อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๖๘๖

๗. อยกูฏชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๘๖–๖๘๙พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 4 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 4 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 5 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๗. อยกูฏชาดก ว่าด้วยยักษ์ถือกระบองเหล็กใหญ่

ท่านผู้ใด ยืนถือกระบองเหล็กอันใหญ่โตเหลือขนาดอยู่บนอากาศ ท่าน ผู้นั้น มาสถิตอยู่เพื่อจะคุ้มครองข้าพเจ้าในวันนี้หรือ หรือจะพยายามมา ฆ่า ข้าพเจ้า?

ดูกรพระราชา เราเป็นทูตของพวกยักษ์ ถูกพวกยักษ์เหล่านั้นส่งมา ณ ที่นี้ เพื่อจะปลงพระชนม์พระองค์ แต่ท้าวสักรินทร์เทวราชคุ้มครอง พระองค์อยู่ เพราะเหตุนั้น เราจึงผ่าพระเศียรของพระองค์ไม่ได้.

ก็ถ้าท้าวมัฆวานเทวราชผู้เป็นจอมทวยเทพ พระสวามีของนางสุชาดา คุ้มครองข้าพเจ้าอยู่ มิฉะนั้น พวกปีศาจก็คงคุกคามเหล่าสัตว์ทั้งหลาย เป็นแน่ ข้าพเจ้าไม่ได้สะดุ้งกลัวต่อพวกยักษ์เลย.

พวกกุมภัณฑ์ และพวกปีศาจทั้งมวลจะคร่ำครวญกันไปก็ตามเถิด พวกมันคงไม่อาจจะต่อยุทธกับข้าพเจ้า กิริยาที่หลอกหลอนของพวกยักษ์ ซึ่งทำให้น่ากลัวต่างๆ นั้น มีอยู่เป็นอันมาก แต่ข้าพเจ้าก็ไม่กลัว. จบ อยกูฏชาดกที่ ๗.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๗. อยกูฏชาดก (๓๔๗) ว่าด้วยยักษ์ถือพะเนินเหล็กใหญ่ (พระราชาโพธิสัตว์ตรัสกับยักษ์ว่า)

ข้อ ๑๘๕

วันนี้ท่านที่ถือพะเนินเหล็กล้วนๆ ใหญ่เหลือประมาณ ยืนอยู่กลางอากาศ ถูกเขาแต่งตั้งมาเพื่อคุ้มครองรักษาข้าพเจ้า หรือว่าพยายามจะฆ่าข้าพเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๙๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๔. จตุกกนิบาต] ๕. จูฬกุณาลวรรค ๘. อรัญญชาดก (๓๔๘) (ยักษ์ฟังคำของพระราชาโพธิสัตว์แล้ว จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๑๘๖

ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์เป็นทูตถูกพวกรากษสส่งมาที่นี้ เพื่อปลงพระชนม์พระองค์ แต่ว่าพระอินทเทวราชคุ้มครองพระองค์อยู่ เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึงผ่าพระเศียรของพระองค์ไม่ได้ (พระราชาโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงตรัส ๒ คาถาว่า)

ข้อ ๑๘๗

ก็ถ้าท้าวมัฆวานเทวราชผู้เป็นจอมแห่งเทพ พระสวามีของพระนางสุชาดาคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าอยู่ พวกปีศาจทั้งปวงจงแผดเสียงคำรามไปเถิด ข้าพเจ้าไม่สะดุ้งกลัวพวกรากษส เลย

ข้อ ๑๘๘

พวกกุมภัณฑ์และพวกปีศาจในกองหยากเยื่อทั้งปวง จงคร่ำครวญไปเถิด ปีศาจทั้งหลายไม่สามารถจะรบกับข้าพเจ้าได้ ท่าทางที่ทำให้น่ากลัวนั้นมีอยู่เป็นอันมากอยกูฏชาดกที่ ๗ จบ ๘. อรัญญชาดก (๓๔๘) ว่าด้วยวัตรของผู้ออกจากป่า (ดาบสหนุ่มกล่าวกับดาบสผู้เป็นบิดาว่า)

ข้อ ๑๘๙

คุณพ่อ ลูกออกจากป่าไปสู่บ้านแล้ว ควรจะคบคนมีศีลอย่างไร มีข้อปฏิบัติอย่างไร ลูกถามแล้ว ขอพ่อจงบอกข้อนั้น @เชิงอรรถ : @ รากษส ในที่นี้หมายถึงยักษ์ร้าย ผีเสื้อน้ำ (ขุ.ชา.อ. ๔/๑๘๗/๔๑๑-๔๑๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๑๙๕}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประพฤติประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์โลก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สพฺพายสํ กูฏํ ดังนี้.

เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งในมหากัณหชาดก.

ส่วนเรื่องในอดีตมีดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระเจ้าพรหมทัตนั้น. เจริญวัยแล้ว เรียนศิลปศาสตร์ได้แล้ว เมื่อพระราชบิดาสวรรคตแล้ว ได้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ ทรงครองราชย์โดยธรรม.

ในครั้งนั้น คนทั้งหลายเป็นผู้ถือเทวดาเป็นมงคล พากันฆ่าแพะเป็นต้นมากมาย กระทำพลีกรรมแก่เทวดาทั้งหลาย. พระโพธิสัตว์ให้เที่ยวตีกลองประกาศว่า ไม่ควรฆ่าสัตว์มีชีวิต.

ยักษ์ทั้งหลาย เมื่อไม่ได้พลีกรรมจึงโกรธพระโพธิสัตว์ ได้ไปยังสมาคมยักษ์ในหิมวันตประเทศ ให้ส่งยักษ์ตนหนึ่งผู้หยาบช้าไป เพื่อต้องการฆ่าพระโพธิสัตว์. ยักษ์นั้นถือพะเนินเหล็กร้อนอันใหญ่ประมาณเท่าช่อฟ้า มาด้วยตั้งใจว่า จักประหารพระโพธิสัตว์นั้นด้วยพะเนินเหล็กนี้ให้ตาย จึงได้ยืนอยู่ที่หัวนอนพระโพธิสัตว์ ในระหว่างมัชฌิมยาม. ขณะนั้น อาสนะของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน ท้าวเธอทรงรำพึงอยู่ ได้ทรงทราบเหตุนั้น จึงทรงถืออินทวชิราวุธเสด็จไป แล้วได้ประทับยืนเบื้องบนยักษ์.

พระโพธิสัตว์ได้เห็นยักษ์ แล้วคิดว่า ยักษ์นี้ยืนอารักขาเรา หรือว่ายืนประสงค์จะฆ่าเรา

เมื่อจะเจรจากับยักษ์นั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

ท่านผู้ใดยืนถือพะเนินเหล็กล้วนอันใหญ่โตเหลือขนาดอยู่ในอากาศ ท่านผู้นั้นมาจัดแจงเพื่อจะคุ้มครองเราในวันนี้หรือ หรือว่าจะพยายามฆ่าเรา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิหิโตนุสชฺช ตัดบทเป็น วิหิโตนุสิ อชฺช.

ก็พระโพธิสัตว์เห็นแต่ยักษ์เท่านั้น ไม่เห็นท้าวสักกะ. ยักษ์ไม่อาจประหารพระโพธิสัตว์ เพราะกลัวท้าวสักกะ. ยักษ์นั้นได้ฟังถ้อยคำของพระโพธิสัตว์ จึงกล่าวว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ข้าพเจ้ามิได้ยืนคุ้มครองท่าน แต่ข้าพเจ้ามาด้วยหวังใจว่า จักเอาพะเนินเหล็กอันโชติช่วงนี้ ประหารทำท่านให้ตาย ข้าพเจ้าไม่อาจประหาร เพราะกลัวท้าวสักกะ

เมื่อจะแสดงเนื้อความนี้ จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

ดูก่อนพระราชา ข้าพเจ้าเป็นทูตของพวกยักษ์ ถูกพวกยักษ์เหล่านั้นส่งมาที่นี้เพื่อฆ่าพระองค์ แต่พระอินทร์เทวราชคุ้มครองพระองค์อยู่ เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงผ่าพระเศียรของพระองค์ไม่ได้.

พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงกล่าว ๒ คาถานอกนี้ว่า :-

ก็ถ้าท้าวมัฆวานเทวราชผู้เป็นจอมเทพ พระสวามีของนางสุชาดาคุ้มครองข้าพเจ้าอยู่ มิฉะนั้น พวกปีศาจคงจะคุกคามสัตว์ทั้งหลายเป็นแน่ แต่ข้าพเจ้าไม่ได้สะดุ้งกลัวต่อพวกยักษ์เลย.

พวกกุมภัณฑ์และพวกปีศาจทั้งมวล จะคร่ำครวญกันไปก็ตามเถิด พวกปีศาจไม่อาจต่อยุทธ์กับข้าพเจ้า กิริยาที่หลอกหลอนพวกยักษ์ซึ่งทำให้น่ากลัวต่างๆ นั้นมีอยู่เป็นอันมาก แต่ข้าพเจ้าก็ไม่กลัว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รกฺขสิยา ปชาย ความว่า เหล่าสัตว์คือรากษส ได้แก่พวกสัตว์ที่เป็นรากษส.

บทว่า กุมฺภณฺฑา ได้แก่ พวกยักษ์ท้องพลุ้ย มีอัณฑะเท่าหม้อ.

บทว่า ปํสุปิสาจกา ได้แก่ พวกปีศาจในที่ทิ้งหยากเยื่อ.

บทว่า นาลํ ความว่า ขึ้นชื่อว่าพวกปีศาจ ไม่สามารถจะต่อยุทธกับข้าพเจ้า.

บทว่า มหตี สา วิเภสิกา ความว่า ก็ยักษ์เหล่านี้ประชุมกันแสดงกิริยาน่ากลัวต่างๆ อันใด กิริยาที่น่ากลัวต่างๆ อันนั้นถึงจะมากมาย ก็เป็นเพียงแสดงอาการน่ากลัวแก่เราเท่านั้น แต่เราหากลัวไม่.

ท้าวสักกะทรงขับยักษ์ให้หนีไป โอวาทพระมหาสัตว์แล้วตรัสว่า ดูก่อนมหาราช พระองค์อย่าได้ทรงกลัวเลย จำเดิมแต่นี้ไป การคุ้มครองพระองค์เป็นหน้าที่ของข้าพเจ้า แล้วเสด็จสู่สถานที่ของพระองค์ทีเดียว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า

ท้าวสักกะในครั้งนั้น ได้เป็น พระอนุรุทธะ

ส่วนพระเจ้าพาราณสี ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาอยกูฏชาดกที่ ๗ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา