๙. มิตตวินทุกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙ มิตฺตวินฺทุกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๙. มิตตวินทุกชาดก ว่าด้วยจักรกรดพัดบนหัว
กฺยาหํ เทวานมกรํ กึ ปาปํ ปกตํ มยา ยํ เม สิรสฺมึ โอหจฺจ จกฺกํ ภมติ มตฺถเก ฯ
ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้ให้แก่เทวดาทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้กระทำบาป กรรมอะไรไว้ จักรกรดจึงได้มากระทบศีรษะของข้าพเจ้าพัดอยู่บนกระ หม่อม?
อติกฺกมฺม รมณกํ สทามตฺตญฺจ ทูภกํ พฺรหฺมตรญฺจ ปาสาทํ เกนตฺเถน อิธาคโต ฯ
ท่านล่วงเลยปราสาทแก้วผลึก ปราสาทแก้วมณี ปราสาทเงิน และ ปราสาททอง แล้วมาในที่นี้เพราะเหตุอะไร?
อิโต พหุตรา โภคา อตฺร มญฺเญ ภวิสฺสเร อิติ เอตาย สญฺญาย ปสฺส มํ พฺยสนํ คตํ ฯ
เชิญท่านดูข้าพเจ้าผู้ถึงความฉิบหาย เพราะความสำคัญเช่นนี้ว่า โภค สมบัติในที่นี้ เห็นจะมีมากกว่าโภคสมบัติในปราสาททั้งสี่นั้น.
จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา อฏฺฐาภิ จาปิ โสฬส โสฬสาภิ จ ทฺวตฺตึส อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส จกฺกํ ภมติ มตฺถเก ฯ
ท่านละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๔ มาได้นางเวมานิกเปรต ๘ ละทิ้งนางเวมา- นิกเปรต ๘ มาได้นางเวมานิกเปรต ๑๖ ละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๑๖ มา ได้นางเวมานิกเปรต ๓๒ ปรารถนาไม่รู้จักพอ จึงมายินดีจักรกรด จักรกรดจึงพัดอยู่บนกระหม่อมของท่าน ผู้ถูกความปรารถนาครอบงำไว้.
อุปริ วิสาลา ทุปฺปูรา อิจฺฉาวิสทคามินี เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺติ เต โหนฺติ จกฺกธาริโนติ ฯ มิตฺตวินฺทุกชาตกํ นวมํ ฯ ---------
อันธรรมดา ตัณหาเป็นสิ่งที่กว้างขวางอยู่ ณ เบื้องบน ให้เต็มได้ยาก มักเป็นไปตามอำนาจของความปรารถนา เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมา กำหนัดยินดีตัณหานั้น ชนเหล่านั้นจึงต้องเป็นผู้ทูนจักรกรดไว้. จบ มิตตวินทุกชาดกที่ ๙.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๙. มิตตวินทุกชาดก (๓๖๙) ว่าด้วยนายมิตตวินทุกะ (นายมิตตวินทุกะเห็นเทพบุตรโพธิสัตว์นั้น จึงถามว่า)
ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เหล่าเทวดา ข้าพเจ้าได้กระทำความชั่วอะไรไว้ จักรนี้จึงได้จรดที่ศีรษะแล้วพัดผันอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า @เชิงอรรถ : @ ในอรรถกถาแปลว่า ด้วยวงศ์ตระกูล (ขุ.ชา.อ. ๔/๙๘/๔๘๗)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๑๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๕. ปัญจกนิบาต] ๒. วัณณาโรหวรรค ๙. มิตตวินทุกชาดก (๓๖๙) (เทพบุตรโพธิสัตว์กล่าวว่า)
เพราะเหตุอะไรเล่า ท่านล่วงเลยปราสาทแก้วผลึก ปราสาทเงิน ปราสาทแก้วมณี และปราสาททอง แล้วมา ณ ที่นี้ (นายมิตตวินทุกะกล่าวว่า)
ขอท่านจงดูข้าพเจ้าผู้ถึงความหายนะ เพราะความสำคัญนี้ว่า ในที่นี้โภคะทั้งหลายเห็นจะ มีมากกว่าปราสาททั้ง ๔ หลังนี้ (เทพบุตรโพธิสัตว์กล่าวว่า)
ท่านเมื่อมีความปรารถนามากเกินไป ได้ครอบครองนารี ๔ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๔ ได้ครอบครองนารี ๘ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๘ ได้ครอบครองนารี ๑๖ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๑๖ ได้ครอบครองนารี ๓๒ นาง ไม่พอใจนางทั้ง ๓๒ จึงได้ประสบจักร จึงพัดผันอยู่ที่ศีรษะของท่าน ผู้ถูกความปรารถนามากเกินไปขจัดแล้ว
ขึ้นชื่อว่าความอยาก มีสภาพแผ่ไปยิ่งใหญ่ไพศาล ทำให้เต็มได้ยาก ก็ชนเหล่าใดกำหนัดตามความอยาก ชนเหล่านั้นจึงต้องเทินจักรไว้ มิตตวินทุกชาดกที่ ๙ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๑๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุว่ายากรูปหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กฺยาหํ เทวานมกรํ ดังนี้
เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งในมหามิตตวินทุกชาดก.
ก็นายมิตตวินทุกะนี้ถูกเขาโยนทิ้งในทะเล แล้วได้ไปพบนางเวมานิกเปรตแห่งหนึ่ง ๔ นาง แห่งหนึ่ง ๘ นาง แห่งหนึ่ง ๑๖ นาง แห่งหนึ่ง ๓๒ นางก็ยังเป็นผู้ปรารถนายิ่งขึ้นไม่รู้จักพอ จึงเดินต่อไปข้างหน้า ได้พบอุสสุทนรกอันเป็นสถานที่เสวยวิบากของพวกสัตว์นรกจึงได้เข้าไปด้วยสำคัญว่า เป็นเมืองๆ หนึ่ง เห็นจักรกรดพัดอยู่บนหัวสัตว์นรก สำคัญว่าเป็นเครื่องประดับ จึงยินดีชอบใจจักรกรด อ้อนวอนขอได้มา.
คราวนั้น พระโพธิสัตว์เป็นเทวบุตรเที่ยวจาริกไปในอุสสุทนรก.
นายมิตตวินทุกะนั้นเห็นพระโพธิสัตว์นั้นแล้ว เมื่อจะถาม จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เหล่าเทวดา บาปอะไรที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ จักรกรดจึงได้มากระทบศีรษะของข้าพเจ้าแล้วพัดอยู่บนกระหม่อม.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กฺยาหํ เทวานมกรํ ความว่า ข้าแต่เทพบุตรผู้เป็นนาย ข้าพเจ้าได้กระทำกรรมชื่ออะไรไว้แก่เหล่าเทพยดา เหล่าเทพยดาเบียดเบียนข้าพเจ้าทำไม.
บทว่า กึ ปาปํ ปกตํ มยา ความว่า นายมิตตวินทุกะได้รับทุกขเวทนา กำหนดบาปที่ตนทำไว้ไม่ได้ เพราะมีทุกข์มาก จึงได้กล่าวอย่างนั้น.
บทว่า ยํ เม ความว่า จักรกรดนี้จรด คือกระทบศีรษะข้าพเจ้า แล้วหมุนอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้า เพราะบาปใด บาปนั้นชื่ออะไร.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ท่านล่วงเลยปราสาทแล้วผลึก ปราสาทแก้วมณี ปราสาทเงิน และปราสาททอง แล้วมาที่นี้ เพราะเหตุอะไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รมณกํ ได้แก่ ปราสาทแก้วผลึก.
บทว่า ทุพฺพกํ ได้แก่ ปราสาทแก้วมณี.
บทว่า สทามตฺตํ ได้แก่ ปราสาทเงิน.
บทว่า พฺรหฺมตรญฺจ ปาสาทํ ได้แก่ ปราสาททอง.
บทว่า เกนฏฺเฐน ความว่า ท่านละนางเทพธิดาเหล่านี้ คือเทพธิดา ๔ นาง ๘ นาง ๑๖ นางและ ๓๒ นางในปราสาทแก้วผลึกเป็นต้นเหล่านี้ แล้วก้าวล่วงปราสาทเหล่านั้นมาที่นี้ เพราะเหตุอะไร?
ลำดับนั้น นายมิตตวินทุกะกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
เชิญท่านดูข้าพเจ้าผู้ถึงความฉิบหาย เพราะความสำคัญนี้ว่า โภคสมบัติในที่นี้ เห็นจะมีมากกว่าโภคสมบัติในปราสาททั้งสี่นั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิโต พหุตรา ความว่า จักมีเหลือเฟือกว่าโภคสมบัติในปราสาททั้งสี่นี้.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :-
ท่านละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๔ มาได้ นางเวมานิกเปรต ๘ ละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๘ มาได้นางเวมานิกเปรต ๑๖ ละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๑๖ มาได้นางเวมานิกเปรต ๓๒ ยังปรารถนายิ่งขึ้นไม่รู้จักพอ มายินดีจักรกรด จักรกรดจึงพัดอยู่บนกระหม่อมของท่านผู้ถูกความปรารถนาครอบงำ.
อันธรรมดาตัณหาเป็นสิ่งที่กว้างขวางอยู่ในเบื้องบน ให้เต็มได้ยาก มักเป็นไปตามอำนาจของความปรารถนา เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมากำหนัดยินดีตัณหานั้น ชนเหล่านั้นจึงต้องเป็นผู้ทูนจักรกรดไว้.
ด้วยบทว่า อุปริ วิสาลา นี้ ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์กล่าวว่า
ดูก่อนมิตตวินทุกะ ขึ้นชื่อว่าตัณหานี้ เมื่อบุคคลซ่องเสพอยู่ย่อมเป็นของกว้างขวางอยู่เบื้องบน คือเป็นของแผ่ไปธรรมดาตัณหาให้เต็มได้โดยยาก เสมือนมหาสมุทรมีปกติไปตามอำนาจความอยากได้ คือความปรารถนาซึ่งอยากได้อารมณ์นั้นๆ ในบรรดารูปารมณ์เป็นต้นเพราะฉะนั้น คนเหล่าใดมากำหนัดยินดีตัณหานั้นคือเห็นปานนั้น คือเป็นผู้อยากได้แล้วๆ เล่าๆ ยึดถืออยู่.
บทว่า เต โหนฺติ จกฺกธาริโน ความว่า ชนเหล่านั้นย่อมทูนจักรกรดนั้นไว้.
ก็นายมิตตวินทุกะกำลังพูดอยู่นั่นแหละ จักรแม้นั้นก็พัดกดลงไป ด้วยเหตุนั้น เขาจึงไม่อาจจะกล่าวอีกต่อไป เทพบุตรจึงไปยังเทวสถานของตนทีเดียว.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
นายมิตตวินทุกะในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุว่ายาก
ส่วนเทพบุตรในครั้งนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถามิตตวินทุกชาดกที่ ๙ -----------------------------------------------------