อ่านตัวบท · ไม่ตีความ

คลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ฉบับฉบับมหาจุฬาฯจับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกันแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๑

๑๑. ปติพพตาวิมาน ที่ ๑

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ / พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 8 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


บาลีและคำแปล

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๑๑. ปติพพตาวิมานที่ ๑ ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในปติพพตาวิมานที่ ๑

ข้อ ๑๑

|๑๑.๙๖| โกญฺจา มยุรา ทิวิยา จ หํสา วคฺคุสฺสรา โกกิลา สมฺปตนฺติ ปุปฺผาภิกิณฺณํ รมฺมมิทํ วิมานํ อเนกจิตฺตํ นรนาริเสวิตํ |๑๑.๙๗| ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว อิทฺธี วิกุพฺพนฺติ อเนกรูปา อิมา จ เต อจฺฉราโย สมนฺตโต นจฺจนฺติ คายนฺติ ปโมทยนฺติ |๑๑.๙๘| เทวิทฺธิปตฺตาสิ มหานุภาเว มนุสฺสภูตา กิมกาสิ ปุญฺญํ เกนาสิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๑๑.๙๙| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ปญฺหํ ปุฏฺฐา วิยากาสิ ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๑๑.๑๐๐| อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูตา ปติพฺพตา อนญฺญมนา อโหสึ มาตาว ปุตฺตํ อนุรกฺขมานา กุทฺธาปิหํ นปฺผรุสํ อโวจํ |๑๑.๑๐๑| สจฺเจ ฐิตา โมสวชฺชํ ปหาย ทาเน รตา สงฺคหิตตฺตภาวา อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺตา สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ |๑๑.๑๐๒| เตน เมตาทิโส วณฺโณ เตน เม อิธมิชฺฌติ อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา เย เกจิ มนโส ปิยา |๑๑.๑๐๓| อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว มนุสฺสภูตา ยมกาสิ ปุญฺญํ เตนมฺหิ เอวญฺชลิตานุภาวา วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ ปติพฺพตาวิมานํ เอกาทสมํ ฯ

พระมหาโมคคัลลานะถามว่า ดูกรนางเทพธิดาผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ท่านได้วิมานอันมีนกกระเรียน นกยูงทอง นกดุเหว่าดำ และนกดุเหว่าขาว ซึ่งมีทิพยานุภาพเที่ยวส่งเสียง อย่างไพเราะอยู่รอบด้าน ในวิมานนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้หอมชื่นใจ วิจิตร ไปด้วยนานาประการ แวดล้อมไปด้วยเทพบุตรและเทพธิดา อนึ่ง หมู่ นางเทพอัปสรเหล่านี้มีฤทธิ์ นิรมิตรูปร่างขึ้นแปลกๆ กันเป็นอันมาก ฟ้อนรำขับร้องอยู่รอบข้าง ให้ท่านมีความร่าเริงอยู่ ดูกรนางเทพธิดาผู้มี อานุภาพอันยิ่งใหญ่ ครั้งท่านยังเป็นมนุษย์ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ จึงบรรลุ ความสำเร็จ ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และรัศมีกายของท่านสว่าง ไสวไปทั่วทิศเพราะบุญอะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระมหาโมคคัลลานะซักถามแล้ว มีใจยินดี ได้ พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกซักถามว่า ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ ได้เป็นผู้มีสัจจะมั่นในสามี ไม่ ประพฤตินอกใจ มีความจงรักต่อสามี เหมือนกับมารดารักบุตร แม้ดิฉัน จะโกรธเคืองก็ไม่กล่าวถ้อยคำอันหยาบคาย ละทิ้งการพูดเท็จเสีย ดำรง มั่นอยู่ในความสัตย์ ยินดีในการให้ทาน ตามปกติชอบสงเคราะห์ผู้อื่น เช่นกับสงเคราะห์ตน มีใจเลื่อมใส ได้ให้ข้าวและน้ำอย่างดีเป็นทาน โดยความเคารพ ด้วยความเป็นผู้ถือสัจจะมั่น เหตุนั้น ดิฉันจึงมีผิวพรรณ ถึงเช่นนี้ อิฐผลจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคทรัพย์ทั้งหลายอัน เป็นที่รักแห่งใจทุกสิ่งทุกอย่างบังเกิดแก่ดิฉัน ก็เพราะความเป็นผู้ถือ สัจจะมั่นในสามีเป็นเหตุนั้น ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดิฉันขอ บอกแก่ท่าน ครั้งดิฉันยังเป็นมนุษย์ ได้ทำบุญสิ่งใดไว้ เพราะบุญอันนั้น ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองถึงเช่นนี้ และรัศมีกายของดิฉันจึงสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศ. จบ ปติพพตาวิมานที่ ๑๑

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๑. ปฐมปติพพตาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่หญิงผู้ซื่อสัตย์ต่อสามี เรื่องที่ ๑ (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

ข้อ ๙๓

เหล่านกกระเรียน นกยูง หงส์ นกดุเหว่าดำและนกดุเหว่าขาว ล้วนเป็นทิพย์ ชุมนุมกันส่งเสียงไพเราะอยู่รอบวิมานนี้ ซึ่งดารดาษด้วยบุบผชาติ น่ารื่นรมย์ ช่างงามเหลือเกิน ทั้งเทพบุตรและเทพธิดาเวียนกันมาชมไม่ขาดสาย

ข้อ ๙๔

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เธอแสดงฤทธิ์ได้หลากหลาย อยู่ในวิมานนั้น อนึ่ง เทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำขับร้อง ให้ความบันเทิงอยู่รอบๆ เธอ

ข้อ ๙๕

เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ จึงได้สำเร็จเป็นเทพธิดาผู้มีฤทธิ์ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๑๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๑. ปีฐวรรค ๑๒. ทุติยปติพพตาวิมาน

ข้อ ๙๖

เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า

ข้อ ๙๗

เมื่อดิฉันเกิดเป็นมนุษย์อยู่ในหมู่มนุษย์ เป็นผู้ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจสามี คอยถนอมน้ำใจ เหมือนมารดาถนอมบุตร ถึงแม้จะโกรธก็ไม่กล่าวคำหยาบคาย

ข้อ ๙๘

ดำรงมั่นอยู่ในความสัตย์ ละเว้นการพูดเท็จ ยินดีในการให้ทาน ชอบอุทิศตนช่วยเหลือผู้อื่น มีจิตเลื่อมใส ได้ถวายข้าวและน้ำ เป็นทานอย่างเหลือเฟือโดยเคารพ

ข้อ ๙๙

เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

ข้อ ๑๐๐

ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ปฐมปติพพตาวิมานที่ ๑๑ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาปฐมปติพพตาวิมาน

ปฐมปติพพตาวิมาน มีคาถาว่า โกญฺจา มยุรา ทิวิยา หํสา เป็นต้น.

ปฐมปติพพตาวิมาน เกิดขึ้นอย่างไร?

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน กรุงสาวัตถี. ในกรุงสาวัตถีนั้น สตรีผู้หนึ่งได้เป็นผู้ปฏิบัติสามี นางคล้อยตามสามี อดทน ถือโอวาทสามีโดยเคารพ แม้โกรธก็ไม่หุนหันพลันแล่น ไม่พูดคำหยาบพูดแต่เรื่องจริง มีความเชื่อและเลื่อมใส และให้ทานตามควรแก่ทรัพย์สมบัติ. นางเกิดเป็นโรคบางอย่าง ก็ตายไปบังเกิดในภพดาวดึงส์.

ต่อมา ท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวจาริกไป โดยนัยก่อนๆ นั่นแล พบเทวธิดาองค์นั้นซึ่งกำลังเสวยสมบัติอย่างใหญ่ จึงเข้าไปใกล้ๆ. เทวธิดาองค์นั้นมีอัปสรพันหนึ่งแวดล้อม มีอัตภาพประดับด้วยเครื่องอลังการ มีภาระประมาณ ๖๐ เล่มเกวียน ไหว้ด้วยเศียรเกล้า [ค้อมศีรษะ] ใกล้ๆ เท้าพระเถระแล้วยืน ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง.

แม้พระเถระ เมื่อจะถามบุญกรรมที่นางทำไว้ จึงกล่าวว่า

นกกระเรียน นกยูง หงส์และดุเหว่า ล้วนเป็นทิพย์ ส่งเสียงไพเราะ ชุมนุมกันอยู่. วิมานนี้ดาดาษด้วยปุปผชาติ น่ารื่นรมย์ วิจิตรเป็นอันมาก ทั้งเทพบุตรทั้งเทพธิดาก็มาคบหาสมาคมกัน.

ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านนั่งอยู่ในวิมานนี้ เหล่าเทพผู้มีฤทธิ์ก็สำแดงฤทธิ์ มีรูปเป็นอันมาก และเทพอัปสรเหล่านี้ก็ฟ้อนรำขับร้องและรื่นเริงกันรอบๆ ท่าน.

ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก ท่านก็บรรลุเทวฤทธิ์แล้ว ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

เทวดาองค์นั้นดีใจ ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว ก็พยากรณ์ปัญหาโดยอาการที่ท่านถาม ถึงกรรมที่มีผลดังนี้.

เทวดาองค์นั้นกล่าวตอบว่า

ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ ดีฉันซื่อตรงต่อ

สามี ไม่นอกใจ ถนอมใจสามีเหมือนมารดาถนอมบุตร

ดีฉันแม้โกรธ ก็ไม่กล่าวคำหยาบ ดีฉันตั้งอยู่ในสัจจะ

ละคำเท็จ ยินดีในทาน ชอบอุทิศตน สงเคราะห์คนอื่น

มีจิตเลื่อมใส [ในพระรัตนตรัย] เมื่อบริจาคข้าวน้ำก็ได้

ถวายเป็นทานอย่างไพบูลย์ โดยเคารพ.

เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนั้น

เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่าง

ที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.

ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอก

แก่ท่าน ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญใด เพราะ

บุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองเช่นนี้ และวรรณะ

ของดีฉันจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โกญฺจา แปลว่า นกกระเรียน ที่อาจารย์บางพวกเรียกว่านกกระไน ก็มี.

บทว่า มยุรา แปลว่า นกยูง.

บทว่า ทิวิยา แปลว่า ที่เป็นทิพย์.

จริงอยู่ บทนี้ควรประกอบเข้า ๔ บทโดยนัยว่า ทิวิยา โกญฺจา นกกระเรียนทิพย์ ทิวิยา มยุรา นกยูงทิพย์เป็นต้น.

บทว่า หํสา ได้แก่ หงส์ มีหงส์ทองเป็นต้น.

บทว่า วคฺคุสฺสรา แปลว่า มีเสียงเพราะ.

บทว่า โกกิลา ได้แก่ นกดุเหว่า [กายขาวดำ].

บทว่า สมฺปตนฺติ ได้แก่ เล่นระเริงบินร่อนไปรอบๆ เพื่อความอภิรมย์แห่งเทวดา.

จริงอยู่ เหล่าเทวดาที่เป็นบริวารเล่นระเริงโดยรูปของนกกระเรียนเป็นต้น เพื่อให้เกิดความยินดีแก่เทวดา ท่านจึงกล่าวโดยคำว่า โกญฺจา เป็นต้น.

บทว่า ปุปฺผาภิกิณฺณํ ได้แก่ เกลื่อนกลาดด้วยดอกไม้รัตนะชนิดต่างๆ ที่ร้อยแล้วและยังไม่ได้ร้อย [เป็นพวง].

บทว่า รมํ ได้แก่ น่ารื่นรมย์ น่ารื่นใจ.

บทว่า อเนกจิตฺตํ ได้แก่ วิจิตรด้วยอุทยาน ต้นกัลปพฤกษ์และสระโบกขรณีเป็นต้นเป็นอันมาก และด้วยผนังวิเศษเป็นต้นเป็นอันมากในวิมานทั้งหลาย.

บทว่า นรนาริ เสวิตํ ได้แก่ ที่เหล่าเทพบุตรและเหล่าเทพธิดาซึ่งเป็นบริวารคบหากัน.

บทว่า อิทฺธิ วิกพฺพนฺติ อเนรูปา ประกอบความว่า ผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายที่สำเร็จด้วยอานุภาพแห่งกรรม มีรูปเป็นอันมาก เพราะสำแดงรูปได้ต่างๆ ย่อมสำแสดงฤทธิ์ ใช้ฤทธิ์แปลกๆ ท่านก็นั่งอยู่ [ในวิมานนั้น].

บทว่า อนญฺญมนา ได้แก่ ซื่อตรงต่อสามี.

ใจของสตรีนั้นตกไปในบุรุษอื่น เหตุนั้น สตรีนั้นชื่อว่าอัญญมานา มีใจตกไปในบุรุษอื่น. สตรีนั้นไม่มีใจตกไปในบุรุษอื่น เหตุนั้น จึงชื่อว่าอนัญญมนา ไม่มีใจตกไปในบุรุษอื่น.

อธิบายว่า ดีฉันไม่เกิดจิตคิดชั่วในบุรุษอื่น นอกจากสามีของดีฉันอย่างนี้.

บทว่า มาตาว ปุตฺตํ อนุรกฺขมานา ความว่า กรุณาเอ็นดูสามีของดีฉัน หรือแม้ทุกตัวสัตว์ เพราะนำเข้ามาแต่ประโยชน์และเพราะประสงค์จะนำสิ่งที่มิใช่ประโยชน์ออกไปเสีย เหมือนมารดาเอ็นดูบุตรฉะนั้น.

บทว่า กุทฺธาปิหํ นปฺผรุสํ อโวจํ ความว่า ดีฉันแม้โกรธอยู่ เพราะผู้อื่นทำความไม่ผาสุกให้ ก็ไม่กล่าวคำหยาบคาย. อธิบายว่า ที่แท้ ก็กล่าวแต่คำที่น่ารักเท่านั้น.

บทว่า สจฺเจ ฐิตา ได้แก่ ดำรงอยู่ในสัจจะ. เพราะเหตุที่เป็นผู้ชื่อว่าตั้งมั่นในสัจจะ เพราะเจตนางดเว้นกล่าวคำเท็จ มิใช่ตั้งมั่นโดยเพียงกล่าวคำจริงในบางครั้งเท่านั้น ฉะนั้น เทวดาจึงกล่าวว่า โมสวชฺชํ ปหาย ได้แก่ ละมุสาวาทแล้ว.

บทว่า ทาเน รตา ได้แก่ ยินดียิ่ง. อธิบายว่า ขวนขวายในทาน.

บทว่า สงฺคหิตตฺตภาวา ประกอบความว่า ดีฉันชอบอุทิศตนสงเคราะห์คนอื่นๆ ด้วยสังคหวัตถุ และมีจิตเลื่อมใสเพราะเชื่อกรรมและผลกรรม จึงได้ถวายข้าวน้ำโดยเคารพ โดยอาการยำเกรง และได้ถวายทานอย่างอื่นมีผ้าเป็นต้นอย่างไพบูลย์ อย่างโอฬาร.

คำที่เหลือมีนัยที่กล่าวมาแล้วทั้งนั้น.

จบอรรถกถาปฐมปติพพตาวิมาน -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา