๑๔. ภูริปัญหาชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔ ภูริปญฺหาชาตกํ
๑๔๖๓สจฺจํ กิร ตุวมฺปิ ภูริปญฺญ ยา ตาทิสี สิรี ธิติ มติ จ น ตายเต ภาววสูปนีตํ โย ยวกํ ภุญฺชสิ อปฺปสูปํ ฯ
๑๔๖๔สุขํ ทุกฺเขน ปริปาจยนฺโต กาลากาลํ วิจินํ ฉนฺทฉนฺโน อตฺถสฺส ทฺวารานิ อปาปุรนฺโต เตนาหํ ตุสฺสามิ ยโวทเนน ฯ
๑๔๖๕กาลญฺจ ญตฺวา อภิชิหนาย มนฺเตหิ อตฺถํ ปริปาจยิตฺวา วิชมฺภิสํ สีหวิชมฺภิตานิ ตายิทฺธิยา ทกฺขสิ มํ ปุนาปิ ฯ
๑๔๖๖สุขีปิ เหเก น กโรนฺติ ปาปํ อวณฺณสํสคฺคภยา ปุเนเก ปหูสมาโน วิปุลตฺถจินฺตี กึการณา เม น กโรสิ ทุกฺขํ ฯ
๑๔๖๗น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา ฉนฺทา จ โทสา น ชหนฺติ ธมฺมํ ฯ
๑๔๖๘เยนเกนจิ วณฺเณน มุทุนา ทารุเณน วา อุทฺธเร ทีนมตฺตานํ ปจฺฉา ธมฺมํ สมาจเร ฯ
๑๔๖๙ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ
๑๔๗๐ยสฺสาปิ ธมฺมํ ปุริโส วิชญฺญา เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต ตํ หิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ ปญฺโญ ฯ
๑๔๗๑อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
๑๔๗๒นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ นิสมฺมการิโน ราช ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ ภูริปญฺหาชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒) ว่าด้วยผู้มีปัญญากว้างขวาง (พระราชาตรัสว่า)
ท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกกล่าวเป็นความจริง เพราะสิริ ความเพียร และปัญญาคุ้มครองท่าน ผู้ตกอยู่ในอำนาจของความเสื่อมไม่ได้ ท่านจึงต้องบริโภคก้อนข้าวเหนียวที่มีแกงน้อย (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
เราเมื่อเพิ่มพูนความสุขด้วยความลำบาก พิจารณาดูกาลอันควรไม่ควร จึงหลบซ่อนตามความพอใจ แต่ไม่ปิดช่องทางแห่งประโยชน์ ด้วยเหตุนั้น จึงพอใจกินข้าวเหนียว
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๔. ภูริปัญญชาดก (๔๕๒)
อนึ่ง เรารู้เวลาที่จะทำความเพียร และเพิ่มพูนประโยชน์ด้วยปัญญาทั้งหลาย เยื้องย่างอย่างการเยื้องกรายแห่งราชสีห์ แม้ต่อไปท่านก็จะเห็นเราด้วยความสำเร็จอันนั้น (พระราชาเมื่อจะทรงทดลองบัณฑิต จึงตรัสว่า)
ก็คนพวกหนึ่งแม้มีความสุขก็ไม่ทำความชั่ว คนอีกพวกหนึ่งเพราะกลัวการเกี่ยวข้อง กับการถูกติเตียนจึงไม่ทำความชั่ว ส่วนท่านเป็นผู้มีความคิดกว้างขวางมาก เพราะเหตุไร จึงไม่ก่อทุกข์ให้แก่เรา (พระโพธิสัตว์กราบทูลว่า)
ธรรมดาบัณฑิตไม่ประพฤติกรรมชั่วเพราะเหตุความสุขแห่งตน แม้ถูกความทุกข์กระทบถูกต้องพลั้งพลาดไป ก็สงบอยู่ได้ ไม่ละทิ้งธรรม เพราะความรักและความชัง (พระราชาตรัสมายากษัตริย์ว่า)
บุคคลพึงยกตนที่ต่ำช้าขึ้นด้วยเหตุเล็กน้อยหรือรุนแรง อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน ภายหลังพึงประพฤติธรรม (พระโพธิสัตว์แสดงอุปมาด้วยต้นไม้ว่า)
บุคคลนั่งก็ตาม นอนก็ตามที่ร่มเงาต้นไม้ใด ไม่ควรหักรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะว่าคนประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวทราม
คนผู้รู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลายกำจัดความสงสัยของคนผู้นั้นได้ นั่นแหละนับว่าเป็นที่พึ่ง ที่พำนักของเขา คนผู้มีปัญญาไม่พึงทำลายไมตรีกับอาจารย์นั้นเลย
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๓๔๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๑๐. ทสกนิบาต] ๑๕. มหามังคลชาดก (๔๕๓) (พระโพธิสัตว์อนุศาสน์พระราชาว่า)
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี พระราชาไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วทำไม่ดี การที่บัณฑิตโกรธไม่ดี
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทิศ กษัตริย์ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงควรทำ ไม่ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วไม่ควรตัดสิน ยศและเกียรติย่อมเจริญแด่พระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำภูริปัญญชาดกที่ ๑๔ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ภูริปัญหาชาดกนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สจฺจํ กิร ดังนี้
จักมีแจ้งใน มหาอุมมังคชาดก แล.
จบอรรถกถาภูริปัญหาชาดกที่ ๑๔ ------------------------------------------------