อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๓๐๕

๘. กามนีตชาดก

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๐๕–๓๐๖2 ข้อ (พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ)4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๘ กามนีตชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ ๘. กามนีตชาดก ผู้ถูกโรครักครอบงำรักษายาก

ข้อ ๓๐๕

ตโย คิรึ อนฺตรํ กามยามิ ปญฺจาโล กุรุโย เกกเก จ ตตุตฺตรึ พฺราหฺมณ กามยามิ ติกิจฺฉ มํ พฺราหฺมณ กามนีตํ ฯ

เราปรารถนาระหว่างเมืองทั้ง ๓ คือ เมืองปัญจาละ ๑ เมืองกุรุยะ ๑ เมือง เกกกะ ๑ ดูกรท่านพราหมณ์ เราปรารถนาราชสมบัติทั้ง ๓ เมืองนั้นมาก กว่าสมบัติที่เราได้แล้วนี้ ดูกรพราหมณ์ ขอให้ท่านช่วยรักษาเราผู้ถูก ความใคร่ครอบงำด้วยเถิด.

ข้อ ๓๐๖

กณฺหาหิ ทฏฺฐสฺส กโรนฺติ เหเก อมนุสฺสวิฏฺฐสฺส กโรนฺติ ปณฺฑิตา น กามนีตสฺส กโรติ โกจิ โอกฺกนฺตสุกฺกสฺส หิ กา ติกิจฺฉาติ ฯ กามนีตชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ ---------

อันที่จริง เมื่อบุคคลถูกงูเห่ากัด หมอบางคนก็รักษาได้ อนึ่ง บุคคลถูกผี เข้าสิง หมอผู้ฉลาดก็ไล่ออกได้ แต่บุคคลถูกความใคร่ครอบงำแล้ว ใครๆ ก็รักษาไม่หาย เพราะว่า เมื่อบุคคลล่วงเลยธรรมขาวเสียแล้ว จะรักษาได้อย่างไร? จบ กามนีตชาดกที่ ๘.

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒. ทุกนิบาต] ๘. กาสาววรรค ๙. ปลายิตชาดก (๒๒๙) ๘. กามนีตชาดก (๒๒๘) ว่าด้วยคนที่ถูกความอยากครอบงำ (พระราชาตรัสกับท้าวสักกเทวราชโพธิสัตว์ว่า)

ข้อ ๑๕๕

เราอยากได้พระนครทั้ง ๓ และรัฐทั้ง ๓ คือ (๑) ปัญจาละ (๒) กุรุยะ (๓) เกกกะ ในระหว่างพระนครเหล่านั้น พ่อพราหมณ์เอ๋ย เราอยากได้ยิ่งกว่าราชสมบัติที่เราได้แล้วเสียอีก เจ้าจงเยียวยาข้าพเจ้าผู้ถูกความอยากทำลายแล้วเถิด (ท้าวสักกเทวราชโพธิสัตว์ตรัสกับพระราชาว่า)

ข้อ ๑๕๖

จริงอยู่ คนถูกงูเห่ากัด หมอบางคนก็รักษาหาย คนถูกผีสิง หมอผีที่เก่งบางคนก็ขับออกได้ แต่คนถูกความอยากทำลาย ใครๆ ก็เยียวยาไม่ได้ เพราะว่า คนที่ล่วงเลยกุศลธรรมแล้วจะเยียวยาได้อย่างไรกามนีตชาดกที่ ๘ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภพราหมณ์ชื่อ กามนีตะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ตโย คิรึ ดังนี้.

เรื่องราวทั้งปัจจุบันและอดีต จักมีแจ้งใน กามชาดก ในทวาทสนิบาต.

พระราชบุตรทั้งสองพระองค์นั้น พระองค์พี่ได้กลับมาเป็นพระราชาในกรุงพาราณสี พระองค์น้องได้เป็นอุปราช. ทั้งสองพระองค์นั้น องค์พี่ผู้เป็นพระราชาเป็นผู้ไม่อิ่มในวัตถุกามและกิเลสกาม มีพระทัยโลภในทรัพย์สมบัติ.

ในคราวนั้น พระโพธิสัตว์เป็นท้าวสักกเทวราช ตรวจดูชมพูทวีป ทรงทราบว่า พระราชานั้นมิได้ทรงอิ่มในกามทั้งสอง ทรงดำริว่า จักไปข่มขี่พระราชานี้ให้ละอายพระทัย จึงทรงแปลงเป็นพราหมณ์มาณพเข้าเฝ้าพระราชา.

เมื่อพระราชาตรัสถามว่า แน่ะมาณพ ท่านมาด้วยประสงค์อะไร. กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ข้าพระองค์พบนครสามนครน่ารื่นรมย์ มีภิกษาหารสมบูรณ์ พรั่งพร้อมด้วยช้าง ม้า รถ พลนิกรและเงินทองเครื่องอลังการแต่พระองค์สามารถยึดนครทั้ง ๓ นั้นด้วยกำลังเล็กน้อยเท่านั้น ข้าพระองค์จึงมาเพื่อรับอาสาไปตีเมืองทั้งสามถวายพระองค์.

เมื่อตรัสถามว่า เราจะไปกันเมื่อไรเล่า มาณพ. กราบทูลว่า ไปพรุ่งนี้ พระเจ้าข้า. ตรัสว่า ถ้าเช่นนั้นเราไปด้วยกัน ท่านมาแต่เช้าๆ หน่อย. ท้าวสักกะตรัสว่า ดีแล้ว พระเจ้าข้า พระองค์จงเตรียมพลไว้โดยเร็ว แล้วเสด็จกลับวิมานของพระองค์.

รุ่งขึ้น พระราชารับสั่งให้เที่ยวตีกลองเรียกชุมนุมพล รับสั่งให้อำมาตย์ทั้งหลายมา แล้วตรัสว่า เมื่อวานนี้ มีพราหมณ์มาณพผู้หนึ่งรับอาสาจะตีนครทั้งสามเอาราชสมบัติถวาย คือนครอุตตรปัญจาละ นครอินทปัตร นครเกกกะ เราจะพามาณพนั้นไปตีเอาราชสมบัติในนครทั้งสามนั้น. พวกท่านจงไปตามตัวมาณพนั้นมาโดยเร็ว. พวกอำมาตย์ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ พระองค์พระราชทานที่พักให้มาณพนั้น ณ ที่ไหน. ตรัสว่า เราไม่ได้ให้ที่พักแก่เขา. กราบทูลถามว่า เสบียงอาหารพระองค์พระราชทานหรือเปล่า. ตรัสว่า เสบียงอาหารก็ไม่ได้ประทาน. ทูลถามว่า ข้าพระองค์จะไปตามตัวได้ที่ไหน. ตรัสว่า พวกท่านจงเที่ยวตามหาดูตามถนนในนครเถิด.

พวกอำมาตย์เที่ยวตรวจตราดูแล้วไม่พบ จึงกราบทูลว่า ไม่พบตัว พระเจ้าข้า. เมื่อพระราชาไม่ได้ตัวมาณพมา ก็เกิดความโศกเสียพระทัยว่า เราเสื่อมจากอิสสริยสมบัติอันใหญ่หลวงอย่างนี้เสียแล้วดวงพระทัยก็เร่าร้อน โลหิตที่ฉีดเลี้ยงหทัยก็กำเริบ จนเกิดสำรอกโลหิตออกมา. บรรดาแพทย์ทั้งหลายก็ไม่สามารถจะรักษาได้.

ถัดจากนั้นมา ๓-๔ วัน ท้าวสักกเทวราชทรงตรวจดู ทรงทราบการประชวรของพระราชาทรงดำริว่า จักช่วยรักษา จึงแปลงเป็นพราหมณ์มาเยือนประตูพระราชวัง ให้กราบทูลว่า มีหมอพราหมณ์จะมารักษาพระองค์. พระราชาทรงสดับดังนั้นตรัสว่า หมอหลวงล้วนแต่ใหญ่โต ยังรักษาเราไม่ได้ ท่านจงจ่ายค่าป่วยการให้เขากลับไปเถิด. ท้าวสักกเทวราชได้สดับคำอำมาตย์มาบอกแล้วตรัสว่า เราไม่ต้องการที่พักและค่าป่วยการแม้ค่าขวัญข้าวเราก็ไม่ขอรับ เราขออาสารักษาพระองค์ ขอพระราชาจงให้เราเฝ้าเถิด. พระราชาทรงสดับดังนั้น แล้วรับสั่งว่า ถ้าเช่นนั้นจงมาเถิด. ท้าวสักกเทวราชเสด็จเข้าไปแล้ว ถวายบังคมยืน ณ ส่วนข้างหนึ่ง. พระราชาตรัสถามว่า ท่านจะรักษาเราหรือ. ทูลว่าอย่างนั้นพระเจ้าข้า. ตรัสว่า ถ้าเช่นนั้นจงรักษาเถิด.

กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราช ขอประทานโอกาส ขอพระองค์จงบอกลักษณะของโรคแก่ข้าพระองค์ว่าเกิดเพราะเหตุอะไร เกิดเพราะเสวยอะไร หรือได้ทอดพระเนตร หรือทรงสดับอะไร. พระราชาตรัสว่า แน่ะพ่อ โรคของเราเกิดเพราะได้ฟังข่าว. ทูลถามว่า พระองค์สดับข่าวอะไร. ตรัสว่าแน่ะพ่อ มีมาณพคนหนึ่งมาบอกว่า จักรับอาสาตีเอาราชสมบัติในนครทั้งสามถวายเราเราก็ไม่ได้ให้ที่พักหรือค่ากินอยู่แก่เขา เขาคงโกรธเราจึงไปเฝ้าพระราชาองค์อื่น เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็เฝ้าแต่คิดอยู่ว่า เราเสื่อมจากอิสสริยสมบัติอันใหญ่หลวงดังนี้ จึงได้เกิดโรคขึ้น. ถ้าท่านสามารถก็จงรักษาโรคอันเกิดเพราะจิตปรารถนาของเรา. เมื่อจะประกาศเนื้อความนี้ ได้กล่าวคาถาแรกว่า :-

เราปรารถนาระหว่างเมืองทั้งสาม คือเมืองปัญจาละ ๑ เมืองกุรุยะ ๑ เมืองเกกกะ ๑ดูก่อนท่านพราหมณ์ เราปรารถนาราชสมบัติทั้งสามเมืองนั้นมากกว่าราชสมบัติที่เราได้แล้วนี้ดูก่อนพราหมณ์ ขอท่านรักษาเราผู้ถูกความใคร่ครอบงำด้วยเถิด.

ในบทเหล่านั้น บทว่า ตโย คิรึ คือ นครทั้งสาม. เหมือนสุทัสสนเทพนคร ท่านเรียกว่า สุทัสสคีรีเพราะจะรบยึดเอาได้ยาก หวั่นไหวได้ยากในประโยคนี้ว่า สุทสฺสนคิริโน ทฺวารํ เหตํ ปกาสติ. เพราะฉะนั้น ในคาถานี้จึงมีเนื้อความดังนี้ เราต้องการนครสามนครและแคว้นทั้งสามแคว้นในระหว่างนครเหล่านั้นเราต้องการหมดทั้งสามแว่นแคว้น อันมีนามว่า อุตตรปัญจาละ ซึ่งมีนครชื่อว่า กปิละ แว่นแคว้นหนึ่งมีนามว่า กุรุยะ ซึ่งมีนครชื่อว่า อินทปัตร แว่นแคว้นหนึ่ง มีนามว่า เกกกะ ซึ่งมีนครชื่อว่า เกกกะราชธานี แว่นแคว้นหนึ่ง. เราปรารถนาราชสมบัติทั้งสามแว่นแคว้นนั้น ยิ่งไปเสียกว่าราชสมบัติกรุงพาราณสี ซึ่งเราครองอยู่นี้.

บทว่า ติกิจฺฉ มํ พฺราหฺมณ กามนีตํ ความว่า ท่านพราหมณ์ เราถูกวัตถุกามและกิเลสกามเหล่านั้นชักนำไปแล้ว ถูกรบกวนประหัตประหารแล้ว ถ้าท่านอาจก็จงรักษาเราเถิด.

ลำดับนั้น ท้าวสักกเทวราชจึงตรัสกะพระราชาว่า ข้าแต่มหาราช พระองค์จะรักษาด้วยโอสถรากไม้เป็นต้นไม่หาย ต้องรักษาด้วยโอสถ คือญาณอย่างเดียว ได้กล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-

อันที่จริง เมื่อบุคคลถูกงูเห่ากัด หมอบางคนก็รักษาได้ อนึ่ง บุคคลถูกผีสิง หมอผู้ฉลาดก็ไล่ออกได้ แต่บุคคลผู้ถูกความใคร่ครอบงำแล้วใครๆ ก็รักษาไม่หาย เพราะว่าเมื่อบุคคลล่วงเลยธรรมขาวเสียแล้ว จะรักษาได้อย่างไร.

ในบทเหล่านั้น บทว่า กณฺหาหิ ทุฏฺฐสฺส กโรนฺติ เหเก ความว่า อันที่จริงเมื่อบุคคลถูกงูเห่ามีพิษร้ายกัด หมอบางคนก็รักษาด้วยมนต์และด้วยโอสถให้หายได้.

บทว่า อมนุสฺสวิฏฺฐสฺส กโรนฺติ ปณฺฑิตา ความว่า หมอผีผู้ฉลาดจำพวกหนึ่ง เมื่อคนถูกอมนุษย์มีผีและยักษ์เป็นต้น เข้าสิงแล้วย่อมทำการรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ มีการเซ่นสรวง สวดพระปริตรและวางยาเป็นต้นให้หายได้.

บทว่า น กามนีตสฺส กโรติ โกจิ ความว่า แต่คนที่ถูกกามชักนำไปแล้ว คืออยู่ในอำนาจของกาม เว้นบัณฑิตเสีย ใครๆ อื่นก็ทำการรักษาไม่ได้ แม้จะรักษาก็ไม่สามารถจะรักษาให้หายได้.

ถามว่า เพราะเหตุไร.

ตอบว่า เพราะบุคคลที่ก้าวล่วงเขตแดนสุกกธรรม คือกุศลธรรม ตั้งอยู่ในอกุศลธรรมเสียแล้ว จะรักษาด้วยมนต์และโอสถ เป็นต้นอย่างไรไหว คือไม่อาจรักษาได้ด้วยมนต์และโอสถเป็นต้นนั้น.

พระมหาสัตว์แสดงเหตุนี้แด่พระราชาฉะนี้แล้ว ได้ตรัสให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างนี้ว่า

ข้าแต่มหาราช ถ้าพระองค์จักได้ราชสมบัติทั้งสามแคว้นนั้น เมื่อพระองค์เสวยราชทั้ง ๔ นคร จะฉลองพระองค์ด้วยผ้าสาฎกทั้ง ๔ คู่คราวเดียวกันได้อย่างไรเล่าหนอ จะเสวยทั้ง ๔ ถาดทอง จะบรรทมทั้ง ๔ พระแท่นสิริไสยาสน์คราวเดียวกันได้อย่างไร.

ข้าแต่มหาราช พระองค์ไม่พึงเป็นไปในอำนาจตัณหา ชื่อว่าตัณหานี้เป็นมูลรากของความวิบัติ เมื่อเจริญขึ้นผู้ใดทำให้งอกงาม ย่อมซัดบุคคลนั้นลงนรกทั้ง ๘ ขุม อุสสทนรก ๑๖ ขุม และอบายภูมิที่เหลือมีประเภทนานาประการ.

พระมหาสัตว์แสดงธรรมขู่พระราชาด้วยภัยในนรกเป็นต้นอย่างนี้

ฝ่ายพระราชาฟังธรรมของพระมหาสัตว์แล้ว ก็สร่างโศก หายพระโรคทันใดนั้นเอง แม้ท้าวสักกะประทานโอวาทแด่พระราชาให้ดำรงอยู่ในศีลแล้ว เสด็จกลับเทวโลก. ฝ่ายพระราชาตั้งแต่นั้นทรงบำเพ็ญบุญมีทานเป็นต้น เสด็จไปตามยถากรรม.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.

พระราชาในครั้งนั้น ได้เป็นพราหมณ์ชื่อกามนีตะ ในครั้งนี้

ส่วนท้าวสักกเทวราช คือ เราตถาคต นี้แล.

จบ อรรถกถากามนีตชาดกที่ ๘ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา