๗. จตุมัฏฐชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗ จตุมฏฺฐชาตกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. จตุมัฏฐชาดก ผู้เลวทราม ๔ อย่าง
อุจฺเจ วิฏปิมารุยฺห มนฺตยโวฺห รโหคตา นีเจ โอรุยฺห มนฺตโวฺห มิคราชาปิ โสสฺสติ ฯ
ท่านทั้งสองพากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูง อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากัน เชิญท่านลงมาปรึกษากันในที่ต่ำเถิด พระยาเนื้อจักได้ฟังบ้าง.
ยํ สุปณฺโณ สุปณฺเณน เทโว เทเวน มนฺตเย กึ ตตฺถ จตุมฏฺฐสฺส วิลํ ปวิส ชมฺพุกาติ ฯ จตุมฏฺฐชาตกํ สตฺตมํ ฯ ---------
สุบรรณกับสุบรรณเขาปรึกษากัน เทวดากับเทวดาเขาพูดกันในเรื่องนี้ จะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอกเลวทราม ๔ อย่าง (สรีระ ๑ ชาติ ๑ เสียง ๑ คุณ ๑) เล่า แน่ะสุนัขจิ้งจอกตัวชาติชั่ว เจ้าจงเข้าไปสู่ ปล่องเถิด. จบ จตุมัฏฐชาดกที่ ๗.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. จตุมัฏฐชาดก (๑๘๗) ว่าด้วยสุนัขจิ้งจอกมีเหตุชั่วช้า ๔ ประการ (รุกขเทวดาโพธิสัตว์สนทนากับพญาหงส์ว่า)
ท่านทั้ง ๒ พากันขึ้นไปยังค่าคบไม้ อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากันบนต้นไม้สูง เชิญท่านลงมาปรึกษากันข้างล่างเถิด พญาเนื้อจะได้ฟังบ้าง (ในเวลาที่ลูกหงส์ ๒ ตัวรังเกียจสุนัขจิ้งจอกแล้วพากันบินกลับไปพระโพธิสัตว์จึงกล่าวว่า)
ครุฑกับครุฑพึงปรึกษากัน เทวดากับเทวดาพึงปรึกษากัน เรื่องนั้นจะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอกชั่วช้า ๔ ประการ นี่สุนัขจิ้งจอกชั่วช้า เจ้าจงเข้าโพรงไปเถิด จตุมัฏฐชาดกที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ คำว่า ชั่วช้า ๔ ประการ ได้แก่ (๑) รูปไม่งาม (๒) ชาติกำเนิดต่ำ (๓) เสียงไม่ไพเราะ (๔) ด้อยคุณธรรม@(ขุ.ชา.อ. ๓/๗๔/๑๔๒)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๘๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อุจฺเจ วิฏภิมารุยฺห ดังนี้.
มีเรื่องได้ยินว่า วันหนึ่ง เมื่อพระอัครสาวกสองรูปนั่งสนทนา ปรารภการถามและการแก้ปัญหากัน พระแก่รูปหนึ่งไปหาท่านนั่งเป็นรูปที่สามกล่าวว่า นี่ท่าน ผมจะถามปัญหากะท่าน แม้ท่านก็จงถามข้อสงสัยของตนกะผมบ้าง. พระเถระรังเกียจพระแก่นั้น ลุกหลีกไป. พวกบริษัทที่นั่งเพื่อจะฟังธรรมของพระเถระ จึงพากันไปเฝ้าพระศาสดา ในเวลาที่การประชุมล้มเลิกไป เมื่อพระองค์ตรัสถามว่า ทำไมพวกเธอมาผิดเวลา จึงกราบทูลเหตุนั้นให้ทรงทราบ.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สารีบุตรและโมคคัลลานะรังเกียจพระแก่นั้น ไม่พูดจาด้วยแล้วหลีกไป มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้แต่ก่อนก็พากันหลีกไป แล้วทรงนำเรื่องในอดีตมาตรัสเล่า.
ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้ถือกำเนิดเป็นรุกขเทวดาอยู่ในราวป่าครั้งนั้น ลูกหงส์สองตัวออกจากภูเขาคิชฌกูฏ จับที่ต้นไม้นั้นแล้วไปหาอาหาร เมื่อบินกลับก็พักอยู่ที่ต้นไม้นั้นเอง แล้วกลับไปภูเขาคิชฌกูฏ. เมื่อเวลาผ่านไป หงส์สองตัวก็มีความคุ้นเคยกับพระโพธิสัตว์ เมื่อบินผ่านไปมาต่างก็ชื่นชมสนทนาธรรมกันและกัน แล้วก็หลีกไป.
อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อหงส์ทั้งสองจับอยู่บนยอดไม้สนทนากับพระโพธิสัตว์ สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งยืนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น เมื่อจะสนทนากับลูกหงส์เหล่านั้น จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
ท่านทั้งสองพากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูง อยู่ในที่ลับแล้วปรึกษากัน เชิญท่านลงมาปรึกษากันในที่ต่ำเถิด พญาเนื้อจักได้ฟังบ้าง.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อุจฺเจ วิฏภิมารุยฺห ความว่า พากันขึ้นไปบนค่าคบไม้อันสูงตามปกติ คือสูงกว่าบนต้นไม้นี้.
บทว่า มนฺตยวฺโห ได้แก่ ปรึกษากัน คือคุยกัน.
บทว่า นีเจ โอรุยฺห ได้แก่ เชิญลงมายืนปรึกษากันในที่ต่ำเถิด.
บทว่า มิคราชาปิ โสสฺสติ ได้แก่ สุนัขจิ้งจอกพูดยกตนเป็นพญาเนื้อ.
ลูกหงส์ทั้งสองรังเกียจ จึงพากันบินไปภูเขาคิชฌกูฏ ในเวลาที่หงส์สองตัวกลับไป พระโพธิสัตว์จึงกล่าวคาถาที่ ๒ แก่สุนัขจิ้งจอกว่า :-
ครุฑกับครุฑเขาปรึกษากัน เทวดากับเทวดาเขาพูดกันในเรื่องนี้ จะมีประโยชน์อะไรแก่สุนัขจิ้งจอก ผู้เลวทราม ๔ อย่าง (สรีระ ๑ ชาติ ๑ เสียง ๑ คุณ ๑) เล่า แน่ะสุนัขจิ้งจอกผู้ชาติชั่ว เจ้าจงเข้าโพลงไปเถิด.
ในบทเหล่านั้น บทว่า สุปณฺโณ แปลว่า สัตว์ผู้มีปีกงาม.
บทว่า สุปณฺเณน ได้แก่ ลูกหงส์ตัวที่สอง.
บทว่า เทโว เทเวน ได้แก่ สมมติลูกหงส์ทั้งสองนั้นเป็นเทวดาปรึกษากัน.
บทว่า จตุมุฏฺฐสฺส อธิบายตามตัวอักษรว่า สุนัขจิ้งจอกผู้เลวทราม คือบริสุทธิ์ด้วยเหตุ ๔ อย่าง คือ สรีระ ๑ ชาติ ๑ เสียง ๑ คุณ ๑.
พระโพธิสัตว์ เมื่อจะติเตียนความไม่บริสุทธิ์ด้วยคำสรรเสริญ จึงกล่าวอย่างนี้ ในบทนี้มีอธิบายดังนี้ว่า สุนัขจิ้งจอกชั่วช้า คือลามกด้วยเหตุ ๔ ประการคืออะไร.
บทว่า วิลํ ปวิส คือ พระโพธิสัตว์แสดงอารมณ์อันน่ากลัวนี้ เมื่อจะไล่สุนัขจิ้งจอกให้หนีไปจึงกล่าว.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
ภิกษุแก่ในครั้งนั้น ได้เป็น สุนัขจิ้งจอกในครั้งนี้
ลูกหงส์สองตัวได้เป็น สารีบุตร และ โมคคัลลานะ
ส่วนรุกขเทวดา คือ เราตถาคต นี้แล. จบ อรรถกถาจตุมัฏฐชาดกที่ ๗ -----------------------------------------------------