อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑๘

๘. วัฏฏกชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๘1 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘ วฏฺฏกชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. วัฏฏกชาดก ว่าด้วยการใช้ความคิด

ข้อ ๑๑๘

นาจินฺตยนฺโต ปุริโส วิเสสมธิคจฺฉติ จินฺติตสฺส ผลํ ปสฺส มุตฺโตสฺมิ วธพนฺธนาติ ฯ วฏฺฏกชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------

บุรุษเมื่อไม่คิดก็ย่อมไม่ได้ผลพิเศษ ท่านจงดูผลแห่งอุบายที่เราคิดเถิด เราพ้นแล้วจากการฆ่าและจองจำ ก็ด้วยอุบายนั้น. จบ วัฏฏกชาดกที่ ๘.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘. วัฏฏกชาดก (๑๑๘) ว่าด้วยนกกระจาบ (นกกระจาบโพธิสัตว์บอกอุบายที่รอดชีวิตมาได้ว่า)

ข้อ ๑๑๘

คนเมื่อไม่คิดก็ไม่ได้บรรลุคุณธรรมวิเศษ ท่านจงดูผลกรรมที่เราคิดแล้ว เราพ้นแล้วจากการถูกฆ่า และการจองจำด้วยอุบายนั้น วัฏฏกชาดกที่ ๘ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๔๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภบุตรของอุตตรเศรษฐี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า นาจินฺตยนฺโต ปุริโส ดังนี้.

ได้ยินว่า ในพระนครสาวัตถี ได้มีเศรษฐีชื่อว่า อุตตระ มีสมบัติมาก สัตว์ผู้มีบุญผู้หนึ่งจุติจากพรหมโลก ถือปฏิสนธิในท้องแห่งภรรยาของท่านเศรษฐี เจริญวัย มีรูปงดงามแจ่มใส มีผิวพรรณเพียงดังพรหมอยู่มาวันหนึ่ง ในพระนครสาวัตถี เมื่องานนักขัตฤกษ์ประจำเดือน ๑๒ ได้ป่าวร้องไปทั่วแล้ว โลกทั้งหมดได้เป็นประเทศมีงานนักขัตฤกษ์.

บุตรเศรษฐีอื่นๆ ผู้เป็นสหายของเศรษฐีบุตรนั้นได้มีภรรยากันแล้ว แต่เพราะเหตุที่บุตรของท่านอุตตรเศรษฐี อยู่ในพรหมโลกตลอดกาลนาน จิตจึงไม่ชุ่มชื่นในกองกิเลส ครั้งนั้น พวกเพื่อนๆ ของเขาปรึกษากันว่า พวกเราจักนำหญิงคนหนึ่ง มาให้บุตรท่านอุตตรเศรษฐี แล้วชวนกันเล่นนักขัตฤกษ์ เข้าไปหาเขา กล่าวว่า เพื่อนรัก ในพระนครนี้มีงานมหรสพประจำเดือน ๑๒เขาป่าวร้องกันทั่วแล้ว พวกเราพาหญิงคนหนึ่งมาให้ท่าน จักเล่นนักขัตฤกษ์กัน แม้เมื่อเขาบอกว่า ผมไม่ต้องการผู้หญิง ก็พากันแค่นได้กระเซ้าอยู่บ่อยๆ จนต้องยอมรับ จึงไปแต่งนางวรรณทาสีคนหนึ่ง ด้วยเครื่องประดับพร้อมสรรพ พาไปเรือนของเขา กล่าวว่า เธอจงไปสู่สำนักของเศรษฐีบุตรเถิด ดังนี้แล้ว ส่งเข้าไปสู่ห้องนอน แล้วพากันออกไป แม้นางจะเข้าไปถึงห้องนอน เศรษฐีบุตรก็ไม่มองดู ไม่พูดจาด้วย.

นางคิดว่า ชายผู้นี้ไม่มองดูเราผู้สวยงามสมบูรณ์ด้วยความเพริดพริ้งแพรวพราวอย่างสูงเห็นปานนี้เลย ทั้งไม่ยอมพูดจาด้วย บัดนี้ เราจักทำให้เขาจ้องมองดูเรา ด้วยกระบวนมายา และการเยื้องกรายของหญิงให้ได้ ดังนี้แล้ว เริ่มแสดงเสน่ห์หญิง เผยปลายฟัน ด้วยการโปรยยิ้ม ทำชมดชม้อยเอียงอายเศรษฐีบุตรมองดูเลยยึดเอานิมิตในกระดูกฟัน เกิดอัฏฐิกสัญญา ร่างงามนั้นแม้ทั้งหมดก็ปรากฏเป็นเหมือนโครงกระดูก เขาจึงให้รางวัลนาง แล้วส่งตัวกลับไป.

อิสระชนผู้หนึ่งเห็นนางลงมาจากเรือนนั้นในระหว่างถนน ก็ให้รางวัลพาไปสู่เรือนของตน ล่วงได้เจ็ดวัน งานนักขัตฤกษ์ก็ยุติมารดาของนางวรรณทาสีไม่เห็นกลับมา ก็ไปหาเศรษฐีบุตรทั้งหลายถามว่าลูกสาวของฉันไปไหน? เศรษฐีบุตรเหล่านั้นก็พากันไปสู่เรือนของอุตตรเศรษฐีบุตรถามว่า นางไปไหน? เขาบอกว่า ฉันให้รางวัลนางแล้วส่งตัวกลับไป ขณะนั้นเองทีเดียว ขณะนั้น มารดาของนางก็ร้องไห้ พลางกล่าวว่า ฉันไม่เห็นลูกสาวของฉันที่ไหนเลยพวกท่านต้องพาลูกสาวของฉันมาส่ง แล้วจับบุตรอุตตรเศรษฐีไปสู่ราชสำนัก.

พระราชา เมื่อทรงชำระคดี รับสั่งถามว่า เศรษฐีบุตรเหล่านี้พานางไปให้เจ้าหรือ? เขากราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ.

รับสั่งถามว่า เดี๋ยวนี้นางไปไหนละ? กราบทูลว่า ไม่ทราบเกล้าฯ พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ส่งนางกลับไปในขณะนั้นแหละ พระเจ้าข้า.

รับสั่งว่า เดี๋ยวนี้ เจ้าอาจพานางส่งคืนได้ไหมเล่า? กราบทูลว่า ข้าพระองค์ไม่สามารถ พระเจ้าข้า.

พระราชาตรัสสั่งว่า ถ้าไม่อาจนำตัวมาส่งคืนได้ พวกเจ้าจงลงอาญาเขาเถิด.

ครั้งนั้น พวกราชบุรุษพากันมัดแขนเขาไพล่หลัง คุมตัวไปด้วยคิดว่า พวกเราจักลงพระอาญา. ได้เล่าลือกันไปทั่วพระนครว่า ได้ยินว่า พระราชารับสั่งให้ลงพระราชอาญาเศรษฐีบุตรผู้ไม่สามารถนำนางวรรณทาสีมาส่งคืนได้มหาชนกอดอกร่ำไห้ว่า นายเอ๋ย ทำไมเรื่องเป็นเช่นนี้ ท่านได้สิ่งไม่คู่ควรแก่ตนเลย พากันเดินร่ำไห้ไปข้างหลังของเศรษฐีบุตร. เศรษฐีบุตรคิดว่า ทุกข์ขนาดนี้ นี่เราได้รับเพราะการอยู่ครองเรือน ถ้าเราพ้นจากทุกข์นี้ไปได้ เราจักบวชในสำนักพระมหาโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า.

ฝ่ายนางวรรณทาสีนั้นเล่า ฟังเสียงโกลาหลนั้นแล้ว ก็ถามว่า นั่นเสียงอะไร? ครั้นทราบเรื่องราวแล้ว รีบลงมาโดยเร็ว กล่าวว่า จงหลีกไปเถิดท่านทั้งหลาย จงให้โอกาสเราได้พบราชบุรุษเถิด แล้วแสดงตน พวกราชบุรุษเห็นนางแล้วก็ให้มารดารับตัวไปปล่อยเศรษฐีบุตรแล้วพากันไป เขาถูกเพื่อนๆ แวดล้อมไปสู่แม่น้ำ อาบน้ำดำเกล้าแล้ว จึงไปเรือนบริโภคอาหารเช้า ขอให้มารดาบิดาอนุญาตให้บรรพชาถือเอาผ้าจีวรไปสำนักพระศาสดา ด้วยบริวารเป็นอันมาก ถวายบังคมแล้วกราบทูลขอบรรพชา ได้บรรพชาอุปสมบท มิได้ทอดทิ้งพระกรรมฐาน เจริญวิปัสสนาไม่ช้าก็ตั้งอยู่ในพระอรหัตผล.

อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในธรรมสภา กล่าวถึงคุณของท่านว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย บุตรของอุตตรเศรษฐี เมื่อภัยบังเกิดแก่ตน ทราบคุณของพระศาสดา ได้คิดว่า เมื่อเราพ้นจากทุกข์นี้จักบรรพชา ด้วยความคิดดีนั้นจึงพ้นจากมรณภัยด้วย บวชแล้วดำรงในผลอันเลิศด้วย.

พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่แต่บุตรของอุตตรเศรษฐีเท่านั้น ที่เมื่อภัยบังเกิดแล้ว ได้คิดว่า เราจักพ้นทุกข์นี้ด้วยอุบายนี้แม้บัณฑิตในอดีตกาล เมื่อภัยบังเกิดแก่ตนแล้ว ก็ได้คิดว่า เราจักพ้นจากทุกข์นี้ ดังนี้แล้ว ก็พ้นจากทุกข์ คือมรณภัยได้แล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ เมื่อแรงกรรมผลักดันให้หมุนเวียนไป ด้วยอำนาจแห่งจุติและปฏิสนธิ บังเกิดในกำเนิดนกกระจาบ.

ครั้งนั้น นายพรานนกกระจาบคนหนึ่ง นำนกกระจาบเป็นอันมากมาจากป่า ขังไว้ในเรือน เมื่อคนทั้งหลายพากันมาซื้อ ก็ขายนกกระจาบส่งให้ถึงมือ เลี้ยงชีวิต.

พระโพธิสัตว์ได้คิดว่า ถ้าเราบริโภคข้าวน้ำที่พรานนี้ให้แล้วไซร้ พรานนี้ก็คงจับเราให้แก่คนที่มาซื้อ ก็ถ้าเราไม่บริโภคเล่าก็คงซูบเซียวครั้นคนทั้งหลายเห็นเราซูบเซียว ก็จักไม่รับเอา ความปลอดภัยจักมีแก่เราด้วยอุบายอย่างนี้ เราจักกระทำอุบายอันนี้ เมื่อพระโพธิสัตว์กระทำอย่างนั้น ก็ซูบเซียวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พวกมนุษย์เห็นพระโพธิสัตว์แล้วไม่แตะต้องเลย.

นายพราน เมื่อนกกระจาบที่เหลือเว้นพระโพธิสัตว์หมดสิ้นไปแล้ว ก็นำออกจากกระเช้ายืนอยู่ที่ประตู วางพระโพธิสัตว์ไว้ที่ฝ่ามือ ปรารภเพื่อจะตรวจดูว่า นกกระจาบตัวนี้เป็นอย่างไรเล่านะ ครั้นพระโพธิสัตว์รู้ว่านายพรานเผลอ ก็กางปีกบินเข้าป่าไป นกกระจาบเหล่าอื่นเห็นพระโพธิสัตว์ จึงพากันถามว่า เป็นอย่างไรไปเล่า ท่านจึงไม่ค่อยปรากฏ ท่านไปไหนเสียเล่า?ครั้นพระโพธิสัตว์บอกว่า เราถูกนายพรานจับไป ต่างก็ซักว่า ทำอย่างไรเล่าถึงรอดมาได้? พระโพธิสัตว์บอกว่า เราไม่กินอาหารที่เขาให้ ไม่ดื่มน้ำ จึงรอดมาได้ด้วยการคิดอุบาย ดังนี้แล้ว

กล่าวคาถานี้ ความว่า :-

"บุรุษเมื่อไม่คิด ก็ย่อมไม่ได้ผลพิเศษ ท่านจงดูผลแห่งอุบายที่เราคิดเถิด เราพ้นจากการถูกฆ่าและจองจำ ก็ด้วยอุบายนั้น" ดังนี้.

ในคาถานั้นประมวลความได้ดังนี้ :-

คนถึงทุกข์แล้วเมื่อไม่คิดว่า เราจักพ้นทุกข์นี้ด้วยอุบายชื่อนี้ ก็ไม่ประสพผลวิเศษ คือความรอดพ้นจากทุกข์ของตนได้ ก็บัดนี้ จงดูผลแห่งกรรมที่เราคิดแล้ว ด้วยอุบายนี้เท่านั้นที่เราพ้นจากการถูกฆ่าและถูกขังได้ คือพ้นจากความตายด้วย จากที่กักขังด้วย.

พระโพธิสัตว์บอกเหตุการณ์ที่ตนกระทำแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า

ก็นกกระจาบผู้รอดพ้นได้ในครั้งนั้น ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบอรรถกถาวัฏฏกชาดกที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา