๔. จุลลสุวกราชชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔ จุลฺลสุวกราชชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๔. จุลลสุวกราชชาดก ว่าด้วยผู้รักษาไมตรี
สนฺติ รุกฺขา หริตปตฺตา ทุมาเนกผลา พหู กสฺมา นุ สุกฺเข โกฬาเป สุวสฺส นิรโต มโน ฯ
ต้นไม้ทั้งหลายมีใบเขียว มีผลดก มีอยู่เป็นอันมาก เหตุไรพญานก แขกเต้าจึงมีใจยินดีในไม้แห้งผุเล่า?
ผลสฺส อุปภุญฺชิมฺหา เนกวสฺสคเณ พหู อผลมฺปิ วิทิตฺวาน สาว มิตฺติ ยถา ปุเร ฯ
เราได้กินผลแห่งต้นไม้นี้นับได้หลายปีมาแล้ว ถึงเราจะรู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มี ผลแล้ว ก็ต้องรักษาไมตรีให้เหมือนในกาลก่อน.
สุกฺขญฺจ รุกฺขโกฬาปํ โอปตฺตมผลํ ทุมํ โอหาย สกุณา ยนฺติ กึ โทสํ มญฺญเส ทิช ฯ
นกทั้งหลายย่อมละทิ้งต้นไม้แห้งผุ ไม่มีใบ ไม่มีผลไป แน่ะนกแขกเต้า ท่านเห็นโทษอะไรหรือ?
เย ผลตฺถา สมฺภชนฺติ อผโลติ ชหนฺติ นํ อตฺตตฺถปญฺญา ทุมฺเมธา เต โหนฺติ ปกฺขปาติโน ฯ
นกเหล่าใด คบหากันเพราะต้องการผลไม้ ครั้นรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผลแล้ว ก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไปเสีย นกเหล่านั้นโง่เขลา มีความรู้เพื่อประโยชน์ ของตนเท่านั้น มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป.
สาธุ ปกฺขิ กตํ โหติ มิตฺติ สํสติ สนฺถโว สเจตํ ธมฺม โรเจสิ ปาสํโสสิ วิชานตํ ฯ
ดูกรปักษี ความเป็นสหาย ความไมตรี ความสนิทสนมกัน ท่านทำ ไว้เป็นอย่างดีแล้ว ถ้าท่านชอบธรรมนี้ ท่านก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชน ทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
โส เต สุว วรํ ทมฺมิ ปตฺตยาน วิหงฺคม วรํ วรสฺสุ วงฺกงฺค ยงฺกิญฺจิ มนสิจฺฉสิ ฯ
ดูกรนกแขกเต้าผู้มีปีกเป็นยาน มีคอโค้งเป็นสง่า เราจะให้พรแก่ท่าน ท่านจงเลือกเอาพรตามใจปรารถนาเถิด.
อปิ นาม นํ ปุน ปสฺเส สปตฺตํ สผลํ ทุมํ ทลิทฺโทว นิธึ ลทฺธา นนฺเทยฺยาหํ ปุนปฺปุนํ ฯ
ไฉนข้าพเจ้าจะพึงได้เห็นต้นไม้นั้นกลับมีใบมีผลอีกเล่า ข้าพเจ้าจะยินดี ที่สุด เหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ ฉะนั้น.
ตโต อมตมาทาย อภิสิญฺจิ มหีรุหํ ตสฺส สาขา วิรูหึสุ สีตจฺฉายา มโนรมา ฯ
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงวักน้ำอมฤตมาประพรมต้นไม้นั้น กิ่งก้าน แห่งต้นไม้นั้นก็งอกงาม มีร่มเงาชุ่มชื่นน่ารื่นรมย์ใจ.
เอวํ สกฺก สุขี โหหิ สห สพฺเพหิ ญาติภิ ยถาหมชฺช สุขิโต ทิสฺวาน สผลํ ทุมํ ฯ
ข้าแต่ท้าวสักกเทวราช ขอพระองค์ทรงพระเจริญสุขพร้อมด้วยพระญาติ ทั้งปวง เหมือนข้าพระบาทมีความสุข เพราะได้เห็นต้นไม้เผล็ดผลใน วันนี้ ฉะนั้นเถิด.
สุวสฺส วจนํ สุตฺวา กตฺวาน สผลํ ทุมํ ปกฺกามิ สห ภริยาย เทวานํ นนฺทนํ วนนฺติ ฯ จุลฺลสุวกราชชาตกํ จตุตฺถํ ฯ ---------
ท้าวสักกเทวราชได้ทรงฟังคำของนกแขกเต้า ทรงทำต้นไม้ให้มีผล แล้ว เสด็จกลับไปสู่เทพนันทวันพร้อมกับพระมเหสี. จบ จุลลสุวกราชชาดกที่ ๔.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. จูฬสุวกราชชาดก (๔๓๐) ว่าด้วยพญานกแขกเต้า (ท้าวสักกะตรัสถามพญานกแขกเต้าว่า)
หมู่ต้นไม้มีใบเขียวชอุ่ม มีผลดาษดื่น มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำไมหนอ ใจของนกแขกเต้า จึงยินดีต้นไม้แห้งเป็นโพรงไม่สร่างซา
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๐๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๙. นวกนิบาต] ๔. จูฬสุวกราชชาดก (๔๓๐) (พญานกแขกเต้าตอบว่า)
ผลของต้นไม้นี้ ข้าพเจ้าอาศัยกินอยู่หลายปี แม้ไม่มีผล ข้าพเจ้ารู้แล้ว แต่ก็ยังรักษาไมตรีนั้นไว้เหมือนเดิม (ท้าวสักกะตรัสถามว่า)
ต้นไม้แห้ง ต้นไม้เป็นโพรง และต้นไม้ปราศจากใบและผล ฝูงนกก็พากันละทิ้งไป นี่นกน้อย เจ้าเห็นโทษอะไร (พญานกแขกเต้าตอบว่า)
นกเหล่าใดต้องการผลไม้จึงคบหา รู้ว่าไม่มีผลก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไป นกเหล่านั้นเป็นพวกเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตน โง่เขลา เป็นผู้ทำลายพวกพ้อง (ท้าวสักกะตรัสว่า)
เป็นการดี เจ้าปักษี ที่เจ้าได้กระทำความเป็นเพื่อน ไมตรี และความสนิทสนมในหมู่พวก ถ้าคุณธรรมข้อนี้เจ้าพอใจ เจ้าก็เป็นที่สรรรเสริญของผู้รู้ทั้งหลาย
นี่เจ้านกแขกเต้าผู้มีปีกบินไปในอากาศ เรานั้นจะให้พรแก่เจ้า เจ้าจงเลือกพรสักอย่างหนึ่งตามที่เจ้าพอใจเถิด (พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
ทำไมหนอ ข้าพเจ้าจะพึงเห็นต้นไม้นี้กลับมีใบมีผลได้อีก ข้าพเจ้าจะพึงยินดีอย่างยิ่งเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
ลำดับนั้น ท้าวสักกะทรงถือเอาน้ำอมฤตรดต้นไม้ กิ่งของต้นไม้นั้นก็แตกออกมา มีเงาร่มเย็น น่ารื่นรมย์ใจ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๐๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๙. นวกนิบาต] ๕. หริตจชาดก (๔๓๑) (พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)
ท้าวสักกะ วันนี้ข้าพระองค์มีความสุขเพราะเห็นต้นไม้มีผลฉันใด ขอพระองค์พร้อมทั้งพระประยูรญาติทั้งปวงจงมีความสุขฉันนั้นเถิด (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)
ท้าวสักกะครั้นประทานพร บันดาลให้ต้นไม้มีผลแก่นกแขกเต้าแล้ว พร้อมด้วยพระมเหสี ก็เสด็จหลีกไปยังสวนเทพนันทวันจูฬสุวกราชชาดกที่ ๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระนครสาวัตถี ทรงปรารภเวรัญชกัณฑ์ จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สนฺติ รุกฺขา ดังนี้.
เมื่อพระศาสดาเสด็จจำพรรษา ณ เมืองเวรัญชา แล้วเสด็จถึงพระนครสาวัตถีโดยลำดับ ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า
ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระตถาคตเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ เป็นพุทธสุขุมาลชาติ ประกอบด้วยอิทธานุภาพอันยิ่งใหญ่เวรัญชพราหมณ์นิมนต์ไป ได้จำพรรษาอยู่ตลอด ๓ เดือนไม่ได้ภิกษาจากสำนักเวรัญชพราหมณ์แม้สักวันเดียวเพราะถูกมารดลใจเสีย ทรงละความโลภอาหารเสียได้ ดำรงพระชนม์ด้วยข้าวสำหรับเลี้ยงม้าที่พ่อค้าม้าถวายวันละแล่ง มิได้เสด็จไปที่อื่น
ความที่พระตถาคตทรงมักน้อยสันโดษนี้น่าสรรเสริญเหลือเกิน.
พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร?เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การละความโลภในอาหารของตถาคตในบัดนี้ ยังไม่น่าอัศจรรย์แม้ในกาลก่อน ตถาคตเกิดเป็นสัตว์เดียรฉานก็ได้ละความโลภอาหารมาแล้วดังนี้แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้.
เนื้อเรื่องทั้งหมดพึงทราบโดยพิสดารตามทำนองที่ที่กล่าวมาแล้วในหนหลัง
ในตอนนี้มีใจความว่า
ท้าวสักกเทวราชทรงแปลงพระองค์เป็นพญาหงส์ สนทนากับพญานกแขกเต้า
จึงได้ตรัสคาถานี้ว่า :-
ต้นไม้ทั้งหลายที่มีใบเขียว มีผลดก มีอยู่เป็นอันมาก เหตุไรพญานกแขกเต้าจึงมีใจยินดีในต้นไม้แห้งผุเล่า.
เราเคยบริโภคผลแห่งต้นไม้นี้นับได้หลายปีมาแล้ว ถึงเราจะรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผลแล้ว ก็ต้องรักษาความไมตรีไว้ให้เหมือนดังก่อน.
นกทั้งหลายย่อมละทิ้งต้นไม้แห้งผุ ขาดใบไร้ผลไปในที่อื่น ดูก่อนพญานกแขกเต้า ท่านเห็นโทษอะไรหรือ?
นกเหล่าใดคบหากันเพราะต้องการผลไม้ ครั้นรู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มีผล ก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไปเสีย นกเหล่านั้นโง่เขลา มีปัญญาที่เห็นแก่ตัว มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป.
ความเป็นเพื่อน ความไมตรี ความสนิทสนมกันท่านได้ทำไว้เป็นพยานดีแล้ว ถ้าท่านชอบใจธรรมนั้นท่านก็เป็นผู้ควรที่วิญญูชนทั้งหลายพึงสรรเสริญ.
ดูก่อนพญานกแขกเต้า ผู้ชาติวิหคมีปีกเป็นยานพาหนะ มีคอโค้งเป็นสง่า เรานั้นจะให้พรแก่ท่าน ท่านจงเลือกเอาพรตามที่ใจปรารถนาเถิด.
ไฉนข้าพเจ้าจะพึงได้เห็นต้นไม้นั้นกลับมีใบมีผลอีกเล่า ข้าพเจ้าจะยินดีอย่างยิ่งเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ ฉะนั้น.
ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงวักอมตวารีมาประพรมต้นไม้ กิ่งก้านของต้นไม้นั้นก็งอกงาม มีเงาร่มเย็นเป็นที่น่ารื่นรมย์.
ข้าแต่ท้าวสักกเทวราช ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญสุข พร้อมด้วยพระญาติทั้งปวง เหมือนดังข้าพระบาทมีความสุข เพราะได้เห็นต้นไม้ผลิตผลในวันนี้ ฉะนั้นเถิด.
ท้าวสักกเทวราชประทานพรแก่พญานกแขกเต้า ทำต้นไม้ให้มีผลแล้ว พาพระมเหสีเสด็จกลับเทพนันทวัน.
พึงทราบความด้วยสามารถแห่งคำที่มีในก่อนนั่นแล
ก็ข้าพเจ้าทั้งหลายจักพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น.
บทว่า หริตปตฺตา ได้แก่ ที่สะพรั่งไปด้วยใบสีเขียว. บทว่า โกฬาเป ได้แก่ ที่ไม่มีแก่นซึ่งเมื่อลมพัดก็ส่งเสียงเหมือนมีใครมาตีให้ดัง ฉะนั้น. บทว่า สุวสฺส ความว่า เหตุไรท่านพญานกแขกเต้าจึงมีใจยินดีในต้นไม้เห็นปานนี้เล่า?บทว่า ผลสฺส แปลว่า ผลของต้นไม้นั้น.
บทว่า เนกวสฺสคเณ เท่ากับ อเนกวสฺสคเณ แปลว่า นับได้หลายปีมาแล้ว. บทว่า พหู ความว่า แม้เมื่อหลายร้อยก็มิใช่ ๒ ปี มิใช่ ๓ ปีโดยที่แท้คือหลายปีมาแล้ว.
บทว่า วิทิตฺวาน เป็นต้น ความว่า พญานกแขกเต้า เมื่อจะประกาศว่า ข้าแต่พญาหงส์ บัดนี้พวกเราแม้จะรู้ว่าต้นไม้นี้ไม่มีผล ก็ต้องรักษาไมตรีไว้ให้เหมือนดังแต่ก่อน ไมตรียังมีอยู่ตราบใด พวกเราก็จะไม่ทำลายไมตรีนั้นตราบนั้น เพราะผู้ทำลายไมตรีไม่ใช่คนดี ไม่ชื่อว่าสัตบุรุษ.
บทว่า โอปตฺตํ ความว่า หมดไปคือไม่มีใบ ได้แก่มีใบร่วงแล้ว. บทว่า กึ โทสํ ปสฺสเส ความว่า นกเหล่าอื่นพากันละต้นไม้นั้นไปในที่อื่น ท่านเห็นโทษอะไรในการไปอย่างนี้. บทว่า เย ผลตฺถา ความว่า นกเหล่าใดคบหาคือเข้าไปหา เพราะต้องการผลไม้คือเพราะผลไม้เป็นเหตุ ครั้นรู้ว่าต้นไม้นั้นไม่มีผล ก็ละทิ้งต้นไม้นั้นไป.
บทว่า อตฺตตฺถปญฺญา ความว่า นกเหล่านั้นชื่อว่ามีปัญญาที่เห็นแก่ตัว เพราะมีปัญญาเพื่อประโยชน์ของตน คือมีปัญญาที่ตั้งอยู่ในตนเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น.
บทว่า ปกฺขปาติโน ความว่า นกเหล่านั้นเมื่อหวังแต่ความเจริญเพื่อตนเท่านั้น ย่อมยังฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไปคือให้พินาศไป เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่าเป็นผู้มักทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเป็นผู้ทำฝักใฝ่แห่งมิตรภาพให้ตกไป เพราะอรรถว่าตกไปในฝักใฝ่ของตนเท่านั้น ดังนี้ก็ได้.
บทว่า อปิ นาม นํ ความว่า ข้าแต่พญาหงส์ ถ้ามโนรถของข้าพเจ้าพึงสำเร็จ และพรที่ท่านให้แล้วพึงสำเร็จไซร้ ทำไฉนข้าพเจ้าจะพึงเห็นต้นไม้นี้กลับมีใบมีผลได้อีกแต่นั้นข้าพเจ้าจะยินดีกะต้นไม้นั้น คือพอเห็นต้นไม้นั้นเท่านั้นก็จะปลื้มใจอย่างที่สุดเหมือนคนจนได้ขุมทรัพย์ฉะนั้น.
บทว่า อมตมาทาย คือทรงดำรงอยู่แล้วด้วยอานุภาพของพระองค์ทรงวักน้ำจากแม่น้ำคงคามาประพรมแล้ว.
ในชาดกนี้มีอภิสัมพุทธคาถา ๒ คาถากับคาถานี้
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
ท้าวสักกเทวราชในครั้งนั้น ได้มาเป็น พระอนุรุทธะ ในบัดนี้
พญานกแขกเต้าในครั้งนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาจุลลสุวกราชชาดกที่ ๔ -----------------------------------------------------