๖. พาโลวาทชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖ พาโลวาทชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๖. พาโลวาทชาดก ว่าด้วยคนมีปัญญาบริโภค
หนฺตฺวา ฆตฺวา วธิตฺวา จ เทติ ทานํ อสญฺญโต อีทิสํ ภตฺตํ ภุญฺชมาโน ส ปาปมุปลิมฺปติ ฯ
บุคคลผู้ไม่สำรวม ประหารสัตว์ เบียดเบียน และฆ่าสัตว์ ให้ทานแก่ สมณะใด สมณะนั้น บริโภคภัตเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย.
ปุตฺตทารมฺปิ เจ หนฺตฺวา เทติ ทานํ อสญฺญโต ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ น ปาปมุปลิมฺปตีติ ฯ พาโลวาทชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ ---------
ถ้าสมณะเป็นผู้มีปัญญา แม้จะบริโภคทานที่บุคคลผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตร และภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย. จบ พาโลวาทชาดกที่ ๖.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๑๐. สิงคาลวรรค ๗. ปาทัญชลิชาดก (๒๔๗) ๖. พาโลวาทชาดก (๒๔๖) ว่าด้วยการโอวาทคนพาล (กุฎุมพีผู้หนึ่งแกล้งฤๅษีโพธิสัตว์ จึงกล่าวกับพระโพธิสัตว์ว่า)
บุคคลผู้ไม่สำรวมประหารสัตว์ก็ดี เบียดเบียนสัตว์ก็ดี ฆ่าสัตว์ก็ดี แล้วให้ทาน สมณะใดบริโภคอาหารเช่นนี้ สมณะนั้นย่อมแปดเปื้อนบาปด้วย (พระโพธิสัตว์ฟังแล้ว จึงกล่าวว่า)
บุคคลผู้ไม่สำรวมถึงจะฆ่าบุตรภรรยาแล้วให้ทานก็ตามที ผู้มีปัญญาบริโภคอาหารนั้นก็ไม่แปดเปื้อนบาปเลยพาโลวาทชาดกที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา เสด็จเข้าไปอาศัยกรุงเวสาลี ทรงปรารภสีหเสนาบดี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า หนฺตฺวา ฆตฺวา วธิตฺวา จ ดังนี้.
ความย่อมีอยู่ว่า สีหเสนาบดีนั้นถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งแล้วนิมนต์ไปถวายภัตตาหารปรุงด้วยเนื้อ. พวกนิครนถ์ฟังข่าวแล้วไม่พอใจ ใคร่จะเบียดเบียนพระตถาคตเจ้า จึงกล่าวใส่ไคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรกับพวกบริษัทเที่ยวใส่ใคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
พระศาสดาสดับเรื่องนั้นแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรนินทาเราว่าบริโภคเนื้อที่เขาอุทิศถวายแต่ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้ติเตียนแล้วเหมือนกัน ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ครั้นเจริญวัยแล้ว ออกบรรพชาเป็นฤๅษี มาจากป่าหิมพานต์เพื่อต้องการเสพรสเปรี้ยวเค็มในกรุงพาราณสี.
รุ่งขึ้นจึงเที่ยวภิกษาจารไปในพระนคร ครั้งนั้น กุฎุมพีผู้หนึ่งคิดว่า เราจักแกล้งดาบสให้ลำบาก จึงนิมนต์ให้เข้าไปสู่เรือน นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะที่จัดปูไว้แล้ว อังคาสด้วยปลาและเนื้อ ครั้นเสร็จภัตตกิจแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง กล่าวว่า เนื้อนี้ข้าพเจ้าฆ่าสัตว์ปรุงเป็นอาหารเฉพาะท่านโดยตรง ขออกุศลนี้อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย จงตกเป็นของท่านเถิด
แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
บุคคลผู้ไม่สำรวมประหารสัตว์ เบียดเบียนและฆ่าสัตว์ให้ทานแก่สมณะใด สมณะนั้นบริโภคภัตรเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย.
พระโพธิสัตว์ฟังแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ถ้าสมณะผู้มีปัญญาแม้บริโภคทานที่บุคคล ผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตรและภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ภุญฺชมาโนปิ สปฺปญฺโญ ความว่า เนื้อของผู้อื่นที่บุคคลผู้ทุศีลแม้ฆ่าบุตรภรรยาให้แล้ว ยกไว้เถิด ท่านผู้มีปัญญาผู้ถึงพร้อมด้วยคุณ มีขันติและเมตตาเป็นต้น แม้บริโภคเนื้อนั้น ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยบาป.
พระโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่กุฎุมพีอย่างนั้นแล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไป.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
นิครนถนาฏบุตร ได้เป็นกุฎุมพี
ส่วนดาบส คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาพาโลวาทชาดกที่ ๖ -----------------------------------------------------