อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๐๐๑

๑๒. ทสพราหมณชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๐๑–๒๐๒๓พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 23 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 23 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 48 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๒ ทสพฺราหฺมณชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๒. ทสพราหมณชาดก ว่าด้วยชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติ

ข้อ ๒๐๐๑

ราชา อโวจ วิธูรํ ธมฺมกาโม ยุธิฏฺฐิโล ฯ พฺราหฺมเณ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

พระเจ้ายุธิฏฐิละผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสกะวิธูระอำมาตย์ว่า ดูกร วิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจาก เมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจะ ให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๐๒

ทุลฺลภา พฺราหฺมณา เทว สีลวนฺโต พหุสฺสุตา วิรตา เมถุนา ธมฺมา เย เต ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ฯ ทส ขลุ มหาราช ยา ตา พฺราหฺมณชาติโย เตสํ วิภงฺควิจยํ วิตฺถาเรน สุโณหิ เม ฯ ปสิพฺพเก คเหตฺวาน ปุณฺเณ มูลสฺส สํวุเต โอสธิกาเย คนฺเถนฺติ นฺหาปยนฺติ ชปนฺติ จ ฯ ติกิจฺฉกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งด เว้นจากเมถุนถรรม ที่สมควรจะบริโภคโภชนาหารของพระองค์นั้นหาได้ ยาก ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า ชาติพราหมณ์ มี ๑๐ ชาติ ขอพระองค์จงทรงสดับการจำแนกแจกแจงชาติพราหมณ์เหล่า นั้น ของข้าพระองค์. ชนทั้งหลายถือเอาร่วมยาอันเต็มไปด้วยรากไม้ ปิดเรียบร้อย ปิดสลากบอกสรรพคุณยาไว้ รดน้ำมนต์และร่ายมนต์. ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเป็นเหมือนกับหมอ ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์ พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๐๓

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสม ควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๐๔

กิงฺกิณิโย คเหตฺวาน โฆเสนฺติ ปุรโตปิ เต เปสนานิปิ คจฺฉนฺติ รถจริยาสุ สิกฺขเร ฯ ปริจาริกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ชนทั้งหลายถือกระดิ่งตีประกาศไปข้างหน้าบ้าง คอยรับใช้บ้าง ศึกษา ในการขับรถบ้าง ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนบำเรอ ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์ พวกนั้นแก่ข้าพระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๐๕

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสม ควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจะให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๐๖

กมณฺฑลุํ คเหตฺวาน วงฺกทณฺฑญฺจ พฺราหฺมณา ปจฺจุเปสฺสนฺติ ราชาโน คาเมสุ นิคเมสุ จ นาทินฺเน วุฏฺฐเหสฺสาม คามมฺหิ นิคมมฺหิ วา นิคฺคาหกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

พวกพราหมณ์ ถือเต้าน้ำ และไม้สีฟัน คอยเข้าใกล้พระราชาทั้งหลาย ในบ้าน และนิคมด้วยตั้งใจว่า เมื่อคนทั้งหลาย ในบ้าน หรือนิคมไม่ ให้อะไรๆ พวกเราจักไม่ลุกขึ้น ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะ เหมือนกับผู้กดขี่ข่มเหง ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้า กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์ เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๐๗

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณ เครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณืไม่ได้ ท่านจงแสวง หาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสม ควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๐๘

ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมา ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา โอกิณฺณา รชเรณูหิ ยาจกา วิจรนฺติ เต ขาณุฆาตสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ชนทั้งหลายมีเล็บ และขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะเกรอะ กรังด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกท่องเที่ยวไป ข้าแต่พระราชา ชนพวก นั้นแม้จะเหมือนกับมนุษย์ขุดตอ ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์ แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๐๙

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสม ควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๑๐

หรีตกํ อามลกํ อมฺพํ ชมฺพุํ วิเภทกํ ลพุชํ ทนฺตโปณานิ เวลุวา พทรานิ จ ราชายตนํ อุจฺฉุปูฏํ ธูมเนตฺตํ มธุญฺชนํ อุจฺจาวจานิ ปณียานิ วิกีณนฺติ ชนาธิป วาณิชกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งประชาชน ชนทั้งหลายขายสิ่งของเครื่อง ชำ คือ ผลสมอ ผลมะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก ขนุนสำมะลอ ไม้สีฟัน มะตูม พุทรา ผลเกด อ้อย และงบน้ำอ้อย เครื่องโบกควัน น้ำผึ้ง และยาหยอดตา ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้ จะเหมือนกับพ่อค้า ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการ พราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๑๑

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณืไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๑๒

กสิวณิชฺชํ กาเรนฺติ โปสยนฺติ อเชฬเก กุมาริโย ปเวจฺฉนฺติ วิวาหนฺตาวหนฺติ จ สมา อมฺพฏฺฐเวเสหิ เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาเต เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ชนทั้งหลาย ใช้คนให้ทำการไถ และการค้า ใช้ให้เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ สู่ขอนางกุมารีทำการวิวาหมงคลและอาวาหมงคล ชนเหล่านั้นแม้จะ เหมือนกับกุฏมพีและคฤหบดี ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระ มหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะ ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๑๓

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๑๔

นิกฺขิตฺตภิกฺขํ ภุญฺชนฺติ คาเมเสฺวเก ปุโรหิตา พหู เน ปริปุจฺฉนฺติ อณฺฑจฺเฉทา นิลญฺจกา ปสูปิ ตตฺถ หญฺญนฺติ มหึสา สูกรา อชา โคฆาตกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ยังอีกพวกหนึ่งเล่า เป็นปุโรหิตในบ้าน บริโภคภิกษาที่เก็บไว้ ชนเป็น อันมากพากันถามปุโรหิตบ้านเหล่านั้น พวกเหล่านั้นจักรับจ้างตอนสัตว์ แม้ปศุสัตว์ คือ กระบือ สุกร แพะ ถูกฆ่าเพราะปุโรหิตชาวบ้าน เหล่านั้น ข้าแต่พระราชา คนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนฆ่าโค ก็ยัง เรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบ ทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือ หาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๑๕

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๑๖

อสิจมฺมํ คเหตฺวาน ขคฺคํ ปคฺคยฺห พฺราหฺมณา เวสฺสปเถสุ ติฏฺฐนฺติ สตฺถํ อพฺพาหยนฺติปิ สมา โคปนิสาเทหิ เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อีกพวกหนึ่ง เป็นพราหมณ์ถือดาบและโล่ห์เหน็บกระบี่ ยืนเฝ้าอยู่ที่ย่าน พ่อค้าบ้าง รับคุ้มครองขบวนเกวียนบ้าง ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับ คนเลี้ยงโคและนายพราน ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหา ราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะ ต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๑๗

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสว่าดังนี้) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่ง สมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๑๘

อรญฺเญ กุฏิกํ กตฺวา กูฏานิ การยนฺติ เต สสวิฬาเร พาเธนฺติ อาโคธา มจฺฉกจฺฉปํ เต ลุทฺทกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ชนทั้งหลายปลูกกระท่อมไว้ในป่า ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่าย และเสือปลาตลอดถึงเหี้ย ทั้งปลาและเต่า ข้าแต่พระราชา ชนทั้งหลาย แม้จะเป็นผู้เสมอกับนายพราน เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ข้าแต่พระมหา ราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เรา จะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๑๙

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้อ ๒๐๒๐

อญฺเญ ธนสฺส กามา หิ เหฏฺฐา มญฺเจ ปสกฺขิตา ราชาโน อุปริ นฺหายนฺติ โสมยาเค อุปฏฺฐิเต มลมชฺชสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อีกพวกหนึ่ง ย่อมนอนใต้เตียง เพราะปรารถนาทรัพย์ พระราชาทั้งหลาย สรงสนานอยู่ข้างบนในคราวมีพิธีโสมยาคะ ข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้น แม้จะเหมือนกับคนกวาดมลทิน ก็ยังเรียกกันว่า เป็นพราหมณ์ ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์ แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า?

ข้อ ๒๐๒๑

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรโพฺย) น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสาม ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

(พระเจ้าโกรพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูกรวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่อง ความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่า เป็นพราหมณ์ก็ไม่ได้ ท่านจงแสวงหา พราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร จะบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูกรสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวก พราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก

ข้อ ๒๐๒๒

อตฺถิ โข พฺราหฺมณา เทว สีลวนฺโต พหุสฺสุตา วิรตา เมถุนา ธมฺมา เย เต ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ฯ เอกญฺจ ภตฺตํ ภุญฺชนฺติ น จ มชฺชํ ปิวนฺติ เต อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งด เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ข้าแต่ พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์ แล้ว พวกเราคงต้องการพราหมณ์เช่นนั้นสิ พระเจ้าข้า.

ข้อ ๒๐๒๓

เอเต โข พฺราหฺมณา วิธูร สีลวนฺโต พหุสฺสุตา เอเต วิธูร ปริเยส ขิปฺปญฺจ เน นิมนฺตยาติ ฯ ทสพฺราหฺมณชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ ---------

ดูกรวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูกรวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมาโดยเร็ว ด้วยเถิด. จบ ทสพราหมณชาดกที่ ๑๒.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕) ว่าด้วยการจำแนกตระกูลพราหมณ์ ๑๐ ตระกูล (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า)

ข้อ ๒๒๒

พระเจ้ายุธิฏฐิละ ผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสกับวิธุรอำมาตย์ว่า วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๒๓

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๒๔

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์หาได้ยาก พระเจ้าข้า

ข้อ ๒๒๕

ขอเดชะพระมหาราช ได้ยินว่า พราหมณ์มีอยู่ ๑๐ ตระกูลด้วยกัน ขอพระองค์โปรดสดับการจำแนกแจกแจง พราหมณ์ทั้ง ๑๐ ตระกูลนั้นโดยพิสดารจากข้าพระองค์เถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕)

ข้อ ๒๒๖

พราหมณ์บางพวกถือถุงย่ามที่เต็มด้วยรากไม้ปากปิด ติดสลากยาบ้าง รดน้ำมนต์บ้าง เป่าเสกคาถาอาคมบ้าง

ข้อ ๒๒๗

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนหมอ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนหมอเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๒๘

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๒๙

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๓๐

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือกังสดาลป่าวประกาศไปข้างหน้าบ้าง ไปรับใช้บ้าง ศึกษาวิชาการเกี่ยวกับรถบ้าง

ข้อ ๒๓๑

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนรับใช้ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนรับใช้เหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๓๒

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๓๓

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๕๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕) (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๓๔

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือคนโทน้ำและไม้เท้าคด เข้าไปพึ่งพาพระราชาในคามและนิคมด้วยตั้งใจว่า เมื่อชาวบ้านหรือชาวนิคมไม่ให้ เราจะไม่ออกไป

ข้อ ๒๓๕

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนผู้กดขี่ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนผู้กดขี่เหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๓๖

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๓๗

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๓๘

พราหมณ์อีกพวกหนึ่ง มีขนรักแร้ เล็บ และขนงอกขึ้นยาว มีฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ เกรอะกรังไปด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกเที่ยวไปอยู่

ข้อ ๒๓๙

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขุดตอไม้ที่ถูกไฟไหม้ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขุดตอไม้ ที่ถูกไฟไหม้เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๔๐

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕)

ข้อ ๒๔๑

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๔๒

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งเหล่าชน พราหมณ์อีกพวกหนึ่งย่อมค้าขายผลสมอ มะขามป้อม ผลมะม่วง ผลหว้า สมอพิเภก ขนุนสำปะลอ ไม้ชำระฟัน ผลมะตูม และพุทรา

ข้อ ๒๔๓

ลูกเกด อ้อยลำ น้ำอ้อยงบ กล้องสูบยาเส้น น้ำผึ้ง และยาหยอดตา และย่อมค้าขายสิ่งของที่มีค่ามากและมีค่าน้อย

ข้อ ๒๔๔

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้า เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๔๕

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๔๖

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๔๗

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งให้กระทำกสิกรรมและพาณิชกรรม เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ ตกแต่งหญิงสาว ทำวิวาหมงคลและอาวาหมงคล

ข้อ ๒๔๘

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้าคหบดี เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าคหบดีเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕) (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๔๙

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๕๐

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๕๑

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งเป็นปุโรหิตประจำบ้าน บริโภคภิกษาที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ชนจำนวนมากย่อมสอบถามพราหมณ์เหล่านั้น พราหมณ์เหล่านั้นเป็นนักตอนสัตว์และตีตราสัตว์

ข้อ ๒๕๒

แม้สัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เช่น กระบือ สุกร และแพะ ในบ้านเหล่านั้น ก็ถูกพราหมณ์เหล่านั้นฆ่า แม้พวกพราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายโคฆาต เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนนายโคฆาตเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๕๓

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๕๔

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๕๕

พราหมณ์ทั้งหลายถือดาบและโล่หนัง เหน็บกริช ยืนดักอยู่ที่ทางเดินของพวกพ่อค้าบ้าง คอยคุ้มครองกองเกวียนบ้าง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕)

ข้อ ๒๕๖

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนเลี้ยงโค และโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเขาก็เรียกกันว่าพราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ ผู้เป็นเสมือนคนเลี้ยงโคและโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๕๗

ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๕๘

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๕๙

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งสร้างกระท่อมอยู่ในป่า ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่าย เสือปลา ปลา และเต่า ตลอดจนถึงเหี้ย

ข้อ ๒๖๐

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายพราน เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ ผู้เป็นเสมือนนายพรานเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๖๑

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๖๒

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๔. ปกิณณกนิบาต] ๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕) (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

ข้อ ๒๖๓

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งปรารถนาทรัพย์ก็ลงนอนอยู่ใต้เตียง เมื่อเริ่มทำพิธีโสมยาคะ ก็ให้พระราชาทั้งหลายสรงสนาน ณ เบื้องบน

ข้อ ๒๖๔

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขัดสนิม เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขัดสนิมเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

ข้อ ๒๖๕

ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

ข้อ ๒๖๖

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก (วิธุรอำมาตย์ครั้นแสดงผู้เป็นพราหมณ์เพียงแค่ชื่อ บัดนี้เพื่อจะแสดงผู้เป็นพราหมณ์โดยปรมัตถ์ จึงได้กล่าว ๒ คาถาว่า)

ข้อ ๒๖๗

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์ยังมีอยู่ พระเจ้าข้า

ข้อ ๒๖๘

พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารมื้อเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า (พระเจ้าโกรัพยะทรงสดับดังนั้นแล้วดีพระทัย จึงตรัสว่า)

ข้อ ๒๖๙

วิธุระ พราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่านั้นแหละ วิธุระ จงรีบนิมนต์พวกท่านมาเร็วๆ ทสพราหมณชาดกที่ ๑๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๖๔}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงพระปรารภอสทิสทาน ตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ราชา อโวจ วิธูรํ ดังนี้.

เรื่องอสทิสทานนั้นมีความพิสดารปรากฏแล้ว ในวิธูรชาดก อัฏฐนิบาต

เรื่องมีว่า ปางเมื่อพระราชาจะทรงถวายทานนั้น ทรงเลือกคัดภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูปกระทำพระศาสดาให้ทรงเป็นประธาน และได้ทรงถวายทานแด่พระมหาขีณาสพทั้งนั้น. ครั้งนั้นเมื่อภิกษุจะกล่าวคุณกถาของท้าวเธอ ยกเรื่องขึ้นสนทนากันในธรรมสภาว่าผู้มีอายุทั้งหลาย พระราชาเมื่อจะทรงถวายอสทิสทาน ได้ทรงเลือกถวายในภิกษุผู้เป็นที่ประดิษฐานแห่งมรรคผล.

พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อกี้ พวกเธอกำลังสนทนาเรื่องอะไรกัน เมื่อพวกภิกษุพากันกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว

ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่น่าอัศจรรย์เลยที่โกศลราชผู้อุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าเช่นเรา ทรงเลือกถวายทาน ปวงบัณฑิตแต่ก่อน เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ ก็เคยเลือกถวายแล้ว

ภิกษุเหล่านั้นพากันกราบทูลอาราธนา ทรงนำอดีตนิทานมาดังต่อไปนี้

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิลโคตรเสวยราชสมบัติ ณ พระนคร อินทปัต แคว้นกุรุ. อำมาตย์ของพระองค์นามว่าวิธูระ คอยถวายอรรถและธรรม. พระราชาทรงยังชมพูทวีปทุกแห่งหนให้กระฉ่อน ทรงถวายมหาทาน.

บรรดาคนที่รับทานนั้นบริโภค จะหาคนหนึ่งที่รักษาศีล ๕ ก็ไม่มีเลย ทุกคนทุศีลทั้งนั้นทานมิได้กระทำให้พระราชาทรงยินดี พระราชาเข้าพระหทัยว่า การเลือกให้ทานมีผลมากทรงมีพระประสงค์จะให้ทานแก่ผู้มีศีล ทรงดำริว่า ต้องปรึกษากับวิธูรบัณฑิต. ท้าวเธอทรงรับสั่งให้ท่านผู้มาสู่ที่เฝ้านั่งเหนืออาสนะ ตรัสถามปัญหา.

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสกึ่งพระคาถาว่า

พระราชายุธิฏฐิลทรงปรารถนาธรรม ได้ตรัสกะวิธูรอำมาตย์.

ต่อไปเป็นดำรัสของพระราชาและคำตอบของท่านวิธูระว่า

พระเจ้ายุธิฏฐิละผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสกับวิธูรอำมาตย์ว่า

ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรมซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจะให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีลเป็นพหูสูตงดเว้นจากเมถุนธรรม ที่สมควรจะบริโภคโภชนาหารของพระองค์นั้นหาได้ยากข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า ชาติพราหมณ์มี ๑๐ ชาติขอพระองค์จงทรงสดับการจำแนกแจงชาติพราหมณ์เหล่านั้นของข้าพระองค์

ชนทั้งหลายถือเอากระสอบอันเต็มไปด้วยรากไม้เรียบร้อย ปิดสลากบอกสรรพคุณยาไว้รดน้ำมนต์และร่ายมนต์ ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเป็นเหมือนกับหมอก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์มิได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรมซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ชนทั้งหลายถือกระดิ่ง ตีประกาศไปข้างหน้าบ้าง คอยรับใช้บ้าง ศึกษาในการขับรถบ้าง ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนบำเรอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เหล่านั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

พวกพราหมณ์ถือน้ำเต้าและไม้สีฟัน คอยเข้าใกล้พระราชาทั้งหลาย ในบ้านและนิคมด้วยตั้งใจว่าเมื่อคนทั้งหลายในบ้านหรือนิคมไม่ให้อะไรๆ พวกเราจักไม่ลุกขึ้น ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับผู้กดขี่ข่มเหง ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ คนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรมซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ชนทั้งหลายมีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะเกรอะกรังด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกท่องเที่ยวไปข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้นแม้จะเหมือนกับมนุษย์ขุดตอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งประชาชน ชนทั้งหลายขายสิ่งของเครื่องชำ คือผลสมอ ผลมะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก ขนุนสำมะลอไม้สีฟัน มะตูม พุทรา ผลเกด อ้อยและงบน้ำอ้อย เครื่องโบกควัน น้ำผึ้งและยาหยอดตา ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับพ่อค้า ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ชนทั้งหลายใช้คนให้ทำการไถและการค้า ใช้ให้เลี้ยงแพะเลี้ยงแกะสู่ขอนางกุมารีทำการวิวาหมงคลและอาวาหมงคล ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับกุฎุมพีและคฤหบดี ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูตงดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉันดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ยังอีกพวกหนึ่งเล่า เป็นปุโรหิตในบ้านบริโภคภิกษาที่เก็บไว้ชนเป็นอันมากพากันถามปุโรหิตบ้านเหล่านั้น พวกเหล่านั้นจักรับจ้างตอนสัตว์แม้ปศุสัตว์คือกระบือ สุกร แพะถูกฆ่าเพราะปุโรหิตชาวบ้านเหล่านั้นข้าแต่พระราชา คนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนฆ่าโค ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

อีกพวกหนึ่งเป็นพราหมณ์ถือดาบและโล่เหน็บกระบี่ ยืนเฝ้าอยู่ที่ย่านพ่อค้าบ้างรับคุ้มครองขบวนเกวียนบ้าง ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนคนเลี้ยงโคและนายพราน ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

ชนทั้งหลายปลูกกระท่อมไว้ในป่า ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่ายและเสือปลาตลอดถึงเหี้ยทั้งปลาและเต่าข้าแต่พระราชา ชนทั้งหลายแม้จะเป็นผู้เสมอกับนายพราน เขาก็เรียกกันว่าพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

อีกพวกหนึ่งย่อมนอนใต้เตียง เพราะปรารถนาทรัพย์ พระราชาทั้งหลายสรงสนานอยู่ข้างบน ในคราวมีพิธีโสมยาคะข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้นแม้จะเหมือนกับคนกวาดมลทิน ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้วเราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.

ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลวนฺเต ได้แก่ ท่านผู้มีศีลที่มากับมรรค. บทว่า พหุสฺสุเต ได้แก่ ท่านผู้เป็นพหูสูตด้วยปฏิเวธ. บทว่า ทกฺขิณํ ได้แก่ทาน. บทว่า เย ได้แก่ หมู่สมณะและพราหมณ์ผู้ทรงธรรมเหล่าใด ควรบริโภคทานนั้น สมณะและพราหมณ์เหล่านั้นหาได้ยาก. บทว่า พฺราหฺมณชาติโย ได้แก่ ตระกูลของพราหมณ์.

บทว่า เตสํ วิภงฺควิจยํ ความว่า เชิญพระองค์ทรงสดับการจำแนกพราหมณ์เหล่านั้น อันเป็นความวิจิตรแห่งปัญญาของข้าพระพุทธเจ้าโดยพิสดาร.

บทว่า สํวุเต ได้แก่ ผูกปากร่วมไว้.

บทว่า โอสธิกาเย คนฺเถนฺติ ความว่า ประพันธ์ฉันท์อย่างนี้ว่า ยาขนานนี้สำหรับโรคนี้ ขนานนี้สำหรับโรคนี้ แล้วให้ฝูงคน. บทว่า นฺหาปยนฺติ ได้แก่ ทำน้ำที่เรียกว่าน้ำสรง(น้ำมนต์). บทว่า ชปนฺติ จ ความว่า ร่ายวิชชัมภูต.

บทว่า ติกิจฺฉกสมา คือ เสมือนด้วยแพทย์.

บทว่า เตปิ วุจฺจนฺติ ความว่า แม้พวกนั้นก็มิได้รู้เลยว่าพวกเราเป็นพราหมณ์หรือมิใช่พราหมณ์ คงเลี้ยงชีวิตด้วยเวชกรรมเรื่อยไป ฝูงชนพากันเรียกว่าพราหมณ์ตามโวหาร.

บทว่า อกฺขาตา เต ความว่า ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพวกพราหมณ์ที่ชื่อว่า พราหมณ์หมอเหล่านี้นั้นแล้ว.

บทว่า นิปตามเส ความว่า ท่านวิธูระกราบทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระปรีชา พวกเรายังจะเข้าไปหาเพื่อต้องการนิมนต์พวกพราหมณ์เช่นนั้นหรือ คือพระองค์ยังมีความต้องการพวกพราหมณ์เหล่านี้อยู่หรือ.

บทว่า พฺราหฺมญฺญา ได้แก่ พราหมณธรรม. บทว่า น เต วุจฺจนฺติ ความว่า พวกนั้นจะเรียกว่าพราหมณ์ ตามความหมายว่าผู้มีบาปอันลอยเสียแล้วไม่ได้.

บทว่า กิงฺกิณิโย ความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ยังมีพวกพราหมณ์พวกหนึ่งละทิ้งพราหมณธรรมของตนเสีย ถือเอากังสดาลบรรเลงขับร้องไปข้างหน้าพระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชา เพื่อต้องการเครื่องเลี้ยงชีพ.

บทว่า เปสนานิปิ ความว่า บางทีก็รับใช้เหมือนอย่างทาสและกรรมกร.

บทว่า รถจริยาสุ ความว่า ย่อมศึกษาในรถศิลปะ. บทว่า ปริจาริกสมา คือ เสมือนทาสและกรรมกร. บทว่า ปงฺกทณฺฑํ ได้แก่ ไม้สีฟัน.

บทว่า ปจฺจุเปสฺสนฺติ ราชาโน ความว่า พวกพราหมณ์อีกพวกหนึ่ง เข้าไปคบหาใกล้ชิดพระราชาและมหาอำมาตย์ของพระราชา.

บทว่า คาเมสุ นิคเมสุ จ ความว่า นั่งอยู่ใกล้ประตูนิเวศน์ของท่านเหล่านั้น.

บทว่า นิคฺคาหกสมา ความว่า เป็นเสมือนราชบุรุษผู้เก็บภาษีอากร หมายความว่า คนเหล่านั้นกล่าวว่า เก็บไม่ได้ไม่ยอมไปกระทำการเร่งรัดเอาจนได้ทีเดียวฉันใด ก็คิดว่า จะไปในบ้านหรือในป่าก็ตาม เมื่อยังไม่ได้แล้วพวกเราจะตายก็ไม่ขอลุกขึ้น แล้วอยู่ประจำฉันนั้น.

บทว่า เตปิ ได้แก่ แม้พวกนั้นเล่าก็เป็นเสมือนพนักงานเก็บภาษีอากรมีบาปกรรม.

บทว่า รชชลฺเลหิ ความว่า ยังอีกพวกหนึ่งโสมมด้วยละอองฝุ่น.

บทว่า ยาจกา ได้แก่ คนขอทรัพย์เสมือนคนขุดตอ คือเป็นผู้เสมอกับก่นตอไม้ในไร่ที่เผาแล้วได้แก่พวกคนที่พากันขุดดินแล้วถอนตอไม้ที่ไฟไหม้ เพราะมีร่างกายสกปรกและเพราะยืนอยู่ด้วยความไม่เคลื่อนไหวด้วยตั้งใจว่า ไม่ได้รับไม่ไป จึงเป็นเสมือนตอไม้ที่เขาขุดขึ้นวางไว้ฉะนั้น.

บทว่า เตปิ ความว่า พวกนั้นเล่าก็เก็บออมทรัพย์ที่ได้ด้วยวิธีนั้นไว้จนร่ำรวยแล้ว ยังเที่ยวไปอย่างนั้นอีก เป็นพราหมณ์ทุศีล.

บทว่า อุจฺฉุปูฏํ ได้แก่ อ้อยและน้ำอ้อยงบ. บทว่า มธุอญฺชนํ ได้แก่ น้ำผึ้งและยาหยอดตา. บทว่า อุจฺจาวจานิ คือ มีค่าน้อยและมาก.

บทว่า ปณิยานิ ได้แก่ สิ่งของทั้งหลาย. บทว่า วิปเณนฺติ ได้แก่ ย่อมซื้อขาย.

บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นผู้ค้าขายสิ่งของเหล่านี้เพียงเท่านี้ เลี้ยงชีพก็เป็นพราหมณ์พ่อค้า.

บทว่า โปสยนฺติ คือได้เลี้ยงเพื่อเลี้ยงชีวิตโดยทางซื้อขาย.

บทว่า ปเวจฺฉนฺติ ความว่า รับเงินทองให้ธิดาของตนแก่ผู้อื่น พวกนั้นให้แก่ผู้อื่นอย่างนี้เรียกว่า วิวาหะรับ(ธิดาของคนอื่น) เพื่อบุตรของตน เรียกอาวาหะ.

บทว่า อมฺพฏฺฐเวเสหิ ความว่า พวกนั้นเสมือนกับพวกกุฎุมพีและคหบดี แม้พวกนั้นก็เรียกกันว่า พราหมณ์ด้วยอำนาจแห่งบัญญัติ.

บทว่า นิกฺขิตฺตภิกฺขํ ได้แก่ ยังอีกพวกหนึ่งนั้นเล่า เป็นพวกปุโรหิตประจำบ้าน บริโภคภิกษาที่เขากะไว้เพื่อประโยชน์แก่ตน.

บทว่า พหู เน ความว่า ชนเป็นอันมากพากันถามยามและการมงคลกะพวกปุโรหิตประจำบ้านเหล่านั้น.

บทว่า อณฺฑจฺเฉทานิ ลญฺจกา ความว่า พวกเหล่านั้นยังรับจ้างตอนวัวเปลี่ยวเป็นต้น และรับจ้างสักอวัยวะเป็นรูปตรีศูลเป็นต้น คือกระทำเครื่องหมาย.

บทว่า ตตฺถ ความว่า ในเรือนของพวกปุโรหิตประจำบ้าน ฝูงสัตว์เลี้ยงเป็นต้นเหล่านั้นพากันถูกฆ่าเพื่อจำหน่ายเนื้อ.

บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นจะเป็นเสมือนคนฆ่าโค ก็ยังเรียกกันว่าพราหมณ์.

บทว่า อสิจมฺมํ ได้แก่ ดาบและเครื่องป้องกันลูกศรที่ทำด้วยหนัง.

บทว่า เวสฺสปเถสุ ได้แก่ ในทางเดินของพวกพ่อค้า.

บทว่า อมฺพาหยนฺติ ความว่า บางทีก็รับเอากระษาปณ์ ๑๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ บ้าง จากมือของนายกองเกวียนเข้าสู่ดงย่านพวกโจรไป.

บทว่า โคปนิสาเทหิ ความว่า พวกนั้นเสมือนกับพวกนายโคบาล และพวกนายพรานคือโจรผู้ปล้นบ้าน.

บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นคือเห็นปานนั้นก็เรียกกันว่าพราหมณ์.

บทว่า กูฏานิ การยนฺติ เต ความว่า ยังอีกพวกหนึ่ง(สร้างกระท่อมในป่า) ก่อสร้างกลโกงต่างๆ มีบ่วงแร้วเป็นต้น. บทว่า สสํ วิฬารํ ความว่า ดักมฤคที่เที่ยวไปบนบก ซึ่งแสดงความคำว่า กระต่ายและแมวนั้น.

บทว่า อาโคธา มจฺฉกจฺฉปํ ความว่า เบียดเบียนคือฆ่าเสีย ซึ่งบรรดาสัตว์ที่เกิดบนบก ที่มีชีวิตใหญ่และเล็ก จนถึงเหี้ยเป็นที่สุด บรรดาสัตว์เกิดในน้ำ ก็ฝูงปลาและเต่า.

บทว่า เตปิ คือ แม้พวกนั้นจะเสมือนพรานผู้ฉกาจ ก็ยังเรียกกันว่าพราหมณ์.

บทว่า อญฺเญ ธนสฺส กามาหิ ความว่า ยังมีพราหมณ์พวกหนึ่ง ปรารถนาแต่จะได้ทรัพย์.

บทว่า เหฏฺฐา มญฺเจ ปสกฺขิตา ความว่า พวกนั้นคิดว่า พวกเราจักได้กระทำกรรม คือการไล่กลีแล้วให้สร้างเตียงอันสำเร็จด้วยแก้วมุดเข้าไปนอนอยู่ใต้เตียงแก้วนั้น ครั้นถึงวิธีโสมยาคะของพวกนั้น พระราชาทั้งหลายก็ทรงสรงในเบื้องบนได้ยินว่า พวกนั้นครั้นพิธีโสมยาคะเสร็จแล้วพากันมานั่งเหนือเตียงนั้น ลำดับนั้น พราหมณ์พวกอื่นดำริว่า พวกเราจักขับกลี ก็ให้พวกนั้นอาบน้ำ เตียงแก้วและราชาลังการของพระราชาทุกอย่างเป็นของผู้นอนใต้เตียงทั้งนั้น.

บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นจะเสมือนกับคนกวาดมลทิน คือคนที่เขาอาบรดก็เรียกกันว่าพราหมณ์.

พระโพธิสัตว์กราบทูลแถลงถึงพวกพราหมณ์ เพียงบัญญัติเรียกเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว คราวนี้ เมื่อจะทูลแถลงถึงพราหมณ์ผู้มีประโยชน์ยอดเยี่ยม

ได้กราบทูลคาถา ๒ คาถาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรมซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่ดื่มน้ำเมาข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์แล้วพวกเราคงต้องการพราหมณ์เช่นนี้ซิ พระเจ้าข้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลวนฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยอริยศีล.

บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นพหูสูตเพราะปฏิเวธ.

บทว่า ตาทิเส ความว่า พวกเราคงจะเข้าใกล้พราหมณ์ คือพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว เห็นปานนั้น.

พระราชาทรงสดับคำของท่านแล้ว ตรัสถามว่า สหายวิธูระ ท่านพราหมณ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลเลิศเช่นนี้ อยู่ที่ไหนเล่า.

กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ท่านอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลในหิมวันต์ตอนเหนือ พระเจ้าข้า.

รับสั่งว่า พ่อบัณฑิต ถ้าเช่นนั้น เธอจงช่วยแสวงหาท่านพราหมณ์พวกนั้นแก่เราด้วยกำลังของเธอเถิด ทรงดีพระฤทัยตรัสคาถาว่า

ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมาโดยเร็วด้วยเถิด.

พระมหาสัตว์รับพระดำรัสของพระองค์ด้วยคำว่า สาธุ กราบทูลว่าข้าแต่มหาราชเจ้า ถ้าเช่นนั้น พระองค์ให้ราชบุรุษนำกลองออกไปเที่ยวตีประกาศว่าชาวพระนครทุกคนจงตกแต่งพระนครพากันให้ทาน อธิษฐานอุโบสถและถือศีล จงทั่วกันเถิดแม้พระองค์ก็ทรงสมาทานอุโบสถกับชนผู้เป็นบริษัทเถิด พระเจ้าข้า

ตนเองพอรุ่งเช้าบริโภคแล้ว สมาทานอุโบสถตอนเย็นให้คนนำผอบทองเต็มด้วยดอกไม้ตามธรรมชาติกับพระราชาประดิษฐานเบญจางคประดิษฐ์ระลึกถึงพระคุณทั้งหลายแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายกราบไหว้แล้วนิมนต์ด้วยคำว่า

ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าประมาณ ๕๐๐ องค์ผู้สถิตอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลกะในหิมวันตประเทศตอนเหนือ จงรับภิกษาของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันพรุ่งนี้

แล้วทิ้งกำดอกไม้ ๘ กำไปในอากาศ.

ครั้งนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์อยู่ ณ ที่นั้น ดอกไม้ทั้งหลายลอยไปตกลงในเบื้องบนสำนักแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น พระคุณท่านนึกอยู่รู้เหตุนั้นแล้วกล่าวว่า ท่านผู้มีเนียรทุกข์ทั้งหลาย ชาวเรา วิธูรบัณฑิตนิมนต์แล้วก็แหละท่านผู้นี้มิใช่สัตว์พอดีพอร้าย ท่านผู้นี้เป็นหน่อเนื้อแห่งพระพุทธเจ้า จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกัปนี้แลพวกเราต้องกระทำสงเคราะห์ท่าน พากันรับนิมนต์.

พระมหาสัตว์ทราบ การที่พระปัจเจกพุทธเจ้ารับนิมนต์ ด้วยสัญญาที่ดอกไม้ทั้งหลายไม่คืนมากราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายจักพากันมาเชิญพระองค์ทรงกระทำสักการะและสัมมานะเถิด พระเจ้าข้า.

วันรุ่งขึ้น พระราชาทรงกระทำสักการะใหญ่โต ให้ตกแต่งอาสนะอันควรค่ามากในท้องพระโรงหลวงฝ่ายพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นพากันกระทำปรนนิบัติสรีระ ในสระอโนดาต เสร็จแล้วกำหนดเวลาพากันมาทางอากาศลงที่ท้องพระลานหลวง

พระราชาและพระโพธิสัตว์มีใจเลื่อมใส รับบาตรจากหัตถ์แห่งพระคุณท่านเหล่านั้น เชิญขึ้นปราสาท ให้นั่งแล้วถวายทักษิโณทก อังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะ อันประณีต ในที่สุดแห่งภัตกิจของพระคุณท่านเหล่านั้น ก็นิมนต์เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้นๆ ต่อๆ กันไป รวมเป็น ๗ วันด้วยวิธีนี้ถวายมหาทานในวันคำรบ ๗ ได้ถวายบริขารทั้งปวง.

พระคุณท่านเหล่านั้นกระทำอนุโมทนาแล้ว พากันไป ณ เงื้อมเขานันทมูลกะนั้นทางอากาศ. บริขารทั้งหลายเล่า ก็ไปพร้อมกันกับพระคุณท่านทีเดียวแล.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสย้ำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่โกศลราชผู้อุปัฏฐากของเราถวายวิเจยยทาน (การเลือกแล้วให้)ไม่น่าอัศจรรย์ บัณฑิตแต่ปางก่อนถึงพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ ก็ได้ถวายทานแล้วเหมือนกัน

ทรงประชุมชาดกว่า

พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็น พระอานนท์

พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ปรินิพพานแล้ว

ส่วนวิธูรบัณฑิตได้มาเป็น เราตถาคต แล.

จบอรรถกถาทสพราหมณชาดกที่ ๑๒ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา