรุษชั่วนั้นให้ลุกขึ้น. ดาบสชั่วเห็นดังนั้นแล้ว มีความสะดุ้งกลัวเป็นอย่างยิ่ง.

ลำดับนั้น เสือโคร่งถามดาบสชั่วนั้นว่า ท่านฆ่าสัตว์เหล่านี้กินหรือ? เมื่อได้รับคำตอบว่า เราไม่ได้ฆ่า เราไม่ได้เคี้ยวกิน ดังนี้ จึงกล่าวว่า แน่ะคนลามก เมื่อท่านไม่ฆ่า คนอื่นใครเล่าจักฆ่า จงบอกมาเถิด เมื่อไม่บอก ท่านต้องตาย.

ดาบสนั้นกลัวมรณภัย จึงกล่าวว่า ถูกแล้วนาย เราฆ่าลูกเหี้ย ลูกโคและแม่โคกินแล้ว แต่ไม่ได้ฆ่านกกระทา.

ถึงดาบสนั้นจะพูดอยู่มากมาย เสือโคร่งก็ไม่เชื่อ จึงถามว่า ท่านมาแต่ไหน?

เมื่อดาบสนั้นบอกกรรมที่ตนทำทั้งหมดว่า ข้าแต่นาย ฉันนำสินค้าของพวกพ่อค้าชาวกลิงครัฐไป ทำงานอย่างนี้บ้างอย่างนั้นบ้างเพื่อเลี้ยงชีพ บัดนี้มาถึงที่นี้ ดังนี้

จึงกล่าวว่า คนลามก เมื่อท่านไม่ฆ่านกกระทา คนอื่นใครเล่าจักฆ่า มาเถิด เราจักนำท่านไปสู่สำนักของราชสีห์ผู้เป็นพระยาเนื้อ แล้วให้ดาบสนั้นเดินหน้า เดินไปพลางขู่ไปพลาง.

พระยาราชสีห์เห็นพระยาเสือโคร่งนำดาบสนั้นมา

เมื่อจะถามพระยาเสือโคร่ง ได้กล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :-

ดูก่อนเสือโคร่ง ชื่อว่าสุพาหุ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงรีบด่วนกลับมาพร้อมกับมาณพ กิจที่เป็นประโยชน์ของท่านมีอยู่ในที่นี้หรือ เราขอถามถึงกิจอันเป็นประโยชน์นั้น ขอท่านจงบอกแก่เรา?

ในคาถานั้น พระยาราชสีห์ทักทายพระยาเสือโคร่ง โดยชื่อว่า ดูก่อนเสือโคร่ง ชื่อว่าสุพาหุ เพราะกายส่วนข้างหน้าของพระยาเสือโคร่งเป็นที่พอใจ ฉะนั้น พระยาราชสีห์จึงกล่าวอย่างนั้นกะพระยาเสือโคร่งนั้น.

บทว่า กึ กิจฺจมตฺถํ อิธมตฺถิ ตุยฺหํ ความว่า กรณียกิจที่ประกอบด้วยประโยชน์มีอยู่กับมาณพนี้ ในที่นี้หรือ? ปาฐะว่า ตุยฺหํ กึ กิจฺจมตฺถํ เนื้อความก็อย่างนี้เหมือนกัน.

พระยาเสือโคร่งได้ฟังดังนั้น ได้กล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :-

นกกระทาใด ผู้มีรูปงาม ซึ่งเป็นสหายของท่าน เราสงสัยว่า นกกระทานั้นจะถูกฆ่าเสียแล้วในวันนี้ เราได้ฟังเหตุทั้งหลายที่ต่อเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ จึงมิได้สำคัญว่า นกกระทาจะมีความสุขในวันนี้.

นกกระทาชื่อว่า ททฺทโร ในคาถานั้น.

บทว่า ตสฺส วธํ ความว่า เราสงสัยว่า นกกระทาผู้เป็นบัณฑิตนั้นจะถูกบุรุษนี้ฆ่าในวันนี้.

บทว่า นาหํ สุขึ ความว่า เรามิได้สำคัญว่า นกกระทาจะมีความสุข คือไม่มีโรค ในวันนี้.

พระยาราชสีห์ เมื่อจะถามพระยาเสือโคร่ง ได้กล่าวคาถาที่ ๖ ว่า :-

ในการดำรงชีพของบุรุษนี้ ท่านได้ฟังเหตุการณ์อะไรที่ต่อเนื่องด้วยการกระทำของเขา หรือท่านได้ฟังคำปฏิญาณอะไรของบุรุษนี้? จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกมาณพนี้ฆ่าเสียแล้ว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสฺสุ เท่ากับ อสฺโสสิ แปลว่า ได้ฟังแล้ว.

บทว่า วุตฺติสโมธานตาย คือในความประพฤติเลี้ยงชีพ. อธิบายว่า บุรุษนี้ได้บอกการงานอะไรของตนแก่ท่าน.

บทว่า มาณเวน ความว่า ท่านได้ฟังคำปฏิญาณอะไร จึงสงสัยว่า นกกระทาถูกมาณพนี้ฆ่าเสียแล้ว.

ลำดับนั้น พระยาเสือโคร่ง เมื่อจะกล่าวแก่พระยาราชสีห์

ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :-

การค้าขายอันเป็นของชาวกลิงครัฐ บุรุษนี้ก็ได้สั่งสมประพฤติมาแล้ว แม้หนทางที่มีหลักตอควรรังเกียจ บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติเที่ยวไปด้วยการรับจ้าง การฟ้อนรำขับร้องกับคนฟ้อนทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ประพฤติมา ถึงการรบกันด้วยท่อนไม้ในท่ามกลางมหรสพ บุรุษนี้ก็ได้เคยประพฤติมา.

นกทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ดักมาแล้ว การตวงข้าวเปลือกด้วยเครื่องตวง บุรุษนี้ก็ได้ตวงมาแล้ว การเล่นสกา บุรุษนี้ก็ได้ตั้งให้นักเลงสกาเล่นกัน ความสำรวมระวัง บุรุษนี้ก็ก้าวล่วงเสีย เลือดที่ไหลออกมาตั้งครึ่งคืน บุรุษนี้ก็คัดให้หยุดได้ มือทั้งสองของบุรุษนี้มีความร้อนในเวลารับก้อนข้าว.

เราได้ฟังเหตุทั้งหลาย อันเกี่ยวเนื่องด้วยการกระทำของบุรุษนี้ ในการดำรงชีพของบุรุษนี้ ดังนี้ กลุ่มขนนกกระทายังปรากฏอยู่ที่ชฎาของบุรุษนี้ วัวทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ฆ่ากินแล้ว ไฉนจะไม่ฆ่านกกระทากินเล่า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จิณฺณา กลิงฺคา ความว่า ได้ยินว่า แม้การค้าขายในกลิงครัฐ เขาผู้ขนสินค้าของพวกพ่อค้าไปอยู่ ได้สั่งสมประพฤติมาแล้ว คือกระทำมาแล้ว.

บทว่า เวตฺตาจโร คือ พึงเที่ยวไปด้วยการรับจ้าง.

บทว่า สงฺกุปโถปิ จิณฺโณ คือ แม้หนทางที่มีหลักตอ เขาก็ได้ใช้มาแล้ว.

บทว่า นเฏหิ คือ ร่วมกับคนฟ้อนทั้งหลายเพื่อเลี้ยงชีพ.

บทว่า จิณฺณํ สห วากุเรหิ ความว่า การขับร้องกับนักขับร้องทั้งหลาย อันเขาผู้นำพวกนักขับร้องไปอยู่ ได้ประพฤติมาแล้ว.

บทว่า ทณฺเฑน ยุทฺธํ ความว่า ได้ยินว่า ถึงการรบกันด้วยท่อนไม้เขาก็เคยรบมาแล้ว.

บทว่า พนฺธา กุลิกา ความว่า ได้ยินว่า แม้นกทั้งหลาย เขาก็เคยดักมาแล้ว.

บทว่า มิตมาฬฺหเกน ความว่า นัยว่า แม้การตวงข้าวเปลือก เขาก็เคยกระทำมาแล้ว.

บทว่า อกฺขา ฐิตา ความว่า แม้การเล่นสกา เขาก็ได้ตั้งให้นักเลงสกาเล่นกัน.

บทว่า สญฺญโม อพฺภตีโต ความว่า การสำรวมระวังในศีล อันเขาผู้บวชอาศัยเลี้ยงชีพ ก้าวล่วงเสียแล้ว.

บทว่า อปฺปหิตํ ได้แก่ คัดไว้แล้ว คือกระทำไม่ให้ไหลออก. โลหิต ชื่อว่า ปุปผกะ.

ข้อนี้มีอธิบายว่า

ได้ยินว่า บุรุษนี้ตัดมือและเท้าของพวกที่มีความผิดต่อพระราชา อาศัยเลี้ยงชีวิต แล้วนำคนเหล่านั้นมาให้นอนอยู่ที่ศาลา พอเวลาเที่ยงคืนจึงไปที่ศาลานั้น แล้วใส่ยาชื่อกัณฑกธูมะ คัดเลือดที่ไหลออกให้หยุดได้.

บทว่า หตฺถา ทฑฺฒา ความว่า ได้ยินว่า ในเวลาที่เขาบวชเป็นอาชีวก แม้มือทั้งสองของเขาก็ร้อน เพราะรับก้อนข้าวที่ร้อน.

บทว่า ตานิสฺส กมฺมายตนานิ ได้แก่ เหตุเหล่านั้นที่ต่อเนื่องด้วยการกระทำของเขา.

บทว่า อสฺสุ เท่ากับ อสฺโสสึ แปลว่าได้ฟังแล้ว.

บทว่า ยถา อยํ ความว่า แม้กลุ่มขนนกกระทานั้นยังปรากฏอยู่ในระหว่างชฎาของบุรุษนั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงทราบข้อนั้นว่า บุรุษนี้แหละฆ่านกกระทานั้น.

บทว่า คาโว หตา กึ ปน ททฺทรสฺส ความว่า แม้โคทั้งหลาย บุรุษนี้ก็ได้ฆ่าแล้ว การที่นกกระทาจะไม่ถูกบุรุษนี้ฆ่าจะมีได้อย่างไร เพราะฉะนั้น บุรุษนี้ต้องฆ่านกกระทาแน่.

ราชสีห์ถามบุรุษนั้นว่า ท่านฆ่านกกระทาบัณฑิตหรือ? บุรุษตอบว่า ถูกแล้วท่าน ราชสีห์ได้ฟังดาบสนั้นรับตามจริง ก็อยากจะปล่อยดาบสนั้นไป แต่พระยาเสือโคร่งกล่าวว่า คนเลวเช่นนี้ควรให้ตายเสีย แล้วก็เข้ากัดดาบสนั้นด้วยเขี้ยวให้ตาย แล้วขุดหลุมฝังไว้ในที่นั้นเอง.

มาณพทั้งหลายมาไม่เห็นนกกระทาบัณฑิต ก็พากันร้องไห้คร่ำครวญกลับไป.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตก็พยายามฆ่าเราอย่างนี้ ดังนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า

ชฎิล คือดาบสลามกในกาลนั้น ได้มาเป็น พระเทวทัต ในบัดนี้

นางเหี้ย ได้มาเป็น นางกีสาโคตมี

เสือโคร่ง ได้มาเป็น พระโมคคัลลานะ

ราชสีห์ ได้มาเป็น พระสารีบุตร

อาจารย์ทิศาปาโมกข์ ได้มาเป็น พระกัสสปะ

นกกระทาบัณฑิต ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาติตติรชาดกที่ ๑๒ -----------------------------------------------------

รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. คิชฌชาดก ว่าด้วย ผู้ไม่ทำตามคำสอนย่อมพินาศ

๒. โกสัมพิยชาดก ว่าด้วย อยู่คนเดียวดีกว่าร่วมกับคนพาล

๓. มหาสุวราชชาดก ว่าด้วย สหายย่อมไม่ละทิ้งสหาย

๔. จุลลสุวกราชชาดก ว่าด้วย ผู้รักษาไมตรี

๕. หริตจชาดก ว่าด้วย กิเลสที่มีกำลังกล้า

๖. ปทกุสลมาณวชาดก ว่าด้วย ภัยที่เกิดแต่ที่พึ่งอาศัย

๗. โลมสกัสสปชาดก ว่าด้วย ตบะเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ

๘. จักกวากชาดก ว่าด้วย ความเป็นอยู่ของนกจักรพราก

๙. หลิททราคชาดก ว่าด้วย ลักษณะของผู้ที่จะคบ

๑๐. สมุคคชาดก ว่าด้วย เปรียบหญิงมีอาการคล้ายก้นเหว

๑๑. ปูติมังสชาดก ว่าด้วย โทษของการมองในเวลาที่ไม่ควรมอง

๑๒. ทัททรชาดก ว่าด้วย คนอกตัญญู ไม่รู้จักบุญคุณคนอื่น จบ นวกนิบาตชาดก. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา