๓. จตุโปสถชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓ จตุโปสถชาตกํ
๑๓๔๒โย โกปเนยฺเย น กโรติ โกปํ น กุชฺฌติ สปฺปุริโส กทาจิ กุทฺโธปิ โส นาวิกโรติ โกปํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
๑๓๔๓โอโนทโร โย สหเต ชิฆจฺฉํ ทนฺโต ตปสฺสี มิตปานโภชโน อาหารเหตุ น กโรติ ปาปํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
๑๓๔๔ขิฑฺฑํ รตึ วิปฺปชหิตฺวาน สพฺพํ น จาลิกํ ภาสติ กิญฺจิ โลเก วิภูสนฏฺฐานา วิรโต เมถุนสฺมา ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
๑๓๔๕ปริคฺคหํ โลภธมฺมญฺจ สพฺพํ โย เว ปริญฺญาย ปริจฺจเชติ ทนฺตํ ฐิตตฺตํ อมมํ นิราสํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
๑๓๔๖ปุจฺฉาม กตฺตารมโนมปญฺญ กถาสุ โน วิคฺคโห อตฺถิ ชาโต ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ ตทชฺช กงฺขํ วิตเรมุ สพฺเพ ฯ
๑๓๔๗เย ปณฺฑิตา อตฺถทสา ภวนฺติ ภาสนฺติ เต โยนิโส ตตฺถ กาเล กถนฺนุ กถานํ อภาสิตานํ อตฺถํ นเยยฺยุํ กุสลา ชนินฺทา ฯ
๑๓๔๘กถํ หเว ภาสติ นาคราชา ครุโฬ ปน เวนเตยฺโย กิมาห คนฺธพฺพราชา ปน กึ วเทสิ กถํ ปน กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ
๑๓๔๙ขนฺตึ หเว ภาสติ นาคราชา อปฺปาหารํ ครุโฬ เวนเตยฺโย คนฺธพฺพราชา รติวิปฺปหานํ อกิญฺจนํ กุรูนํ ราชเสฏฺโฐ ฯ
๑๓๕๐สพฺพานิ เอตานิ สุภาสิตานิ น เหตฺถ ทุพฺภาสิตมตฺถิ กิญฺจิ ยสฺมิญฺจ เอตานิ ปติฏฺฐิตานิ อราวนพฺภา สุสโมหิตานิ จตุพฺภิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภูตํ ตํ เว นรํ สมณมาหุ โลเก ฯ
๑๓๕๑ตุวํ หิ เสฏฺโฐ ตฺวมนุตฺตโรสิ ตฺวํ ธมฺมคู ธมฺมวิทู สุเมโธ ปญฺญาย ปญฺหํ สมวิคฺคเหตฺวา อจฺเฉชฺชิ ธีโร วิจิกิจฺฉิตานิ อจฺเฉชฺชิ กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ ฉินฺเท ยถา นาคทนฺตํ ขเรน ฯ
๑๓๕๒นีลุปฺปลาภํ วิมลํ อนคฺฆํ วตฺถํ อิทํ ธูมสมานวณฺณํ ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
๑๓๕๓สุวณฺณมาลํ สตปตฺตผุลฺลิตํ สเกสรํ รตฺนสหสฺสมณฺฑิตํ ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
๑๓๕๔มณึ อนคฺฆํ รุจิรํ ปภสฺสรํ กณฺฐาวสตฺตํ มณิภูสิตมฺเม ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต ธมฺมปูชาย ธีร ฯ
๑๓๕๕ควํ สหสฺสํ อุสภญฺจ นาคํ อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทส อิเม ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ททามิ เต คามวรานิ โสฬส ฯ
๑๓๕๖สารีปุตฺโต ตทา นาโค สุปณฺโณ ปน โกลิโต คนฺธพฺพราชา อนุรุทฺโธ ราชา อานนฺทปณฺฑิโต วิธุโร โพธิสตฺโตว เอวํ ธาเรถ ชาตกนฺติ ฯ จตุโปสถชาตกํ ตติยํ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๓. จตุโปสถิยชาดก (๔๔๑) ๓. จตุโปสถิยชาดก (๔๔๑) ว่าด้วยบุคคลทั้ง ๔ รักษาอุโบสถ (วรุณนาคราชกล่าวว่า)
นรชนใดไม่ทำความโกรธในบุคคลที่ควรโกรธ และไม่โกรธในกาลไหนๆ นรชนนั้นเป็นสัตบุรุษ สัตบุรุษนั้นแม้จะโกรธก็ไม่เปิดเผยความโกรธ นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก (พญาครุฑกล่าวว่า)
นรชนใดมีท้องพร่องอยู่ ยังอดทนต่อความหิวได้ ฝึกตนได้ มีตบะ ดื่มน้ำและบริโภคอาหารพอประมาณ ไม่ทำความชั่วเพราะเหตุแห่งอาหาร นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก (ท้าวสักกะตรัสว่า)
นรชนใดละการเล่นและความยินดีในกามทั้งปวงเสียได้ ไม่พูดเหลาะแหละอะไรๆ ในโลก งดเว้นจากการประดับตบแต่งร่างกายและจากเมถุนธรรม นรชนนั้นบัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก (พระเจ้าธนัญชัยได้สดับดังนั้น จึงตรัสว่า)
อนึ่ง นรชนใดสละความหวงแหนและโลภธรรมทั้งปวงได้ ด้วยปัญญาเครื่องกำหนดรู้ นรชนนั้นแลผู้ฝึกตน มีความมั่นคง ไม่ยึดถือสิ่งหนึ่งสิ่งใดว่าเป็นของเรา หมดความหวัง บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๓. จตุโปสถิยชาดก (๔๔๑) (พระราชาเหล่านั้นทั้งหมดพากันถามวิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)
พวกข้าพเจ้าขอถามท่านผู้มีปัญญาไม่ทราม รู้สิ่งที่ควรทำ พวกข้าพเจ้าเกิดมีการโต้แย้งกันในถ้อยคำทั้งหลาย ในวันนี้ ขอท่านจงตัดความสงสัยลังเลใจให้ด้วย จงช่วยข้าพเจ้าทั้งหมดให้ข้ามพ้นความสงสัยลังเลใจนั้นเสีย (วิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
บัณฑิตเหล่าใดได้เห็นเนื้อความ บัณฑิตเหล่านั้นจึงจะกล่าวได้อย่างแยบคายในกาลนั้น ขอเดชะพระองค์ผู้จอมชน ท่านผู้ฉลาดทั้งหลาย จะแนะนำเนื้อความแห่งถ้อยคำที่ยังมิได้บอกกล่าวได้อย่างไรหนอ
ก็พญานาคราชกล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร พญาครุฑบุตรของนางวินตากล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร ราชาแห่งคนธรรพ์กล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร ราชาแห่งชาวแคว้นกุรุผู้ประเสริฐกล่าวสรรเสริญเรื่องอะไร (พระราชาทั้ง ๔ พระองค์ตรัสกับวิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์ว่า)
พญานาคกล่าวสรรเสริญขันติ พญาครุฑบุตรของนางวินตากล่าวสรรเสริญความเป็นผู้มีอาหารน้อย ราชาแห่งคนธรรพ์กล่าวสรรเสริญการละความอภิรมย์ พระราชาแห่งชาวแคว้นกุรุผู้ประเสริฐกล่าวสรรเสริญความไม่กังวล (วิธุรบัณฑิตโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
คำเหล่านี้ทั้งหมดเป็นสุภาษิต ก็ในคำเหล่านี้ หาคำที่เป็นทุพภาษิตไม่ได้สักข้อเดียว และคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้มีอยู่ในนรชนใดอย่างมั่นคง เหมือนอย่างซี่กำที่สอดใส่ไว้ในดุมเกวียน นรชนนั้นแลผู้พรั่งพร้อมด้วยธรรมทั้ง ๔ ประการ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่า เป็นสมณะในโลก
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๓. จตุโปสถิยชาดก (๔๔๑) (พระราชาทั้ง ๔ พระองค์ตรัสว่า)
ท่านประเสริฐจริงหนอ ยอดเยี่ยม เป็นผู้ถึงธรรม รู้ธรรม มีปัญญาดี สางปัญหาได้ด้วยปัญญา เป็นนักปราชญ์ ขจัดความสงสัยลังเลใจเสียได้ เหมือนนายช่างงาตัดงาช้างด้วยเลื่อยอันคม
ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน นี้เป็นผ้าสีดอกอุบล ผุดผ่อง เนื้อละเอียดเสมือนควันไฟ หาค่ามิได้ ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม
ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน นี้เป็นพวงมาลาทองคำ แย้มบาน มีกลีบถึง ๑๐๐ กลีบ มีเกษรที่ประดับประดาด้วยรัตนะถึง ๑,๐๐๐ ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม
ท่านผู้เป็นนักปราชญ์ ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน แก้วมณีหาค่ามิได้ สวยงาม ผุดผ่อง เป็นเครื่องประดับคล้องคอ ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอมอบให้ท่านเพื่อบูชาธรรม
ข้าพเจ้าพอใจการแก้ปัญหาของท่าน ขอมอบโคนม โคผู้ และช้าง อย่างละ ๑,๐๐๐ ตัว รถเทียมม้าอาชาไนย ๑๐ คัน และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลเหล่านี้ให้แก่ท่านเพื่อบูชาธรรม (พระบรมศาสดาทรงประมวลชาดกมาตรัสพระคาถาสุดท้ายว่า)
พญานาคในครั้งนั้น คือ พระสารีบุตร ส่วนพญาครุฑ คือ โกลิตะ ราชาแห่งคนธรรพ์ คือ พระอนุรุทธะ พระราชา คือ พระอานนท์ผู้เป็นบัณฑิต ส่วนวิธุรบัณฑิต คือ พระโพธิสัตว์ เธอทั้งหลายจงทรงจำชาดกไว้อย่างนี้แล จตุโปสถิยชาดกที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ โกลิตะ คือ พระมหาโมคคัลลานเถระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๒๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุโปสถิกชาดกนี้ มีคำเริ่มต้นว่า โย โกปเนยฺโย
จักมีแจ้งใน ปุณณกชาดก.
จบอรรถกถาจตุโปสถิกชาดกที่ ๓ -----------------------------------------------------