๘. วิฆาสาทชาดก
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘ วิฆาสาทชาตกํ
๙๕๑สุสุขํ วต ชีวนฺติ เย ชนา วิฆาสาทิโน ทิฏฺเฐว ธมฺเม ปาสํสา สมฺปราเย จ สุคฺคติ ฯ
๙๕๒สุกสฺส ภาสมานสฺส น นิสาเมถ ปณฺฑิตา อิทํ สุณาถ โสทริยา อเมฺหวายํ ปสํสติ ฯ
๙๕๓นาหํ ตุเมฺห ปสํสามิ กุณปาทา สุณาถ เม อุจฺฉิฏฺฐโภชิโน ตุเมฺห น ตุเมฺห วิฆาสาทิโน
๙๕๔สตฺตวสฺสา ปพฺพชิตา มชฺฌรญฺเญ สิขณฺฑิโน วิฆาเสเนว ยาเปนฺตา มยํ เจ โภโต คารยฺหา เก นุ โภโต ปสํสิยา ฯ
๙๕๕ตุเมฺห สีหานํ พฺยคฺฆานํ วาฬานญฺจาวสิฏฺฐกํ อุจฺฉิฏฺเฐเนว ยาเปนฺตา มญฺญิโวฺห วิฆาสาทิโน ฯ
๙๕๖เย พฺราหฺมณสฺส สมณสฺส อญฺญสฺส จ วณิพฺพิโน ทตฺวาวเสสํ ภุญฺชนฺติ เต ชนา วิฆาสาทิโนติ ฯ วิฆาสาทชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๘. วิฆาสาทชาดก (๓๙๓) ๘. วิฆาสาทชาดก (๓๙๓) ว่าด้วยผู้บริโภคอาหารที่เป็นเดน (ท้าวสักกเทวราชโพธิสัตว์จำแลงเป็นนกแขกเต้ามายังที่อยู่ของเหล่าดาบส เมื่อจะทำให้ดาบสเหล่านั้นสลดใจ ได้กล่าวว่า)
พวกคนกินเดนพากันอยู่สบายจริงหนอ ซ้ำได้รับการสรรเสริญในปัจจุบันและจะมีสุคติในโลกหน้า (ดาบสรูปหนึ่งเรียกดาบสที่เหลือมากล่าวว่า)
ท่านบัณฑิตผู้ร่วมอุทรทั้งหลาย พวกท่านไม่สนใจที่จะฟังนกแขกเต้าพูด พวกท่านจงฟังคำของนกแขกเต้า นกแขกเต้าตัวนี้กำลังสรรเสริญพวกเราเป็นแน่ (นกแขกเต้ากล่าวกับดาบสเหล่านั้นว่า)
ข้าพเจ้าไม่ได้สรรเสริญพวกท่าน ท่านผู้กินซากศพทั้งหลาย พวกท่านจงฟังข้าพเจ้า พวกท่านเป็นผู้บริโภคอาหารที่เหลือทิ้ง แต่มิใช่ผู้บริโภคอาหารที่เป็นเดน (ดาบสทั้งหมดฟังคำของนกแขกเต้าแล้ว ได้กล่าวว่า)
พวกเราบวชมาแล้ว ๗ พรรษา เกล้ามวยผม เลี้ยงชีพด้วยอาหารที่เป็นเดนอยู่ท่ามกลางป่า ถ้าหากพวกเราเป็นผู้สมควรที่ท่านจะติเตียน แล้วพวกไหนเล่าเป็นผู้สมควรที่ท่านจะสรรเสริญ (ท้าวสักกเทวราชโพธิสัตว์ต้องการจะให้ดาบสเหล่านั้นเกิดความละอายจึงกล่าวว่า)
พวกท่านเลี้ยงชีพด้วยอาหารอันเหลือทิ้งของราชสีห์ เสือโคร่ง และเนื้อร้าย ยังสำคัญตนว่า เป็นคนกินเดน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๕๑}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๖. ฉักกนิบาต] ๒. ขรปุตตวรรค ๙. วัฏฏกชาดก (๓๙๔) (ท้าวเธอเมื่อจะบอกข้อความนั้นแก่ดาบสเหล่านั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๖ ว่า)
ชนเหล่าใดให้อาหารแก่สมณะ พราหมณ์ และวณิพกอื่นๆ แล้วบริโภคอาหารที่เหลือ ชนเหล่านั้นชื่อว่าเป็นคนกินเดนวิฆาสาทชาดกที่ ๘ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ บุปผาราม ทรงปรารภภิกษุผู้มีศีลน่าเยาะเย้ย แล้วตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า สุสุขํ วต ชีวนฺติ ดังนี้.
ความย่อว่า เมื่อภิกษุเหล่านั้นให้พระมหาโมคคัลลานเถระยังปราสาทให้สั่นสะเทือนแล้ว พากันสังเวชใจอยู่ ภิกษุทั้งหลายพากันนั่งกล่าวโทษที่ไม่ใช่คุณของภิกษุเหล่านั้นในโรงธรรมสภา. พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอทั้งหลายนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ในบัดนี้? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่าด้วยเรื่องชื่อนี้จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ในแต่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ภิกษุเหล่านี้ก็เป็นผู้มีศีลเป็นที่เยาะเย้ยเหมือนกัน จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้เป็นท้าวสักกะ. ในครั้งนั้น พี่น้อง ๗ คนในหมู่บ้านกาสิกคาม ตำบลใดตำบลหนึ่ง เห็นโทษในกามทั้งหลาย พากันออกบวชเป็นฤๅษีอยู่ท่ามกลางป่าไม่ทำความเพียรในโยคะ เป็นผู้มากไปทางร่างกายแข็งแรง เที่ยวเล่นกีฬานานัปการ.
ท้าวสักกะเทวราชทรงดำริว่า เราจักให้ฤๅษีเหล่านี้สลดใจ แล้วทรงปลอมพระองค์เป็นนกแก้ว เสด็จมาถึงที่อยู่ของฤๅษีเหล่านั้น แอบอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง.
เมื่อจะให้ฤๅษีเหล่านั้นสลดใจ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
เหล่าชนผู้กินเดนทั้งหลายพากันอยู่อย่างสบายดีจริงหนอ ทั้งในปัจจุบันก็น่าสรรเสริญ ทั้งในสัมปรายภพก็จะมีสุคติ.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป
นกแก้วกล่าวหมายถึง พวกคนที่กินอาหารที่เหลือจากผู้อื่นกินแล้ว.
บทว่า ทิฏฺเฐว ธมฺเม ความว่า เหล่าชนแบบนี้ในปัจจุบันนี้ก็ควรสรรเสริญทีเดียว และในสัมปรายภพ คนเหล่านั้นก็จะมีสุคติ คือนกแก้วกล่าวโดยอธิบายว่า เขาเหล่านั้นจะเกิดในสวรรค์.
ลำดับนั้น บรรดาฤๅษีเหล่านั้น ฤๅษีตนหนึ่งได้ยินคำของนกแก้วนั้นแล้ว จึงเรียกคนที่เหลือมา แล้วจึงได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ดูก่อนท่านบัณฑิตทั้งหลาย เมื่อนกแก้วพูดอยู่ ท่านทั้งหลายก็ไม่สงบใจฟัง ดูก่อนท่านพี่น้องร่วมท้องทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงฟังคำนี้ นกแก้วนี้กำลังสรรเสริญเราทีเดียว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภาสมานสฺส ความว่า เมื่อนกแก้วพูดอยู่ด้วยถ้อยคำของมนุษย์.
บทว่า นิสาเมถ ได้แก่ไม่ฟัง.
บทว่า อิทํ สุณาถ ความว่า ขอท่านทั้งหลายจงฟังคำนี้ของนกแก้วนั้น. เขาร้องเรียกคนเหล่านั้นว่าโสทริยา คือพี่น้องร่วมอุทร เพราะความเป็นผู้อยู่แล้วในอุทรเสมอกัน.
ครั้งนั้น นกแก้ว เมื่อจะห้ามคนเหล่านั้นจึงได้กล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
ดูก่อนท่านผู้กินซากศพทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่สรรเสริญท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า ท่านทั้งหลายเป็นผู้กินของเหลือเป็นปกติ แต่ท่านทั้งหลายไม่เป็นผู้กินเดนเป็นปกติ.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถานั้นต่อไป
นกแก้วร้องเรียกคนเหล่านั้นว่า กุณปาทา ความว่า ผู้กินซากศพ.
คนเหล่านั้นได้ยินคำนั้นแล้วทั่วทั้งหมด ได้พากันกล่าวคาถา ที่ ๔ ว่า :-
พวกเราบวชได้ ๗ พรรษาแล้ว เป็นเหมือนนกยูงอยู่กลางป่า เลี้ยงชีพด้วยอาหารที่เป็นเดนเท่านั้น ถ้าหากจะเป็นผู้ที่ท่านผู้เจริญสรรเสริญ?
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สิขณฺฑิโน ความว่า ประกอบด้วยหงอน.
บทว่า วิฆาเสเนว ความว่า พวกเราเมื่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาหารที่เป็นเดนของราชสีห์และเสือโคร่งอย่างเดียวถึง ๗ ปี ตลอดกาลเท่านี้ ถ้าหากเป็นผู้ที่ท่านผู้เจริญพึงตำหนิไซร้ ก็ใครเล่าจะเป็นผู้ที่ท่านผู้เจริญควรสรรเสริญ.
พระมหาสัตว์ เมื่อให้คนเหล่านั้นสลดใจอยู่ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๕ ว่า :-
ของที่เหลือของราชสีห์ เสือโคร่งและสัตว์ร้ายทั้งหลายมีอยู่ ท่านทั้งหลายเลี้ยงชีพด้วยอาหารที่เหลือนั้นนั่นเอง พวกเราสำคัญว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้กินเดนเป็นปกติ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พาลานญฺจาวสิฏฺฐกํ ของที่เหลือ คือโภชนะที่เหลือของสัตว์ร้ายทั้งหลายด้วย.
ดาบสทั้งหลายได้ฟังคำนั้นแล้วจึงกล่าวว่า ถ้าหากพวกเราไม่เป็นผู้กินเดนไซร้ ถ้าอย่างนั้นท่านตำหนิใครล่ะ? ใครเป็นผู้กินเดน
ลำดับนั้น พระมหาสัตว์นั้น เมื่อจะบอกข้อความนั้นแก่ดาบสเหล่านั้น
จึงได้กล่าวคาถาที่ ๖ ว่า :-
ชนเหล่าใดให้ทานแก่สมณะ พราหมณ์และวณิพกอื่นแล้ว จึงบริโภคส่วนที่เหลือ ชนเหล่านั้นเป็นผู้กินเดน.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วณิพฺพิโน ได้แก่ผู้ขอสิ่งของนั้นๆ
พระมหาสัตว์ ครั้นให้ดาบสเหล่านั้นสลดใจแล้ว จึงไปที่อยู่ของตนนั่นเอง.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกไว้ว่า
พี่น้องชาย ๗ คน ในครั้งนั้น ได้แก่ ภิกษุทั้งหลายผู้มีศีลน่าเยาะเย้ยเหล่านี้ ในบัดนี้
ส่วนท้าวสักกะได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาวิฆาสาทชาดกที่ ๘ -----------------------------------------------------