๕. ขุรัปปชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕ ขุรปฺปชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๕. ขุรัปปชาดก ถึงคราวกล้าควรกล้า
ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน ขคฺเค คหิเต ติขิเณ เตลโธเต ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห กสฺมา นุ เต นาหุ ฉมฺภิตตฺตํ ฯ
เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้ว ด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึง ไม่มีความครั่นคร้าม.
ทิสฺวา ขุรปฺเป ธนุเวคนุนฺเน ขคฺเค คหิเต ติขิเณ เตลโธเต ตสฺมึ ภยสฺมึ มรเณ วิรูเฬฺห เวทํ อลตฺถํ วิปุลํ อุฬารํ ฯ
เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลม ถือดาบอันคมกล้า ซึ่งขัดแล้ว ด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดี และโสมนัสมากยิ่ง.
โส เวทชาโต อชฺฌภวึ อมิตฺเต ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน สูโร กยิรา สูรกิจฺจํ กทาจีติ ฯ ขุรปฺปชาตกํ ปญฺจมํ ฯ ---------
เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้ว ก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้ เพราะว่า ชีวิตของเราๆ ได้สละมาแต่ก่อนแล้ว เราไม่ได้ทำความอาลัย ในชีวิต บุคคลผู้กล้าหาญพึงกระทำกิจของคนกล้า ในกาลบางคราว. จบ ขุรัปปชาดกที่ ๕.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. ขุรัปปชาดก (๒๖๕) ว่าด้วยคนกล้าไม่กลัวลูกศรที่คม (บุตรพ่อค้าถามพระโพธิสัตว์ผู้เป็นหัวหน้าทำหน้าที่อารักขาว่า)
เมื่อมรณภัยนั้นปรากฏเฉพาะหน้า เพราะเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลมคมด้วยความว่องไว และถือดาบที่ทาน้ำมันอันคมกริบ เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่สะดุ้งกลัว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๓. ติกนิบาต] ๒. ปทุมวรรค ๖. วาตัคคสินธวชาดก (๒๖๖) (พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าว ๒ คาถาว่า)
เมื่อมรณภัยนั้นปรากฏเฉพาะหน้า เพราะเห็นพวกโจรยิงลูกธนูแหลมคมด้วยความว่องไว และถือดาบที่ทาน้ำมันอันคมกริบ ข้าพเจ้ากลับยินดีและพอใจมากที่สุด
ข้าพเจ้านั้นมีความยินดีจึงย่ำยีศัตรูได้ ข้าพเจ้าได้สละชีวิตไว้ก่อนแล้ว เพราะเมื่อยังอาลัยในชีวิต บุคคลกล้าหาญจะกระทำกิจของผู้กล้าหาญในกาลใดๆ ไม่ได้เลยขุรัปปชาดกที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้สละความเพียรรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ทิสฺวา ขุรปฺเป ดังนี้
ความว่า พระศาสดาทรงตรัสกะภิกษุนั้นผู้ถูกนำมาในโรงธรรมสภาว่า ได้ยินว่า เธอสละความเพียรจริงหรือ เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระเจ้าข้าจึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอบวชในศาสนาอันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์อย่างนี้ เพราะเหตุไรจึงละความเพียรเสียโบราณกบัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่สละความเพียร แม้ในฐานะไม่เป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสีพระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลผู้รักษาดงแห่งหนึ่ง พอเจริญวัยมีบุรุษ ๕๐๐ เป็นบริวารเป็นหัวหน้าคนทั้งปวง ในบรรดาคนผู้รักษาดง สำเร็จการอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งที่ปากดง. ก็หัวหน้าผู้รักษาดงนั้นรับจ้างพาพวกมนุษย์ให้ข้ามดง.
ครั้นวันหนึ่ง บุตรพ่อค้าชาวเมืองพาราณสีกับเกวียน ๕๐๐ เล่มมาถึงบ้านนั้นเรียกหัวหน้าผู้รักษาดงนั้นมาพูดว่า ดูก่อนสหาย ท่านจงรับทรัพย์ ๑,๐๐๐ แล้วพาเราให้ข้ามพ้นดงเขารับคำแล้วถือเอาทรัพย์ ๑,๐๐๐ จากมือของบุตรพ่อค้านั้น เมื่อรับค่าจ้างอย่างนี้ จะต้องสละชีวิตเพื่อบุตรพ่อค้านั้น เขาพาบุตรพ่อค้านั้นเข้าดง.
พวกโจร ๕๐๐ ซุ่มอยู่กลางดง บุรุษที่เหลือพอแลเห็นพวกโจรเท่านั้นพากันนอนราบ. หัวหน้าผู้อารักขาคนเดียวเท่านั้นเปล่งสีหนาท วิ่งเข้าประหัตประหารให้พวกโจร ๕๐๐ หนีไป ให้บุตรพ่อค้าข้ามพ้นทางกันดารโดยปลอดภัย.
ฝ่ายบุตรพ่อค้าให้หมู่เกวียนพักอยู่ในที่ห่างไกลทางกันดารแล้ว ให้หัวหน้าผู้อารักขาบริโภคโภชนะมีรสเลิศต่างๆส่วนตนเองบริโภคอาหารเช้า แล้วนั่งสบาย เจรจาอยู่กับหัวหน้าผู้อารักขานั้น เมื่อจะถามว่า ดูก่อนสหาย ในเวลาที่พวกโจรผู้ร้ายกาจเห็นปานนั้นจับอาวุธกรูเข้ามา เพราะเหตุไรหนอ แม้ความสะดุ้งตกใจกลัวก็ไม่เกิดขึ้น.
จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
เมื่อท่านเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลมคม ถือดาบอันคมกล้าซึ่งขัดด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เหตุไฉนหนอ ท่านจึงไม่มีความครั่นคร้าม.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธนุเวคนุณฺเณ ได้แก่ยิงไปด้วยกำลังลูกธนู.
บทว่า ขคฺเค คหิเต ได้แก่ถือดาบด้ามงาอย่างกระชับ.
บทว่า มรเณ วิรุฬฺเห ได้แก่เมื่อความตายปรากฏ.
บทว่า กสฺมา นุ เต นาหุ ความว่า เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงไม่มีความสะดุ้งตกใจ.
บทว่า ฉมฺภิตตฺตํ ได้แก่ตัวสั่น.
หัวหน้าผู้ทำหน้าที่อารักขาได้ฟังดังนั้นจึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถานอกนี้ว่า :-
เมื่อเราเห็นพวกโจรยิงลูกธนูอันแหลมคม ถือดาบอันคมกล้าซึ่งขัดแล้วด้วยน้ำมัน เมื่อมรณภัยปรากฏเฉพาะหน้าแล้ว เรากลับได้ความยินดีและความโสมนัสมากยิ่ง.
เรานั้นเกิดความยินดีและโสมนัสแล้ว ก็ครอบงำศัตรูทั้งหลายเสียได้เพราะว่าชีวิตของเรา เราได้สละมาแต่ก่อนแล้วก็บุคคลผู้กล้าหาญ เมื่อทำความอาลัยในชีวิตอยู่ จะพึงกระทำกิจของคนผู้กล้าหาญในกาลบางคราวหาได้ไม่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวทํ อลตฺถํ คือกลับได้ความยินดีและโสมนัส. บทว่า วิปุลํ แปลว่า มาก. บทว่า อุฬารํ แปลว่า ยิ่ง. บทว่า อชฺฌภวึ ได้แก่ บริจาคชีวิตครอบงำแล้ว บทว่า ปุพฺเพว เม ชีวิตมาสิ จตฺตํ ความว่า เพราะว่าเราเมื่อรับค่าจ้างจากมือของท่านในตอนก่อนนั่นแล ได้สละชีวิตแล้ว.
บทว่า น หิ ชีวิเต อาลยํ กุพฺพมาโน ความว่า บุคคลผู้กล้าหาญ เมื่อยังกระทำเสน่หา ความยินดีในชีวิตอยู่ จะพึงทำกิจของผู้กล้าหาญ แม้ในกาลบางคราว หาได้ไม่.
หัวหน้าผู้ทำหน้าที่อารักขานั้นทำบุตรของพ่อค้าให้รู้ว่าตนได้ทำกิจของคนกล้าหาญแล้วเพราะได้สละความยินดีในชีวิตซึ่งสละให้ไว้ในอำนาจของคนอื่น ได้ส่งบุตรพ่อค้าไปแล้วกลับมายังบ้านของตนตามเดิม ทำบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น ไปตามยถากรรมแล้ว.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะแล้ว ทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้สละความเพียรดำรงอยู่ในพระอรหัต.
ก็หัวหน้าคนทำการอารักขาในกาลนั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาขุรัปปชาดกที่ ๕ -----------------------------------------------------