๑๐. มุณิกชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐ มุณิกชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๑๐. มุณิกชาดก ว่าด้วยลักษณะของผู้มีอายุยืน
มา มุณิกสฺส ปิหยิ อาตุรนฺนานิ ภุญฺชติ อปฺโปสฺสุกฺโก ภุสงฺขาท เอตํ ทีฆายุลกฺขณนฺติ ฯ มุณิกชาตกํ ทสมํ ฯ กุรุงฺควคฺโค ตติโย ฯ --------- ตสฺสุทฺทานํ กุรุงฺคสฺส กุกฺกุร โภชวโร ปุน วาฬวสฺสสิริวยโน มหิฬามุข นามนุญฺญวโร วหเต ธุร มุณิเกน ทส ฯ
ท่านอย่าริษยาหมู่มุณิกะเลย มันกินอาหารอันเป็นเหตุให้เดือดร้อน ท่าน จงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย กินแต่แกลบเถิด นี่เป็นลักษณะแห่ง ความเป็นผู้มีอายุยืน. จบ มุณิกชาดกที่ ๑๐. จบ กุรุงควรรคที่ ๓. -----------------------------------------------------รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. กุรุงคมิคชาดก ๒. กุกกุรชาดก ๓. โภชาชานียชาดก ๔. อาชัญญชาดก ๕. ติตถชาดก ๖. มหิฬามุขชาดก ๗. อภิณหชาดก ๘. นันทิวิสาลชาดก ๙. กัณหชาดก ๑๐. มุณิกชาดก. -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๐. มุนิกชาดก (๓๐) ว่าด้วยหมูชื่อมุนิกะ (โคโพธิสัตว์พูดกับน้องซึ่งมีความน้อยใจว่า เขาเลี้ยงด้วยหญ้าและฟาง เลี้ยง สุกรด้วยข้าวต้มและข้าวสวย จึงกล่าวคาถานี้ว่า) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๒} พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑. เอกกนิบาต] ๔. กุลาวกวรรค ๑. กุลาวกชาดก (๓๑)
เธออย่าปรารถนาเป็นอย่างหมูมุนิกะเลย หมูมุนิกะกินอาหารอันเป็นเหตุให้เดือดร้อน เธอจงเป็นผู้ขวนขวายน้อย กินข้าวลีบเถิด การกินข้าวลีบนี้เป็นเหตุให้มีอายุยืนมุนิกชาดกที่ ๑๐ จบ กุรุงควรรคที่ ๓ จบ รวมชาดกที่มีในวรรคนี้คือ ๑. กุรุงคมิคชาดก ๒. กุกกุรชาดก ๓. โภชาชานียชาดก ๔. อาชัญญชาดก ๕. ติตถชาดก ๖. มหิฬามุขชาดก ๗. อภิณหชาดก ๘. นันทิวิสาลชาดก ๙. กัณหชาดก ๑๐. มุนิกชาดก
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประเล้าประโลมของเด็กหญิงอ้วน จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า มา มุณิกสฺส ดังนี้.
เรื่องการประเล้าประโลมนั้นจักมีแจ้งในจุลลนารทกัสสปชาดก เตรสนิบาต.
ก็พระศาสดาตรัสถามภิกษุนั้นว่า ดูก่อนภิกษุ ได้ยินว่า เธอเป็นผู้กระสันจะสึกจริงหรือ?
ภิกษุนั้นทูลว่า พระเจ้าข้า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ. พระศาสดาตรัสถามว่า เพราะอาศัยอะไร? ภิกษุนั้นกราบทูลว่า เพราะอาศัยการประเล้าประโลมของเด็กหญิงอ้วน พระเจ้าข้า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เด็กหญิงอ้วนนั้นกระทำความพินาศแก่เธอ ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อน ในวันวิวาห์ของเด็กหญิงอ้วนนี้ เธอก็ถึงความสิ้นชีวิต ถึงความเป็นแกงอ่อมของมหาชน แล้วทรงนำอดีตนิทานมา ดังต่อไปนี้
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดโค ในบ้านของกุฏุมพีคนหนึ่ง ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยมีชื่อว่า มหาโลหิต ฝ่ายน้องชายของพระโพธิสัตว์ ได้เป็นผู้ชื่อว่า จูฬโลหิต ธุระการงานในตระกูลนั้นนั่นแล ย่อมดำเนินไปได้ เพราะอาศัยโค ๒ ตัวพี่น้องนั้น นั่นเอง.
ก็ในตระกูลนั้น มีเด็กหญิงคนหนึ่ง. กุลบุตรชาวเมืองคนหนึ่ง ขอเด็กหญิงนั้นเพื่อบุตรของตน. บิดามารดาของเด็กหญิงนั้น ให้ข้าวยาคูและภัตเลี้ยงดูสุกร ชื่อว่า มุณิกะด้วยหวังว่า แกงอ่อมจักมีเพื่อแขกทั้งหลายผู้มาในวันวิวาห์ของเด็กหญิง.
โคจูฬโลหิตเห็นดังนั้น จึงถามพี่ชายว่า ธุระการงานในตระกูลนี้ เมื่อจะดำเนินไป ก็อาศัยเราพี่น้องทั้งสอง จึงดำเนินไปได้ แต่คนเหล่านี้ให้เฉพาะแต่หญ้าและใบไม้แก่พวกเรา กลับปรนเปรอสุกรด้วยข้าวยาคูและภัต ด้วยเหตุไรหนอ สุกรนี้จึงได้ยาคูและภัตนั้น.
ลำดับนั้น โคผู้พี่จึงกล่าวแก่โคจูฬโลหิตผู้น้องว่า ดูก่อนพ่อจูฬโลหิต เจ้าอย่าริษยาโภชนะของสุกรนั้นเลยสุกรนี้กำลังบริโภคภัตเป็นเหตุตาย ในวันวิวาห์ของกุมาริกา สุกรนี้จักเป็นแกงอ่อมสำหรับแขกผู้มาเพราะเหตุนั้น ชนเหล่านี้จึงเลี้ยงดูสุกรนี้ โดยล่วงไป ๒-๓ วันแต่นี้ไป คนทั้งหลายจักพากันมา เมื่อเป็นอย่างนั้น เจ้าจักได้เห็นสุกรนั้น ถูกจับที่เท้าทั้งหลาย ดึงออกมาจากใต้เตียงถูกเขาฆ่ากระทำแกงและกับข้าว เพื่อแขกทั้งหลาย แล้วกล่าวคาถานี้ว่า
ท่านอย่าริษยาหมูมุณิกะเลย มันกินอาหาร อันเป็นเหตุให้เดือดร้อน ท่านจงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อย กินแต่แกลบเถิด นี่เป็นลักษณะแห่งความเป็นผู้มีอายุยืน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มา มุณิกสฺส ปิหยิ ความว่า ท่านอย่ายังความริษยาให้เกิดขึ้นในโภชนะของหมูมุณิกะคืออย่าริษยาต่อหมูมุณิกะ ว่า หมูนี้บริโภคโภชนะดี ได้แก่อย่าปรารถนาเป็นอย่างหมูมุณิกะว่า เมื่อไรหนอแม้เราก็จะมีความสุขอย่างนี้ เพราะหมูมุณิกะนี้บริโภคอาหาร อันเป็นเหตุเดือดร้อน.
บทว่า อาตุรนฺนานิ ได้แก่ โภชนะเป็นเหตุให้ตาย.
บทว่า อปฺโปสฺสุโก ภุสงฺขาท ความว่า ท่านจงเป็นผู้มีความขวนขวายน้อยในโภชนะของหมูมุณิกะนั้น จงบริโภคแกลบที่ตนได้เถิด.
บทว่า เอตํ ทีฆายุลกฺขณํ ความว่า นี่เป็นเหตุแห่งความเป็นผู้มีอายุยืน.
แต่นั้น ไม่นานนัก คนเหล่านั้นก็พากันมา ฆ่าหมูมุณิกะแล้วแทงโดยประการต่างๆ พระโพธิสัตว์กล่าวกะโคจูฬโลหิตว่า พ่อ เจ้าเห็นหมูมุณิกะแล้วหรือ.
โคจูฬโลหิตกล่าวว่า ข้าแต่พี่ ผลแห่งการบริโภคของหมูมุณิกะฉันเห็นแล้ว ของสักว่าหญ้า ใบไม้และแกลบเท่านั้นของพวกเรา อุดม ไม่มีโทษ และเป็นลักษณะแห่งความเป็นผู้มีอายุยืน กว่าภัตของหมูมุณิกะ โดยร้อยเท่า พันเท่า.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ แม้ในกาลก่อน เธอก็อาศัยกุมาริกานี้ถึงความสิ้นชีวิต แล้วถึงความเป็นแกงอ่อมของมหาชน ด้วยประการอย่างนี้แล. ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันอยากสึก ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. แม้พระศาสดาก็ทรงสืบอนุสนธิ แล้วทรงประชุมชาดกว่า
มุณิกสุกรในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุผู้กระสันจะสึก
กุมาริกานี้แหละได้เป็น กุมาริกาอ้วน
โคจูฬโลหิตได้เป็น พระอานนท์
ส่วนโคมหาโลหิตได้เป็น เรา แล.
จบอรรถกถามุณิกชาดกที่ ๑๐. จบ กุรุงควรรคที่ ๓. -----------------------------------------------------
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุรุงคมิคชาดก ว่าด้วย กวางกุรุงคะ
๒. กุกกุรชาดก ว่าด้วย สุนัขที่ถูกฆ่า
๓. โภชาชานียชาดก ว่าด้วย ม้าสินธพอาชาไนย
๔. อาชัญญชาดก ว่าด้วย ม้าอาชาไนยกับม้ากระจอก
๕. ติตถชาดก ว่าด้วย การเบื่อเพราะซ้ำซาก
๖. มหิฬามุขชาดก ว่าด้วย การเสี้ยมสอน
๗. อภิณหชาดก ว่าด้วย การเห็นกันบ่อยๆ
๘. นันทิวิสาลชาดก ว่าด้วย การพูดดี
๙. กัณหชาดก ว่าด้วย ผู้เอาการเอางาน
๑๐. มุณิกชาดก ว่าด้วย ลักษณะของผู้มีอายุยืน
-----------------------------------------------------