อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๙๗๖

๒. มโนชชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๗๖–๙๘๒7 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒ มโนชชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๒. มโนชชาดก คบคนชั่วไม่ได้ความสุขยั่งยืน

ข้อ ๙๗๖

ยถา จาโป นินฺนมติ ชิยา จาปิ นิกุชฺชติ หญฺญเต นูน มโนโช มิคราชา สขา มม ฯ

เหตุใดลูกศรจึงไม่หลุดไปจากแหล่ง และสายจึงหดหู่เข้ามา พระยาเนื้อ ชื่อมโนชะสหายของเรา คงถูกเขาฆ่าตายเป็นแน่.

ข้อ ๙๗๗

หนฺททานิ วนนฺตานิ ปกฺกมามิ ยถาสุขํ เนตาทิสา สขา โหนฺติ ลพฺภา เม ชีวโต สขา ฯ

ผิฉะนั้น บัดนี้ เราจะหลีกไปชายป่าตามความสบาย ธรรมดาสหายผู้ ตายแล้วเช่นนี้ไม่มี เราผู้มีชีวิตอยู่พึงได้สหาย.

ข้อ ๙๗๘

น ปาปชนสํเสวี อจฺจนฺตํ สุขเมธติ มโนชํ ปสฺส เสมานํ คิริยสฺสานุสาสนี ฯ

บุคคลผู้คบหากับปาปชน ย่อมไม่ได้ความสุขยืนนาน จงดูพระยาเนื้อ ชื่อมโนชะ มาคบกับสุนัขจิ้งจอก ทำตามคำสอนของสุนัขจิ้งจอก

ข้อ ๙๗๙

น ปาปสมฺปวงฺเกน มาตา ปุตฺเตน นนฺทติ มโนชํ ปสฺส เสมานํ อจฺฉนฺนํ สมฺหิ โลหิเต ฯ

มารดาย่อมไม่ยินดีกับบุตรผู้คบหาปาปชน จงดูแต่พระยาเนื้อชื่อมโนชะ คบกับสุนัขจิ้งจอก นอนจมเลือดอยู่.

ข้อ ๙๘๐

เอวมาปชฺชเต โปโส ปาปิโย จ นิคจฺฉติ โย เว หิตาน วจนํ น กโรติ อตฺถทสฺสินํ ฯ

บุรุษมาถึงความเป็นอย่างนั้นบ้าง จะต้องถึงความเลวทรามต่ำช้า ผู้ใดไม่ ทำตามคำของบุคคลผู้หวังความเกื้อกูล ช่วยชี้ประโยชน์ให้ ผู้นั้นเป็น ผู้เลวทรามต่ำช้า.

ข้อ ๙๘๑

เอวญฺจ โส โหติ ตโตว ปาปิโย โย อุตฺตโม อธมชนูปเสวี ปสฺสุตฺตมํ อธมชนูปเสวึ มิคาธิปํ สรวรเวคนิทฺธุตํ ฯ

อนึ่ง ผู้ใดเป็นคนชั้นสูงแต่มาคบหากับคนชั้นต่ำ ผู้นั้นเป็นคนเลวทราม ต่ำช้ากว่าเขาเสียอีก อย่างนี้ จงดูแต่ราชสีห์เป็นสัตว์ชั้นสูงเป็นใหญ่กว่า มฤคชาติ แต่มาคบหากับสุนัขจิ้งจอกผู้ชั่วช้า ต้องตายด้วยกำลังลูกศร ของนายพราน.

ข้อ ๙๘๒

นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี เสฏฺฐมุปคมญฺจ อุเทติ ขิปฺปํ ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรํ ภเชถาติ ฯ มโนชชาตกํ ทุติยํ ฯ ---------

บุรุษผู้คบหากับคนเลวทราม ย่อมเลวทราม ผู้คบหากับคนที่เสมอกับตน ย่อมไม่เสื่อมในกาลไหนๆ เมื่อจะเข้าไปคบหากับคนที่ดีกว่าตน ควรรีบ เข้าไปคบหา เพราะฉะนั้น จงคบแต่ผู้ที่ดีกว่าตน. จบ มโนชชาดกที่ ๒.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๒. มโนชชาดก (๓๙๗) ว่าด้วยราชสีห์มโนชะ (สุนัขจิ้งจอกปรารภกับตนเองว่า)

ข้อ

เพราะคันธนูโก่งและสายธนูส่งเสียงดัง พญาเนื้อมโนชะสหายของเราจึงถูกฆ่า

ข้อ

ทางที่ดี เราจะหนีเข้าป่าไปตามสบายเสียแต่เดี๋ยวนี้แหละ ผู้ที่ตายแล้วเช่นนี้เป็นเพื่อนกันไม่ได้ เราเมื่อยังมีชีวิตอยู่ต้องได้เพื่อนใหม่ (พ่อราชสีห์มโนชะกล่าวว่า)

ข้อ ๑๐

ผู้ที่คบคนชั่ว ย่อมไม่ได้รับความสุขอย่างแท้จริง ดูเถิด เจ้ามโนชะนอนตายเพราะคำสั่งสอนของสุนัขจิ้งจอกคิริยะ (แม่ราชสีห์มโนชะกล่าวว่า)

ข้อ ๑๑

แม่ไม่ยินดีเลย ลูกคบคนชั่ว จงดูเถิดเจ้ามโนชะนอนตายจมกองเลือดของตนเอง (น้องสาวราชสีห์มโนชะกล่าวว่า)

ข้อ ๑๒

บุคคลผู้ไม่กระทำตามถ้อยคำของผู้เกื้อกูลแนะประโยชน์ ต้องเป็นเช่นนี้ และประสบแต่ความเลว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๗ หน้า : ๒๕๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๗. สัตตกนิบาต] ๑. กุกกุวรรค ๓. สุตนชาดก (๓๙๘) (เมียราชสีห์มโนชะกล่าวว่า)

ข้อ ๑๓

ผู้ที่เป็นคนชั้นสูงแต่มาคบคนชั้นต่ำ ย่อมเป็นคนเลวกว่าคนชั้นต่ำนั้นเสียอีก จงดูเถิด พญาเนื้อชั้นสูงมาคบสุนัขจิ้งจอกชั้นต่ำ ถูกกำลังลูกศรกำจัดแล้วด้วยประการฉะนี้ (พระผู้มีพระภาคตรัสว่า)

ข้อ ๑๔

คนคบคนเลวก็เลวตาม คนคบคนเสมอกันย่อมไม่เสื่อมในกาลไหนๆ การคบคนที่ดีกว่าย่อมเจริญเร็วพลัน เพราะเหตุนั้น จงคบคนที่ดีกว่าตนเถิดมโนชชาดกที่ ๒ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน ทรงปรารภภิกษุผู้คบหาสมาคมฝ่ายที่ผิดแล้ว จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยถา จาโป นินฺนมติ ดังนี้.

ความพิสดารว่า ใน มหิฬามุขชาดก ในหนหลัง.

แต่ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสว่า ไม่ใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในปางบรรพ์ ภิกษุนั้นก็เป็นผู้ซ่องเสพฝ่ายที่ผิดเหมือนกัน แล้วได้ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เป็นสิงโตตัวผู้ อยู่กับสิงโตตัวเมีย ได้ลูก ๒ ตัว คือลูกตัวผู้ ๑ ตัว ตัวเมีย ๑ ตัว. ลูกตัวผู้ได้มีชื่อว่ามโนชะ มันเติบโตแล้ว รับเอาลูกสิงโตตัวหนึ่งมาเป็นเมีย. ดังนั้น สิงโตเหล่านั้นจึงมีรวมกัน ๕ ตัว. สิงโตมโนชะได้ฆ่ากระบือเป็นต้นในป่า นำเนื้อมาเลี้ยงพ่อแม่น้องสาวและเมีย.

อยู่มาวันหนึ่ง มันเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งชื่อคิริยะ ที่ถิ่นหากินเหยื่อ หนีไม่ทัน ได้นอนหมอบลง จึงถามว่า สหายเอ๋ยอะไรกัน เมื่อสุนัขจิ้งจอกบอกว่า ข้าแต่นาย ฉันประสงค์จะปรนนิบัตินาย จึงรับมันไว้แล้วนำมายังถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของตน.

พระโพธิสัตว์เห็นพฤติการณ์นั้นแล้ว แม้ห้ามอยู่ว่า ลูกมโนชะเอ๋ย ธรรมดาสุนัขจิ้งจอกทั้งหลายทุศีล มีบาปธรรม ประกอบสิ่งที่ไม่ใช่กิจ เจ้าอย่าเอาสุนัขจิ้งจอกนั้นไว้ในสำนักของตน ดังนี้ ก็ไม่อาจจะห้ามได้.

อยู่มาวันหนึ่ง สุนัขจิ้งจอกอยากจะกินเนื้อม้า จึงพูดกะมโนชะว่า ข้าแต่นาย ขึ้นชื่อว่าเนื้ออย่างอื่นเว้นไว้แต่เนื้อม้า ที่พวกเราไม่เคยกินไม่มี พวกเราจักตะครุบม้ากันเถอะ. มโนชะถามว่า ม้ามีที่ไหนนะ? สุนัขจิ้งจอกตอบว่า ที่ฝั่งแม่น้ำเมืองพาราณสี. มโนชะรับคำสุนัขจิ้งจอกแล้วไปกับมัน ในเวลาที่ม้าทั้งหลายพากันอาบน้ำในแม่น้ำ ตะครุบม้าได้ตัวหนึ่ง ยกขึ้นหลังมาถึงประตูถ้ำของตนทีเดียว ด้วยกำลังสิงโต.

ลำดับนั้น พ่อของเขากัดกินเนื้อม้าแล้วจึงพูดว่า ธรรมดาม้าเป็นสัตว์สำหรับใช้สอยของหลวงและพระราชาทั้งหลายก็ทรงมีมายามากมาย ตรัสสั่งให้พวกนายขมังธนูผู้ฉลาด คือแม่นธนูยิงขึ้นชื่อว่าสิงโตที่กินเนื้อม้า ที่จะอายุยืนไม่มี ต่อแต่นี้ไปเจ้าอย่าตะครุบม้ามากิน. มโนชะไม่ทำตามคำพ่อยังตะครุบอยู่นั่นแหละ.

พระราชาทรงสดับว่า สิงโตตะครุบม้ากิน จึงทรงให้สร้างสระโบกขรณี สำหรับม้าไว้ภายในพระนครนั่นเอง. แม้จากสระโบกขรณีนั้น สิงโตก็ยังมาตะครุบเอาเหมือนกัน. พระราชาจึงทรงให้สร้างโรงม้า แล้วให้หญ้าและน้ำแก่ม้าในภายในโรงนั้นเอง. สิงโตก็ไปทางด้านบนกำแพง ตะครุบเอาจากภายในโรงนั่นแหละ. พระราชาตรัสสั่งนายขมังธนูยิงเร็วคือยิงไม่ขาดระยะ คนหนึ่งมา แล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อ เจ้าจักอาจยิงสิงโตได้ไหม?เขาทูลว่า ได้พระพุทธเจ้าข้า แล้วได้ให้คนสร้างป้อมไว้ชิดกำแพงใกล้ทางสิงโตมาแล้วได้ยืนบนนั้น.

สิงโตมาแล้วให้สุนัขจิ้งจอกยืนอยู่นอกป่าช้าแล้ววิ่งเข้าพระนครเพื่อจะตะครุบม้า. ฝ่ายนายขมังธนู เวลาสิงโตมา คิดว่า สิงโตมีความรวดเร็วมาก จึงยังไม่ยิง แต่เวลามันตะครุบม้าแล้วเดินไป จึงยิงสิงโตที่ลดความเร็วลงแล้ว เพราะแบกหนักด้วยลูกศรที่แหลมคมที่ด้านหลัง ลูกศรทะลุออกทางด้านหน้าแล้ว วิ่งไปในอากาศ. สิงโตร้องว่าข้าถูกยิงแล้ว. นายขมังธนูยิงสิงโตนั้น สะบัดสายดังเหมือนสายฟ้า.

สุนัขจิ้งจอกได้ยินเสียงสิงโตและเสียงสายธนูแล้ว คิดว่า สหายของเราจักถูกนายขมังธนูยิงให้ตายแล้ว ธรรมดาว่าความคุ้นเคยกับสัตว์ทั้งหลายที่ตายแล้วย่อมไม่มี บัดนี้ เราจักไปที่อยู่ของเราตามปกตินั่นแหละ.

เมื่อจะเจรจากับตัวเอง จึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-

เพราะเหตุที่ธนูโก่ง และสายธนูสะบัดฉะนั้น มโนชะมฤคราชสหายของเรา ถูกฆ่าแน่นอน.

ช่างเถอะ วันนี้เราจะหลีกเข้าป่าที่เร้นลับไปตามสบาย เพื่อนเช่นนี้จะไม่มี เรายังมีชีวิตอยู่ คงได้เพื่อนอีก.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา ความว่า ธนูโก่ง เพราะเหตุใด.

บทว่า หญฺญเต นูน ความว่า ถูกฆ่าแน่.

บทว่า เนตาทิสา ความว่า ธรรมดาสหายแบบนี้คือผู้ตายแล้ว จะไม่มี.

บทว่า ลพฺภา ความว่า ธรรมดาว่าสหาย เรามีชีวิตอยู่อาจหาได้อีก.

ฝ่ายสิงโตวิ่งไปด้วยความเร็วอย่างเอกทีเดียว สลัดให้ม้าตกลงที่ประตูถ้ำ แล้วตนเองก็ล้มลงตาย. ภายหลังญาติของมันพากันออกไปดู ได้เห็นมันเปื้อนเลือด มีเลือดไหลออกจากปากแผลที่ถูกยิง ถึงความสิ้นชีวิต เพราะคบสัตว์เลว.

พ่อ แม่ น้องสาวและเมียของมัน ได้พากันกล่าวคาถา ๔ คาถาตามลำดับว่า :-

ผู้คบสัตว์เลวตามปกติ จะไม่ประสบความสุขโดยส่วนเดียว จงดูมโนชะผู้นอนอยู่เถิด ผู้เชื่อฟังอนุสาสนีของสุนัขจิ้งจอกชื่อคิริยะ.

แม่จะไม่บันเทิงใจ เพราะลูกมีเพื่อนที่เลวทราม จงดูมโนชะผู้นอนจมกองเลือดของตนอยู่เถิด

คนผู้ที่ไม่ทำตามถ้อยคำคนที่เกื้อกูลผู้ชี้ประโยชน์ให้ จะประสบอย่างนี้ และจะพบเพื่อนที่เลวทรามกว่า.

เมื่อเป็นเช่นนั้น คนผู้ที่สูงส่ง แต่คบพาคนที่ต่ำทราม จะเป็นคนเลวกว่าคนนั้นทีเดียว จงดูพระยาเนื้อคือมโนชะผู้สูงส่ง แต่คบหาสัตว์ต่ำช้า คือสุนัขจิ้งจอก ถูกกำจัดด้วยกำลังลูกศร.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อจฺจนฺตํ สุขเมธติ ความว่า ไม่ได้ความสุขตลอดกาลนาน. บทว่า คิริยสฺสานุสาสนี ความว่า พระโพธิสัตว์ผู้เป็นพ่อ กล่าวตำหนิว่า นี้เป็นอนุสาสนีของสุนัขจิ้งจอกคิริยะมีรูปอย่างนี้. บทว่า ปาปสมฺปวงฺเกน ความว่า มีเพื่อนที่เลวทราม. บทว่า อจฺฉนฺตํ ได้แก่ จมลง. บทว่า ปาปิโย จ นิคจฺฉติ ความว่า จะพบเพื่อนที่เลวทราม. บทว่า หิตานํ ความว่า ผู้มุ่งประโยชน์เกื้อกูล. บทว่า อตฺถทสฺสินํ ความว่า ผู้ชี้แนะประโยชน์อนาคต. บทว่า ปาปิโย ได้แก่ เลวกว่า. บทว่า อธมชนูปเสวี ความว่า คบหาคนชั่วช้า. บทว่า อุตฺตมํ ความว่า ผู้เจริญที่สุด ด้วยกำลังร่างกาย.

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสอภิสัมพุทธคาถาหลังสุดว่า :-

คนผู้คบหาคนเลวทรามเป็นปกติ จะเสื่อมเสีย แต่ผู้คบหาคนเสมอกันเป็นปกติ จะไม่เสื่อมเสียในกาลไหนๆ ส่วนผู้คบหาคนที่ประเสริฐที่สุดอยู่ จะเข้าถึงเขาโดยเร็ว เพราะฉะนั้น คนควรคบแต่คนที่สูงกว่าตน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิหียติ ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาว่าผู้คบคนเลว ย่อมเสื่อมไป คือเสียหาย ได้แก่ถึงความพินาศ.

บทว่า ตุลฺยเสวี ความว่า ผู้คบหาคนผู้เช่นกับด้วยตนด้วยคุณความดีทั้งหลาย มีศีลเป็นต้นอยู่ จะไม่เสื่อมเสีย แต่เขาจะมีความเจริญอย่างเดียว.

บทว่า เสฏฺฐมุปคมํ ความว่า เมื่อเข้าไปหาคนที่สูงๆ. ความว่า จะเข้าถึงเขาด้วยคุณความดีมีศีลเป็นต้นโดยเร็วทีเดียว.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลาย แล้วทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจจะ ภิกษุผู้คบหาฝ่ายผิด ได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.

หมาจิ้งจอกในครั้งนั้น ได้แก่ พระเทวทัต ในบัดนี้

มโนชะได้แก่ ภิกษุผู้คบฝ่ายผิด

น้องสาวได้แก่ พระอุบลวรรณาเถรี

เมียได้แก่ พระเขมาภิกษุณี

แม่ได้แก่ มารดาพระราหุล

ส่วนพ่อได้แก่ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถามโนชชาดกที่ ๒ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา